3 ส่วนของปลาที่ควรระวัง อาจสะสมโลหะหนัก สารพิษ และพยาธิ กินผิดวิธีอาจเสี่ยงต่อสุขภาพ
ปลาเป็นหนึ่งในอาหารที่หลายคนยกให้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ เพราะอุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพดีและกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเตือนว่า ไม่ใช่ทุกส่วนของปลาจะเหมาะกับการรับประทาน เพราะบางส่วนอาจมีโอกาสสะสมสิ่งปนเปื้อน เช่น โลหะหนัก สารพิษ หรือพยาธิได้มากกว่าส่วนอื่น
นอกจากส่วนประกอบของปลาแล้ว วิธีเลือกปลา วิธีปรุง และชนิดของปลาก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะปลาบางชนิดที่อยู่ในห่วงโซ่อาหารระดับสูง ซึ่งอาจสะสมสารปนเปื้อนได้มากขึ้น
1. เหงือกปลา แหล่งสะสมสิ่งปนเปื้อนที่ควรทำความสะอาดอย่างดี
เหงือกเป็นอวัยวะที่ปลามีไว้สำหรับแลกเปลี่ยนออกซิเจนกับน้ำ จึงเป็นบริเวณที่สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง ทำให้มีโอกาสสะสมสิ่งสกปรก จุลินทรีย์ หรือปรสิตบางชนิดได้
ก่อนนำปลาไปประกอบอาหาร ควรล้างทำความสะอาดอย่างละเอียด และหลายคนเลือกที่จะตัดเหงือกออกก่อนปรุง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากสิ่งตกค้างที่อาจสะสมอยู่บริเวณดังกล่าว
2. เครื่องในปลา อร่อยแต่ควรรับประทานอย่างระมัดระวัง
แม้บางคนจะชื่นชอบเครื่องในปลาเพราะมีรสชาติเฉพาะตัว แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าอวัยวะภายในของสัตว์น้ำเป็นส่วนที่มีโอกาสสะสมสารต่าง ๆ ได้มากกว่าส่วนเนื้อ โดยเฉพาะโลหะหนักบางชนิดและสารปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม
เนื่องจากเครื่องในเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญและการกำจัดสารต่าง ๆ ในร่างกายของปลา จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเป็นประจำ โดยเฉพาะปลาที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
3. หนังปลา ต้องเลือกและปรุงให้เหมาะสม
หนังปลาไม่ได้เป็นส่วนที่ต้องหลีกเลี่ยงเสมอไป เพราะมีคอลลาเจนและสารอาหารบางชนิด แต่ในปลาบางประเภท หนังอาจเป็นบริเวณที่มีไขมันสะสมและอาจมีสารปนเปื้อนตกค้างได้มากกว่าเนื้อปลา
หากรับประทานปลาแซลมอนหรือปลาชนิดอื่นที่มีความเสี่ยงเรื่องสารตกค้าง ควรเลือกแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือ และปรุงอย่างเหมาะสมเพื่อความปลอดภัย
5 เมนูปลาที่ควรระวัง หากรับประทานบ่อยเกินไป
1. ปลาขนาดใหญ่ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร
ปลานักล่าขนาดใหญ่ เช่น ปลาฉลาม ปลากระโทงดาบ หรือปลาทูน่าบางชนิด มีโอกาสสะสมสารปรอทและโลหะหนักมากกว่าปลาขนาดเล็ก เนื่องจากกินสัตว์น้ำชนิดอื่นเป็นอาหารและสารเหล่านี้สามารถสะสมต่อเนื่องตามห่วงโซ่อาหาร
กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้ที่ต้องควบคุมปริมาณโลหะหนักในอาหาร
2. ปลาทอดที่ใช้น้ำมันอุณหภูมิสูง
การทอดอาหารด้วยอุณหภูมิสูงและใช้น้ำมันซ้ำ อาจทำให้เกิดสารที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงไขมันทรานส์บางส่วน ซึ่งหากรับประทานเป็นประจำอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
วิธีปรุงอย่างนึ่ง ต้ม หรือย่างจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยรักษาคุณค่าทางอาหารได้มากกว่า
3. เมนูปลาที่ปรุงรสจัด
อาหารประเภทปลาที่ผ่านการปรุงรสเข้มข้น เช่น ปลาเค็ม ปลาต้มซีอิ๊ว หรือปลาราดซอสบางชนิด อาจมีปริมาณโซเดียมสูง ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือมีปัญหาเรื่องการบวมน้ำควรรับประทานในปริมาณเหมาะสม
4. ปลาทะเลน้ำลึกบางชนิด
แม้ว่าปลาทะเลหลายชนิดจะมีโอเมก้า 3 สูง แต่ปลาบางประเภทก็อาจมีความเสี่ยงเรื่องโลหะหนัก ขึ้นอยู่กับชนิดปลาและแหล่งที่จับ
การเลือกปลาขนาดเล็กที่อยู่ในห่วงโซ่อาหารระดับต่ำกว่า เช่น ปลาทู หรือปลาชนิดอื่นที่มาจากแหล่งผลิตที่ตรวจสอบได้ อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
5. ปลาดิบหรือซาชิมิ
ปลาดิบมีความเสี่ยงจากพยาธิและเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะหากผ่านกระบวนการเก็บรักษาไม่เหมาะสม กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
4 วิธีเลือกและกินปลาให้ปลอดภัยขึ้น
- เลือกปลาขนาดเล็กและหลากหลายชนิด เพราะมักมีโอกาสสะสมโลหะหนักน้อยกว่าปลาขนาดใหญ่
- เลือกซื้อปลาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีข้อมูลแหล่งผลิตหรือมาตรฐานรับรอง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากสารปนเปื้อน
- ทำความสะอาดและปรุงสุกอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะบริเวณเครื่องใน เหงือก และส่วนที่อาจมีสิ่งตกค้าง
- ปรับวิธีปรุงอาหาร เช่น ต้ม นึ่ง หรืออบ แทนการทอดด้วยน้ำมันปริมาณมาก
โลหะหนักชนิดใดที่มักพบในอาหาร?
ข้อมูลจากศูนย์ความปลอดภัยอาหารฮ่องกงระบุว่า โลหะหนักที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท สารหนู และแคดเมียม เนื่องจากสามารถสะสมในร่างกายและส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่าง ๆ หากได้รับเป็นเวลานาน
โดยเฉพาะสารปรอทในรูปแบบเมทิลเมอร์คิวรี (Methylmercury) ซึ่งพบได้ในปลานักล่าขนาดใหญ่บางชนิด อาจส่งผลต่อระบบประสาท โดยกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือทารกในครรภ์และเด็กเล็ก
ส่วนสารหนูและแคดเมียมสามารถพบได้จากสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อาหาร เช่น น้ำ ดิน หรืออาหารบางประเภท รวมถึงสัตว์น้ำบางชนิดที่มีการสะสมสารเหล่านี้
ท้ายที่สุด ปลาเป็นอาหารที่มีประโยชน์และควรอยู่ในเมนูประจำวัน แต่การกินปลาให้ดีต่อสุขภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกชนิดปลาเพียงอย่างเดียว ยังรวมถึงการเลือกแหล่งที่มา การทำความสะอาด และวิธีปรุงอาหารด้วย
หลีกเลี่ยงการกินส่วนที่เสี่ยงต่อการสะสมสิ่งปนเปื้อน เช่น เครื่องในหรือเหงือก เลือกปลาที่เหมาะสม และรับประทานอย่างหลากหลาย จะช่วยให้ได้รับประโยชน์จากปลาโดยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ
หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความเป็นข้อมูลเพื่อการให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ
- ที่ไทยหาซื้อง่าย! หมอญี่ปุ่น 2 ผัก แค่กินใน "มื้อเช้า" ช่วยคุมน้ำหนัก ไม่อ้วนขึ้นตลอด 20 ปี
- "กาแฟ" ดื่มทุกวัน vs ไม่ดื่มเลย ใครแก่ไปยังฟิต? มีโอกาสอายุยืนกว่าถึง 30%
- ไม่ใช่เรื่องมู! ทำไมหลายบ้านวาง "มะนาวโรยเกลือ" ไว้มุมห้อง เคล็ดลับง่ายๆ ที่ได้ผลจริง


12 hours ago
2




English (US) ·