"DPU" ปั้นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ เปิดเวทีประชัน "สปาแห่งอนาคต" ชิงทุนการศึกษา

13 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

ศิลปกรรมศาสตร์ DPU เปิดสนาม “สปาแห่งอนาคต” ปลุกศักยภาพเยาวชน ฝึกคิด-วาด-พรีเซนต์แบบนักออกแบบจริง ชิงทุนการศึกษา 18 ต.ค.นี้ 

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เตรียมจัดการแข่งขันรอบสุดท้ายโครงการ “Spa SPACE DESIGN COMPETITION Next Gen 2026” การประกวดออกแบบภายในสปาแห่งอนาคตสำหรับเยาวชน หลังเปิดรับผลงานจากนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ปวช. และ ปวส. และมีผู้สมัครส่งแนวคิดเข้าร่วมมากกว่า 30 ทีม ก่อนคัดเลือกเหลือ 15 ทีมสุดท้าย จากหลายจังหวัดและสถาบันการศึกษา เพื่อเข้าร่วม Workshop และแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ระหว่างวันที่ 17–18 ตุลาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยผู้เข้าแข่งขันจะได้พัฒนาแนวคิดจากรอบแรกสู่ผลงานออกแบบที่สมบูรณ์ขึ้น พร้อมนำเสนอต่อคณะกรรมการจากสายวิชาการ วิชาชีพ และภาคธุรกิจ

อาจารย์อุกฤษ วรรณประภา อาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า แนวคิดของโครงการเกิดจากการสำรวจพื้นที่สปาของมหาวิทยาลัย ซึ่งใช้เป็นทั้งพื้นที่การเรียนการสอนของนักศึกษาและรองรับผู้ใช้บริการภายนอก ทำให้เห็นโอกาสในการนำพื้นที่จริงมาเป็นโจทย์การเรียนรู้สำหรับเยาวชน ผ่านหัวข้อ “สปาแห่งอนาคต” โดยเปิดกว้างให้นำเสนอแนวคิดด้านการออกแบบ วัสดุ เทคโนโลยี และรูปแบบบริการด้านสุขภาพในอนาคต โดยมีเป้าหมายให้น้อง ๆ ได้ฝึกคิดจากสภาพพื้นที่และการใช้งานจริง แล้วนำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดเป็นงานออกแบบของตนเอง

“เกณฑ์การคัดเลือกรอบแรก คณะกรรมการพิจารณาจากความคิดสร้างสรรค์ การประยุกต์ใช้นวัตกรรม และความเข้าใจหลักการออกแบบเพื่อสุขภาพ โดยผู้สมัครส่วนใหญ่มีพื้นฐานด้านการวาดและการนำเสนอที่ดี กิจกรรมจึงมุ่งเสริมกระบวนการคิดอย่างเป็นขั้นตอน การเชื่อมโยงแนวคิดกับพื้นที่จริง และการสื่อสารงานออกแบบ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของสายวิชาชีพ Interior Design ผลงานที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายจึงสามารถเชื่อมโยงแนวคิดเรื่องการผ่อนคลาย การบำบัด และการดูแลสุขภาวะ เข้ากับรูปแบบสปาแห่งอนาคตได้อย่างน่าสนใจ” อาจารย์อุกฤษ กล่าว

จากแนวคิดในรอบแรก ผู้ผ่านเข้ารอบจะเข้าสู่กระบวนการพัฒนาผลงานต่อในวันที่ 17–18 ตุลาคม 2569

โดยวันแรกเป็นช่วงเตรียมความพร้อม ทั้งการอธิบายโจทย์ การบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญด้านสปาและการออกแบบ รวมถึงการเรียนรู้เรื่องวัสดุจากพาร์ทเนอร์ เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้กับแบบของตนเอง ก่อนเข้าสู่ช่วงแข่งขันและรอบตัดสินในวันที่ 18 ตุลาคม ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะมีเวลาพัฒนาผลงานรวมประมาณ 7 ชั่วโมง ตั้งแต่การวาง Concept การเขียนแปลน การวาดภาพ Perspective การลงสี และการจัดองค์ประกอบบนผลงานขนาด A1 จากนั้นนำเสนอแนวคิดต่อคณะกรรมการจากสายวิชาการ สายวิชาชีพ บริษัทออกแบบ และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทสถาปนิก A49 พร้อมอธิบายการจัดพื้นที่ การเลือกใช้วัสดุ และเหตุผลของการออกแบบ

อาจารย์อุกฤษ กล่าวต่อว่า การแข่งขันในรอบสุดท้ายต้องการให้น้อง ๆ ได้สัมผัสกระบวนการทำงานที่ใกล้เคียงกับนักออกแบบจริง ตั้งแต่การตีโจทย์ การพัฒนาแนวคิด การจัดพื้นที่ การเลือกวัสดุ ไปจนถึงการอธิบายเหตุผลของงาน เพราะงานออกแบบภายในต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบร่วมกัน ทั้งการใช้งาน ผู้ใช้ วัสดุ แสง ระบบอาคาร และบรรยากาศของพื้นที่ ซึ่งการได้ทดลองคิดและลงมือทำในลักษณะนี้จะช่วยให้น้อง ๆ เข้าใจวิธีทำงานของสายอาชีพได้ตั้งแต่ก่อนเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศ จะได้รับทุนการศึกษา โดยผลงานของทีมที่ชนะเลิศอันดับ 1 จะถูกนำไปใช้เป็นแนวคิดต้นแบบสำหรับการพัฒนาพื้นที่สปาของมหาวิทยาลัย ก่อนส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาปรับรายละเอียดด้านการใช้งาน วัสดุ ระบบ และความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่อพัฒนาไปสู่การใช้งานจริงต่อไป

ในมุมของการออกแบบสปา อาจารย์ธนิต จึงดำรงกิจ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเอกการออกแบบสภาพแวดล้อมภายใน หลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ผู้เข้าแข่งขันควรเริ่มจากการทำความเข้าใจการใช้งานและประโยชน์ใช้สอยของพื้นที่ให้เหมาะกับผู้ใช้ จากนั้นจึงพิจารณาองค์ประกอบด้านวัสดุ ระบบแสงสว่าง ไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และบรรยากาศโดยรวม เพื่อให้พื้นที่รองรับทั้งการใช้งาน ความสะดวกสบาย และการพักผ่อนได้อย่างเหมาะสม

สำหรับโจทย์ “สปาแห่งอนาคต” ผู้เข้าแข่งขันควรศึกษาประเด็นด้านสุขภาพ สุขภาวะ และ Longevity หรือการมีสุขภาวะที่ดีและยืนยาว เพราะทิศทางการดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนตามโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมของผู้คน โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ พื้นที่สปาในอนาคตจึงมีบทบาทมากกว่าพื้นที่พักผ่อน และอาจเชื่อมโยงไปถึงการฟื้นฟูร่างกาย การดูแลคุณภาพชีวิต และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

อาจารย์ธนิต กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนด้านการออกแบบสภาพแวดล้อมภายในของ DPU ซึ่งมีรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบเพื่อสุขภาพและการออกแบบวิถีใหม่ นักศึกษาจะได้เรียนรู้ว่าบริบทของสังคมมีผลต่อพื้นที่อย่างไร เช่น ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 งานออกแบบต้องคำนึงถึงระยะห่างและการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ ขณะที่ปัจจุบันโจทย์ด้านผู้สูงอายุและสุขภาวะกำลังมีน้ำหนักมากขึ้น การออกแบบจึงต้องปรับตามพฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้แต่ละช่วงวัย

ขณะเดียวกัน การแข่งขันยังให้ความสำคัญกับ การสเก็ตช์ด้วย ซึ่งอาจารย์ธนิต ระบุว่า เป็นพื้นฐานของสายวิชาชีพ เพราะจะช่วยให้นักออกแบบถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาพได้อย่างรวดเร็ว ก่อนพัฒนาไปสู่การทำงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือการสร้างแบบจำลอง ผู้เข้าแข่งขันจึงจะได้ฝึกตั้งแต่การคิดและพัฒนาแนวคิด การเขียนแปลน การวาดภาพ Perspective การลงสี และการจัดองค์ประกอบเพื่อนำเสนอผลงานในรูปแบบใกล้เคียงกับการเรียนและการทำงานจริง

อาจารย์ธนิต กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้ผู้เข้าแข่งขันใช้โอกาสนี้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้เต็มที่ ทั้งความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ การทดลองพัฒนาแนวคิด และการนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ เพราะเวทีนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันได้ลองสัมผัสบทบาทของนักออกแบบก่อนเข้าสู่มหาวิทยาลัย ได้เรียนรู้ว่าการมีไอเดียเป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่ต้องฝึกต่อคือการพัฒนาแนวคิดให้เป็นระบบและสามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนและการทำงานด้าน Interior Design ในอนาคต

กิจกรรมครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรและเครือข่ายจากหลายสาขา ที่ร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้นักศึกษาและผู้เข้าร่วมได้เห็นภาพการทำงานของในสายวิชาชีพออกแบบภายในอย่างรอบด้าน อาทิ สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA), บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49),  บริษัท โตด้า พีวีซี เลเธอร์ จำกัด , บริษัท แกรนด์ โฮมมาร์ท จำกัด, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน), โครงการ eisa (Education Institute Support Activity), บริษัท ฟิวเจอร์เทค อินโนเวชั่น จำกัด, บริษัท อีดีแอล จำกัด, บริษัท ทัชชะ สตูดิโอ จำกัด , บริษัท หง อินดัสทรี่ส์ จำกัด, บริษัท บีทูเอส จำกัด, บริษัท เอส.บี.เฟอร์นิเจอร์เฮ้าส์ จำกัด และ แบรนด์ Inner Laminates

         ผู้สนใจศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)  ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-fine-and-applied-arts

Read Entire Article