4 สัญญาณเตือน "สมองเสื่อม" บางคนอาจไม่ได้ขี้ลืม แต่เริ่มจาก " ไม่เก็ตมุก"

4 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

ภาวะสมองเสื่อม ไม่ใช่แค่อาการหลงลืม แพทย์เตือน 4 ความเปลี่ยนแปลงที่ต้องจับตา ฟังมุกไม่เข้าใจก็ควรระวัง

ภาวะสมองเสื่อมไม่ได้แสดงออกด้วยอาการ “ขี้ลืม ลืมนั่นลืมนี่” เสมอไป เพราะในผู้ป่วยบางราย สัญญาณแรก ๆ ที่เกิดขึ้นกลับเป็นการเปลี่ยนแปลงของบุคลิก วิธีพูด หรือรูปแบบการเข้าสังคมที่ไม่เหมือนเดิม

แพทย์เตือนว่า หากผู้สูงอายุในบ้านเริ่มมีนิสัยดื้อหรือยึดติดมากขึ้น พูดจาตรงเกินไปอย่างผิดปกติ หรือแม้แต่เริ่มฟังมุกตลก การประชด หรือความหมายแฝงไม่เข้าใจ ทั้งที่เมื่อก่อนเข้าใจได้ตามปกติ ก็ควรสังเกตเพิ่มเติมว่าอาจมีความผิดปกติของการทำงานด้านการรู้คิดเกิดขึ้นหรือไม่

สมองเสื่อมบางชนิด อาจเริ่มจาก “นิสัยเปลี่ยน” ไม่ใช่ความจำ

ภาวะสมองเสื่อมส่วนหน้าและขมับ หรือ Frontotemporal Dementia (FTD) เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของเซลล์ประสาทบริเวณสมองส่วนหน้าและสมองกลีบขมับ โดยเฉพาะชนิดที่เรียกว่า Behavioral Variant Frontotemporal Dementia (bvFTD)

ในระยะแรก ผู้ป่วยบางรายอาจไม่ได้มีอาการหลงลืมเป็นอาการเด่น แต่กลับเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลิก พฤติกรรม และการตัดสินใจ เช่น หุนหันพลันแล่น พูดหรือทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ อ่านอารมณ์ของผู้อื่นได้ยากขึ้น หรือเข้าใจสัญญาณทางสังคมและความหมายแฝงได้น้อยลง

ในทางคลินิก ผู้ป่วยบางคนอาจเปลี่ยนจากคนที่เคยอ่อนโยน กลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย ดื้อหรือยึดติดมากขึ้น หรือจู่ ๆ พูดจาตรงเกินไปโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนรอบข้าง ขณะที่บางรายอาจมีความสามารถในการเข้าใจสถานการณ์ทางสังคมลดลง

หากความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง และแตกต่างจากบุคลิกเดิมอย่างชัดเจน ก็ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการประเมินเพิ่มเติม

4 ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ควรมองข้าม

  • ฟังมุกตลกไม่เข้าใจ ทั้งที่เมื่อก่อนเข้าใจได้ตามปกติ
  • เข้าใจคำประชดหรือความหมายแฝงได้ยากขึ้น
  • บุคลิกหรือนิสัยเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เช่น หงุดหงิดง่าย ดื้อ หรือยึดติดมากขึ้น
  • พูดจาตรงหรือไม่เกรงใจผู้อื่นมากผิดจากเดิม โดยไม่ค่อยรับรู้ความรู้สึกของคนรอบข้าง

อย่างไรก็ตาม การมีอาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นภาวะสมองเสื่อมทันที สิ่งสำคัญคือสังเกตว่าอาการเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ และเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ หรือการเข้าสังคมหรือเปล่า ก่อนให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมิน

อย่าเพิ่งคิดว่า “ตั้งใจหาเรื่อง” หรือ “นิสัยเปลี่ยนเพราะอายุมาก”

สิ่งที่คนในครอบครัวอาจเผลอทำคือ คอยแก้ คอยเถียง หรือตีความว่าผู้สูงอายุ “จงใจสร้างปัญหา” ทั้งที่พฤติกรรมบางอย่างอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสมอง

แนวทางด้านการดูแลผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมส่วนหน้าและขมับ แนะนำว่า แทนที่จะโต้เถียงซ้ำ ๆ ควรพยายามเข้าใจก่อนว่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นส่วนหนึ่งของโรค และเปลี่ยนมาใช้การสื่อสารที่สั้น ง่าย และชัดเจนมากขึ้น

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้ป่วยไม่ได้หมายความว่าเขาตั้งใจจะทำให้คนรอบข้างโกรธ การลดการตำหนิ และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยยังคงทำสิ่งที่ตัวเองทำได้ อาจช่วยให้ยังรักษาความมั่นใจและความสามารถที่เหลืออยู่ได้

ผู้สูงอายุยังควรมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

การมีส่วนร่วมกับครอบครัว สังคม และกิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมยังคงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม เพราะช่วยให้ผู้ป่วยได้ใช้ความสามารถที่ยังเหลืออยู่ และลดการแยกตัวจากสังคม

คนในครอบครัวจึงควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร ใช้คำพูดที่เข้าใจง่าย และหลีกเลี่ยงการกดดันหรือโต้เถียงโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีความยากลำบากในการเข้าใจมุกตลก การประชด หรือสัญญาณทางสังคมต่าง ๆ

เมื่อไรควรพาไปพบแพทย์?

หากผู้สูงอายุจู่ ๆ เริ่ม ฟังมุกไม่เข้าใจ เข้าใจคำประชดยาก บุคลิกเปลี่ยน หรือพูดจาตรงผิดปกติ และอาการเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจนเริ่มกระทบความสัมพันธ์ การทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ก็ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการประเมิน

สิ่งสำคัญไม่ใช่การรีบติดป้ายว่าเป็น “สมองเสื่อม” แต่เป็นการสังเกตความเปลี่ยนแปลงจากบุคลิกเดิมอย่างต่อเนื่อง และให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์ระบบประสาท เป็นผู้วินิจฉัยอย่างเหมาะสม

 

Read Entire Article