ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกต้องเผชิญกับสภาวะถดถอยครั้งประวัติศาสตร์ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 (3/Q26) อ้างอิงจากรายงานล่าสุดของ International Data Corporation (IDC) ผ่านเครื่องมือ Worldwide Quarterly Mobile Phone Tracker เปิดเผยว่ายอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกดิ่งลงอย่างรุนแรงถึง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เหลือเพียง 255.3 ล้านเครื่อง เท่านั้น
สรุปตัวเลขยอดจัดส่ง ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนโลก ไตรมาส 3 ปี 2026 (Q3 2026)
จากข้อมูลเบื้องต้นของ IDC ตลาดในช่วงไตรมาสนี้มีความผันผวนสูง โดยค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ Apple ยังคงรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ ขณะที่แบรนด์จีนรายอื่น ๆ เผชิญกับภาวะยอดขายหดตัวอย่างรุนแรง
สาเหตุหลักมาจากวิกฤตต้นทุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และวิกฤตราคาหน่วยความจำ ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แบรนด์ผู้ผลิตต้องปรับราคาขายปลีกและปรับลดสเปคสินค้า จนกำลังซื้อของผู้บริโภคทั่วโลกชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
| อันดับ / แบรนด์ | ยอดจัดส่ง Q3/26 (ล้านเครื่อง) | ส่วนแบ่งตลาด 3Q/26 | ยอดจัดส่ง Q3/25 (ล้านเครื่อง) | ส่วนแบ่งตลาด 3Q/25 | อัตราการเปลี่ยนแปลง YoY |
| 1.Samsung | 57.8 | 22.6% | 61.4 | 18.7% | -5.8% |
| 2.Apple | 57.3 | 22.4% | 59.7 | 18.2% | -4.0% |
| 3.Xiaomi | 30.7 | 12.0% | 43.4 | 13.2% | -29.2% |
| 4.OPPO | 25.6 | 10.0% | 39.1 | 11.9% | -34.5% |
| 5.vivo | 19.1 | 7.5% | 27.9 | 8.5% | -31.5% |
| อื่น ๆ | 64.8 | 25.4% | 96.0 | 29.3% | -32.5% |
| รวมทั้งหมด | 255.3 | 100.0% | 327.3 | 100.0% | -22.0% |
ที่มา: IDC Quarterly Mobile Phone Tracker, ตุลาคม 2026
ประเด็นสำคัญ
วิกฤตหน่วยความจำ (Memory Crisis) ตัวการหลักดันต้นทุนพุ่ง
ต้นทุนการผลิตสมาร์ทโฟนในปี 2026 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากราคาชิปหน่วยความจำ (RAM และ Flash Storage/NAND) และชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์สำคัญอื่น ๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แบรนด์ผู้ผลิตจำเป็นต้องขึ้นราคาสินค้าหรือปรับลดสเปคบางอย่างเพื่อรักษาอัตรากำไร ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น (Low-end) และผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัด
Samsung และ Apple ครองตลาดรวมกว่า 45% แม้ยอดส่งมอบจะลดลง
แม้ภาพรวมตลาดจะติดลบอย่างหนัก แต่ Samsung (57.8 ล้านเครื่อง) และ Apple (57.3 ล้านเครื่อง) สามารถประคองตัวได้ดีกว่าแบรนด์อื่น ๆ โดยมียอดจัดส่งลดลงเพียงเล็กน้อย (-5.8% และ -4.0% ตามลำดับ) ส่งผลให้ทั้งสองค่ายกุมส่วนแบ่งตลาดแชร์รวมกันสูงถึง 45% (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีส่วนแบ่งรวมกันราว 36.9%)
สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคในตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม มีความอ่อนไหวต่อราคาและปัจจัยทางเศรษฐกิจน้อยกว่าผู้บริโภคในตลาดระดับล่างถึงกลาง
แบรนด์จีนร่วงหนัก : Xiaomi, OPPO และ vivo เผชิญภาวะหดตัวเกิน 29%
ในทางตรงกันข้าม แบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากประเทศจีนได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้อย่างรุนแรง
- OPPO : ยอดจัดส่งลดลงมากที่สุดในกลุ่ม TOP 5 ถึง -34.5% (ส่งมอบ 25.6 ล้านเครื่อง)
- vivo : ยอดจัดส่งลดลง -31.5% (ส่งมอบ 19.1 ล้านเครื่อง)
- Xiaomi : แม้จะยังคงรั้งอันดับ 3 ของโลก แต่ยอดจัดส่งลดลง -29.2% (ส่งมอบ 30.7 ล้านเครื่อง)
สถิติระบุว่า กว่า 90% ของยอดจัดส่งที่หายไปในภาพรวมตลาด ประมาณ 72 ล้านเครื่อง เกิดจากแบรนด์อื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือจาก Samsung และ Apple ซึ่งแสดงถึงความเหลื่อมล้ำและแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ผู้เล่นรายอื่นอย่างหนักหน่วง
มุมมองอนาคตและแนวโน้มตลาด
Kiranjeet Kaur นักวิเคราะห์อาวุโสจาก IDC ได้ให้ความเห็นเชิงวิเคราะห์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตว่า
“แม้ว่ายอดขายในตลาดจะยังคงซบเซา แต่ผู้ผลิตบางรายกลับตัดสินใจเพิ่มแผนการผลิตล่วงหน้า เนื่องจากคาดการณ์ว่าอุปทานชิ้นส่วน จะยิ่งตึงตัวมากขึ้นในปีหน้า หากอุปสงค์หรือความต้องการของผู้บริโภคยังคงซบเซาต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ปัญหา สินค้าคงคลังล้นตลาด ในช่วงต้นปี 2027 ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงด้านลบต่อคาดการณ์การเติบโตของตลาดในปี 2027 เข้าไปอีก”
จากปัจจัยความท้าทายรอบด้าน ทั้งวิกฤตต้นทุนชิป ความตึงตัวของซัพพลายเชน และรอบการเปลี่ยนเครื่องที่ยาวนานขึ้น ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่า ตลาดสมาร์ทโฟนโลกอาจยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน จนกว่าจะถึงปี 2028 เป็นอย่างเร็วที่สุด
ที่มา : idc

11 hours ago
1







English (US) ·