5 สิ่ง "ห้าม" ใส่เครื่องซักผ้า ระวังเสียของรัก-ซ่อมหลักพัน เตือนไม่ฟังอย่ามาร้องไห้!

15 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

พังทั้งเครื่องเสียทั้งผ้า! เปิดลิสต์ 5 สิ่งที่ไม่ควรโยนเข้า "เครื่องซักผ้า" ถ้าไม่อยากเสียเงินซ่อมหลักพัน

แม้ว่า "เครื่องซักผ้า" จะเป็นนวัตกรรมสุดเจ๋งที่ช่วยทุ่นแรงและประหยัดเวลาในชีวิตประจำวันของเราได้เป็นอย่างดี แต่ก็ใช่ว่าข้าวของทุกอย่างจะสามารถโยนลงถังซักแล้วกดปุ่มทำงานได้เลยทันทีนะคะ เพราะในความเป็นจริง มีของใช้หลายประเภทที่หากนำไปซักเครื่อง นอกจากจะทำให้อายุการใช้งานของสิ่งนั้นสั้นลงแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่อระบบกลไกภายในเครื่องซักผ้า จนกลายเป็นคดี "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" ต้องควักเงินจ่ายค่าซ่อมเครื่องซักผ้าตัวโปรดโดยใช่เหตุค่ะ

เพื่อความปลอดภัยของทั้งเสื้อผ้าตัวเก่งและถนอมเครื่องซักผ้าให้อยู่กับเราไปนาน ๆ วันนี้เราขอรวบรวม 5 ของต้องห้ามที่คุณไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องซักผ้าโดยตรงมาฝากกัน


5 สิ่งของต้องห้าม ที่ไม่ควรนำเข้าเครื่องซักผ้าโดยตรง

  1. ชุดชั้นในและผ้าเนื้อบางพิเศษ
    เสื้อชั้นในที่มีโครงเหล็ก ชุดลูกไม้ ผ้าไหม หรือผ้าเนื้อบางเบาต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเผชิญกับแรงปั่นเหวี่ยงที่รุนแรงของเครื่องซักผ้า เพราะอาจทำให้เสื้อผ้าเสียทรง ย้วย หรือฉีกขาดได้ง่าย โดยเฉพาะโครงเหล็กของเสื้อชั้นในที่อาจหลุดร่วงออกมาและเข้าไปติดขัดในถังซักจนทำให้เครื่องเสียหาย ทางที่ดีที่สุดควรหันมาซักมือ หรือหากจำเป็นต้องใช้เครื่องจริง ๆ ควรใส่ถุงตาข่ายสำหรับซักถนอมผ้าทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

  2. เสื้อผ้าที่มีซิปเหล็ก หรือตะขอโลหะแหลมคม
    ดีเทลโลหะแหลมคมบนเสื้อผ้า เช่น หัวซิป หรือตะขอกางเกง สามารถสร้างความเสียหายได้อย่างคาดไม่ถึง ในขณะที่ถังซักหมุนด้วยความเร็วสูง โลหะเหล่านี้จะเข้าไปขูดขีดพื้นผิวถังซักด้านในจนเป็นรอย หรืออาจจะไปเกี่ยวเหนี่ยวรั้งกับเส้นใยของเสื้อผ้าตัวอื่น ๆ ในถังเดียวกันจนขาดวิ่น วิธีแก้คือให้รูดซิปปิดให้เรียบร้อย และกลับด้านเสื้อผ้าเอาด้านในออกนอกก่อนนำไปซัก

  3. รองเท้า (โดยเฉพาะรองเท้าหนัง หรือรองเท้าทรงแข็ง)

    ไม่ใช่รองเท้าทุกคู่ที่จะสามารถทนทานต่อแรงกระแทกในเครื่องซักผ้าได้ รองเท้าหนังแท้ รองเท้าที่มีโครงสร้างแข็ง หรือมีพื้นรองเท้าค่อนข้างหนัก จะเสียทรงทันทีที่โดนแรงปั่น แถมแรงกระแทกจากน้ำหนักของรองเท้ายังส่งผลให้ถังซักเสียสมดุลและพังเสียหายได้ง่าย ๆ แม้ว่ารองเท้าผ้าใบหรือรองเท้ากีฬาบางรุ่นจะเคลมว่าซักเครื่องได้ แต่ก็ควรใส่ถุงซักรองเท้าโดยเฉพาะ และซักแยกต่างหากจะดีที่สุด

  4. ผ้าห่มหรือผ้านวมขนาดใหญ่เกินตัวเครื่อง
    พฤติกรรมยอดฮิตอย่างการพยายามยัดผ้านวมผืนโตลงไปในเครื่องซักผ้าขนาดเล็ก เป็นการทำร้ายเครื่องซักผ้าอย่างรุนแรง เมื่อน้ำหนักผ้าเกินพิกัดการรองรับ (Overload) เครื่องซักผ้าจะไม่สามารถหมุนเหวี่ยงได้อย่างสมดุล ทำให้ตัวถังเกิดอาการสั่นสะเทือนอย่างหนัก มีเสียงดังโครมคราม และทำให้มอเตอร์พังเสียหายเร็วกว่าปกติ ที่สำคัญคือประสิทธิภาพในการซักจะลดลงทำให้ซักไม่สะอาด หากมีผ้าชิ้นใหญ่แนะนำให้ส่งร้านซักรีดหรือใช้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญที่มีขนาดถังซักใหญ่และเหมาะสมดีกว่า

  5. เสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนดินทราย หรือขนสัตว์จำนวนมาก
    เศษดิน ทรายเม็ดเล็ก ๆ หรือขนสัตว์ที่เกาะหนาแน่นบนเสื้อผ้า หากไม่ได้ทำความสะอาดเบื้องต้นก่อนโยนเข้าเครื่อง เม็ดทรายและเศษขนเหล่านั้นจะเข้าไปอุดตันตามรูกรองน้ำทิ้งและปั๊มระบายน้ำทิ้งของเครื่องซักผ้า ส่งผลให้เครื่องทำงานติดขัด ระบายน้ำได้ช้า และเศษทรายที่คมยังสามารถขูดขีดผิวถังซักให้เป็นรอยได้อีกด้วย แนะนำให้สะบัดฝุ่นผง หรือนำไปล้างน้ำเปล่าเพื่อขจัดคราบหนักออกไปรอบหนึ่งก่อนเข้าเครื่องซักนะคะ

เคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลถนอมเครื่องซักผ้า

การใช้เครื่องซักผ้าอย่างถูกวิธีไม่ใช่เรื่องยากค่ะ เพียงแค่เราสละเวลาแยกประเภทของเสื้อผ้าตามลักษณะเนื้อผ้า ระดับความสกปรก และแยกโทนสีให้ชัดเจนก่อนทำการซัก เพื่อจะได้เลือกโหมดการซักที่เหมาะสมกับผ้านั้น ๆ และที่สำคัญที่สุดคือไม่ควรใส่ผ้าแน่นจนล้นถังซัก รวมถึงควรล้างทำความสะอาดถังซักเป็นประจำทุก ๆ 1-2 เดือน เพื่อสุขอนามัยที่ดีของเสื้อผ้าและเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องซักผ้าคู่บ้านให้อยู่กับเราไปยาวนาน

ข้อแนะนำท้ายบทความ: เสียเวลาเตรียมผ้าเพิ่มอีกเพียงไม่กี่นาทีก่อนกดปุ่มซัก จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณจากการไม่ต้องจ่ายค่าซ่อมเครื่องซักผ้าและค่าซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้อย่างมหาศาลเลย

Read Entire Article