หมอสั่งห้าม "แปรงฟัน" ทันทีหลังอาหารเช้า-อาเจียน เลิกด่วนทำถ้าไม่อยากฟันพัง!
การแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง จัดเป็นกิจวัตรพื้นฐานในการดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ทุกคนทราบกันดี ทว่าในทางทันตกรรมและวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีบางช่วงเวลาที่การหยิบแปรงสีฟันขึ้นมาทำความสะอาดทันทีกลับกลายเป็นการทำร้ายสุขภาพช่องปากอย่างรุนแรง โดย ดร.ชาดี มานูเชห์รี (Dr. Shaadi Manouchehri) ทันตแพทย์ชื่อดังจากกรุงลอนดอน ได้ออกมาเตือนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า พฤติกรรมการแปรงฟันทันทีหลังอาหารเช้า หลังการอาเจียน หรือหลังการกินของหวาน อาจเป็นตัวการสำคัญในการทำลายสารเคลือบฟัน (Enamel) และเร่งให้เกิดภาวะฟันผุรวดเร็วยิ่งขึ้น
กลไกทางเคมีในช่องปากมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามประเภทของสิ่งที่เรากลืนกิน และนี่คือ 3 ช่วงเวลาวิกฤตที่ทันตแพทย์เน้นย้ำว่าควรหลีกเลี่ยงการแปรงฟันทันที
1. หลังการอาเจียน (Vomiting)
แม้ว่าหลังจากเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะรู้สึกอยากแปรงฟันเพื่อล้างคราบและดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ในช่องปากให้เร็วที่สุด แต่ในแง่ของทันตสุขอนามัย การทำเช่นนั้นจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงอย่างมาก เนื่องจากสิ่งของเหลวที่ไหลย้อนมาจากกระเพาะอาหารมีสภาพเป็นกรดไฮโดรคลอริกที่รุนแรงมาก ส่งผลให้ช่องปากตกอยู่ในสภาวะเป็นกรดขั้นวิกฤต
ดร.มานูเชห์รี ระบุว่า หากคุณหยิบแปรงสีฟันมาขัดถูในช่วงเวลานั้น ขนแปรงจะทำหน้าที่เหมือนสารขัดถูที่ช่วยพากรดเหล่านั้นไปกัดเซาะชั้นสารเคลือบฟันให้บางลงทันที ทางออกที่ถูกต้องคือการบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้งเพื่อเจือจางความเป็นกรด หรือใช้น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ แล้วจึงค่อยแปรงฟันหลังจากนั้นอย่างน้อย 30-60 นาที
2. ทันทีหลังรับประทานอาหารเช้า
พฤติกรรมการทานอาหารเช้าเสร็จแล้วลุกไปหยิบแปรงสีฟันมาแปรงทันทีก่อนออกจากบ้าน จัดเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยแต่เป็นข้อห้ามในทางทันตกรรม เนื่องจากหลังจากที่อาหารเข้าสู่ปาก แบคทีเรียธรรมชาติในช่องปากจะเริ่มทำหน้าที่ย่อยสลายน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตจากมื้ออาหาร ส่งผลให้เกิดผลผลิตเป็นกรดออกมาทันที ซึ่งกรดเหล่านี้จะเข้าไปละลายแร่ธาตุบนผิวฟันชั่วคราว ถือเป็นระยะเริ่มต้นของกระบวนการฟันผุ
หากทำการแปรงฟันในช่วงเวลาที่ช่องปากเป็นกรดสูงเช่นนี้ จะเป็นการนำเอากรดเหล่านั้นไปถูไถลงบนผิวฟันที่เป็นแร่ธาตุ จนทำให้ชั้นเคลือบฟันธรรมชาติสึกกร่อนและบางลงไปเรื่อย ๆ ในระยะยาว
3. ทันทีหลังกินขนมหวานหรือลูกอม
อาหารและเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูงคือสาเหตุหลักของการเกิดฟันผุตามข้อมูลของบริการสาธารณสุขแห่งชาติ (NHS) เนื่องจากแบคทีเรียจะสะสมตัวเป็นคราบเหนียวที่เรียกว่า "คราบพลัค" (Plaque) และปล่อยกรดออกมาทำลายพื้นผิวฟันจนเกิดเป็นรู หรือรอยจุดสีขาว สีน้ำตาล และสีดำบนเนื้อฟัน
ดร.มานูเชห์รี แนะนำว่า หลังจากรับประทานของหวาน ควรงดใช้แปรงสีฟันเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อปล่อยให้ระบบน้ำลายตามธรรมชาติทำหน้าที่สะเทินกรด (Neutralize) และคืนแร่ธาตุกลับเข้าสู่ผิวฟัน (Remineralization) เสียก่อน การรีบร้อนแปรงฟันเร็วเกินไปจะยิ่งเป็นการช่วยกระจายกรดจากน้ำตาลให้เคลือบไปทั่วทั้งหน้ารากฟันและทำลายเนื้อฟันในที่สุด
เช็กอาการเตือนโรคฟันผุและแนวทางป้องกันตามมาตรฐาน NHS
หากคุณมีพฤติกรรมแช่กรดไว้บนผิวฟันจากการแปรงฟันผิดเวลา อาจส่งผลให้เกิดโรคฟันผุตามมา ซึ่งสามารถสังเกตอาการเตือนและแนวทางป้องกันได้ดังนี้:
อาการของโรคฟันผุ:
- เริ่มมองเห็นรูหรือโพรงก่อตัวขึ้นบนเนื้อฟัน
- มีอาการปวดฟันอย่างต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เกิดอาการเสียวฟันหรือเจ็บจี้ดขึ้นมาทันทีเมื่อรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีความร้อน ความเย็น หรือรสหวานจัด
- มีจุดหรือรอยด่างสีขาว สีน้ำตาล หรือสีดำปรากฏบนผิวฟัน
แนวทางการป้องกันพื้นฐาน:
- แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
- ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันทำความสะอาดซอกฟันเป็นประจำทุกวัน
- เข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กสุขภาพช่องปากเป็นประจำตามนัดหมาย
การดูแลสุขภาพฟันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความถี่ในการแปรงฟันเพียงอย่างเดียว แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การเว้นระยะเวลาหลังรับประทานอาหาร อาเจียน หรือกินของหวานอย่างน้อย 30-60 นาที แล้วเปลี่ยนมาใช้วิธีบ้วนน้ำสะอาดแทนชั่วคราว จะช่วยเซฟสารเคลือบฟันธรรมชาติให้แข็งแรงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานคู่กับรอยยิ้มได้อย่างยั่งยืน
- หมอเตือน! ตื่นนอนแล้ว "ปากขม-มีกลิ่น" เป็นสัญญาณ 5 โรค แนะวิธีแก้ง่ายๆ รีบทำตาม
- ช็อก! แพทย์ญี่ปุ่นเตือน เก็บแปรงสีฟัน “แนวตั้ง” เพาะเชื้อแบคทีเรีย เผยวิธีที่ถูกต้อง


2 hours ago
2

.jpg)




English (US) ·