DPU ผนึก ออมสิน จัด Summer Festival ปี 3 ดึงโมเดล Real-World Business ปั้นเด็กปี 1 เป็นผู้ประกอบการ เรียนบริหารธุรกิจจริง สร้างรายได้กลางมหาวิทยาลัย
วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ ธนาคารออมสิน จัดกิจกรรม “CIBA Summer Festival ช้อปเพลินเดินสนุก @DPU ปีที่ 3” เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมสนม สุทธิพิทักษ์ ชั้น 1 อาคาร 4 และบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ผ่านการลงมือทำธุรกิจจริง ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปูทางสู่การเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ โดย อาจารย์สุรชัย สวนทับทิม รองคณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี เป็นประธานในพิธีเปิด
การจัดงานในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากธนาคารออมสิน ภายใต้โครงการ “GSB Innovation for The Future: การพลิกโฉมธุรกิจนวัตกรรมสู่โลกอนาคต” โดย คุณณาตยา มณฑิราช รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจลูกค้า SMEs Startup ธนาคารออมสิน มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแนะนำหลักสูตรอบรมออนไลน์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ท่ามกลางบรรยากาศภายในงานที่เป็นไปอย่างคึกคัก มีนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้าและบริการจริงรวมกว่า 70 ร้านค้า ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ และสินค้าสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับกิจกรรม “CIBA Passport: Walk & Win” ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษากว่า 300 คน ได้สัมผัสบรรยากาศการเรียนรู้ด้านธุรกิจนวัตกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อบ่มเพาะ Entrepreneurial Mindset ตั้งแต่ระดับเยาวชน
อาจารย์สุรชัย สวนทับทิม รองคณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA-DPU) ให้ข้อมูลถึงหัวใจสำคัญของการจัดงานในปีนี้ว่า มหาวิทยาลัยมุ่งเน้นให้นักศึกษาปี 1 ได้เริ่มต้นสัมผัสประสบการณ์ธุรกิจทันทีผ่านรายวิชาเทคโนโลยี โดยปรับเนื้อหาจากการสอนทฤษฎีการตลาดแบบเดิมมาเป็นการนำเครื่องมือดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจนวัตกรรม
“เราอยากให้เด็กปี 1 ได้เรียนรู้การทำธุรกิจทันทีในช่วงเตรียมความพร้อม โดยนำวิชาเทคโนโลยีมาเป็นตัวตั้ง ทั้งเรื่อง Excel, PowerPoint และการใช้ AI รวมถึงนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เขาเข้าใจถึงข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดต่าง ๆ แล้วพิจารณาว่าจะนำเครื่องมือเหล่านั้นมาใช้ในการทำธุรกิจได้อย่างไรบ้าง ซึ่งการทำธุรกิจในปัจจุบันมันต้องเรียนแบบโจทย์จริง ทำจริง นั่นคือสิ่งที่เราอยากให้เด็กเราได้” อาจารย์สุรชัย อธิบาย
นอกจากความเข้าใจด้านเครื่องมือดิจิทัลแล้ว อาจารย์สุรชัยระบุเพิ่มเติมว่า การสร้างความแตกต่างในตลาดคือโจทย์ใหญ่ที่นักศึกษาต้องตีให้แตก โดยมหาวิทยาลัยส่งเสริมให้นำนวัตกรรมมาใช้เป็นอาวุธในการแข่งขัน เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืนและโดดเด่นท่ามกลางการออกร้านภายในงาน
“การแข่งขันในโลกธุรกิจปัจจุบันวัดกันที่นวัตกรรม เราจึงมุ่งปลูกฝังวิธีคิดเชิงนวัตกรรมให้นักศึกษานำไปใช้ต่อยอดแข่งกับคู่แข่ง เช่น ในกรณีที่หลายร้านขายสินค้าประเภทเดียวกันอย่างน้ำอิตาเลียนโซดา นักศึกษาต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้แบรนด์ของตนเองโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนานวัตกรรมที่ตัวผลิตภัณฑ์ หรือนวัตกรรมทางการตลาดที่ดึงเทคโนโลยีและ AI มาช่วยออกแบบสื่อ ทำคอนเทนต์ และยิงโฆษณาโปรโมทร้านค้า เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย”
ในการลงมือทำธุรกิจจริงดังกล่าว มหาวิทยาลัยยังได้รับความร่วมมือจากธนาคารออมสินในการจัดสรร “เงินยืมเพื่อการลงทุน” เป็นทุนตั้งต้นให้แก่กลุ่มนักศึกษาทั้ง 70 ร้านค้า เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการต้นทุนและการสร้างรายได้จริง ขณะเดียวกันยังได้เชิญนักเรียนระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษากว่า 300 คน เข้าร่วมงาน เพื่อช่วยจุดประกายแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่ต้นน้ำ ผ่านตัวอย่างการเริ่มต้นธุรกิจของรุ่นพี่
“ความร่วมมือกับธนาคารออมสิน เรามีระบบเงินยืมเพื่อการลงทุน จัดสรรเงินยืมตั้งต้นให้กลุ่มละ 3,000 บาท โดยกำไรทั้งหมดที่ได้จากการออกร้านจะเป็นของนักศึกษา เพื่อสอนให้เข้าใจเรื่องต้นทุนและการบริหารจัดการกำไร ส่วนนักเรียนมัธยมและอาชีวะที่เชิญมาร่วมงาน ก็เพื่อจุดประกายตั้งแต่ต้นน้ำ ให้เห็นตัวอย่างจากรุ่นพี่ปี 1 จนมองเห็นแนวทางนำไปต่อยอดธุรกิจครอบครัวหรือสร้างธุรกิจของตนเอง” อาจารย์สุรชัย กล่าว
นอกจากนี้ อาจารย์สุรชัยยังได้หยิบยกกรณีศึกษาความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา โดยระบุว่านักศึกษาสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาลภายในระยะเวลาอันสั้น เช่น ทีมขายแซลมอนที่สามารถทำกำไรได้ถึง 2 เท่าจากเงินทุนเริ่มต้น ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของโมเดลการเรียนรู้แบบ Real-World Business
“กิจกรรมนี้คือ Real-World Business ที่ให้นักศึกษาได้ทดลองทำกับโลกความเป็นจริง ทั้งการออกร้านจริง ขายจริง และทำสินค้าจริง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือปีที่ผ่านมา มีทีมขายแซลมอนที่ได้ทุนไป 3,000 บาท แต่สามารถทำกำไรถึง 6,000 บาท ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง นอกจากนี้นักศึกษายังนำเงินที่ได้ไปต่อยอดออกร้านในงานอื่นๆ เช่น Open House งานลอยกระทง หรือกิจกรรมประจำปีต่างๆ จนกระทั่งถึงตอนนี้”
ขณะที่ทางด้าน นางสาวเหมือนฝัน แก้วนก (เชียร์) นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาการบัญชี วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่ออกร้านจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมภายในงาน เล่าถึงประสบการณ์การลงมือทำธุรกิจจริงว่า การได้ลงมาขายจริงทำให้พบว่าปัญหาหน้างานแตกต่างจากในห้องเรียน การเรียนบัญชีช่วยให้มองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รู้ว่ารายรับ รายจ่าย และกำไรเป็นอย่างไร รวมถึงวางแผนการใช้เงินได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจมากกว่าแค่การขายสินค้าเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ การลงมือปฏิบัติตามโจทย์จริงยังช่วยฝึกทักษะการบริหารจัดการต้นทุนและการแก้ไขปัญหาหน้างาน โดยเมื่อพบว่าร้านจำหน่ายเครื่องดื่มได้รับความนิยมจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมากจนสินค้าหมดเร็วกว่าที่คาด จึงต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยการออกไปจัดซื้อสินค้าเพิ่มเติมทันที เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการขาย และยังช่วยเพิ่มรายได้ให้ร้าน ควบคู่ไปกับการฝึกทักษะสำคัญ ทั้งการสื่อสาร ความกล้าแสดงออก การทำงานเป็นทีม และการตัดสินใจจากสถานการณ์จริง
“กิจกรรมนี้ทำให้หนูกล้าพูดมากขึ้น ได้ฝึกโปรโมทร้าน และเรียนรู้การทำงานเป็นทีม ทุกคนต้องช่วยกันวางแผนและตัดสินใจ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก หนูรู้สึกว่าความรู้ที่เรียนมาได้นำมาใช้จริง ทำให้เข้าใจว่าการบัญชีเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ และถ้ามีโอกาสก็อยากพัฒนาร้านให้ดียิ่งขึ้นในครั้งต่อไป”
และเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและเชิดชูศักยภาพผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ภายในงานยังจัดให้มีพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะจากกิจกรรม CIBA Passport: Walk & Win และการแข่งขันออกร้านของนักศึกษา โดยการประกวดในปีนี้แบ่งออกเป็น 5 รางวัล พร้อมเงินรางวัลสนับสนุนรางวัลละ 2,000 บาท ได้แก่ รางวัลจัดร้านโดนใจ, รางวัลความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม, รางวัลทีมขายสุดยอด, รางวัลยอดขายทะลุเป้า และรางวัลร้านขวัญใจมหาชน เพื่อให้นักศึกษานำไปใช้เป็นทุนตั้งต้นในการต่อยอดออกร้านในกิจกรรมถัดไป
ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยยังพร้อมจัดสรรพื้นที่ และสนับสนุนทีมที่มีศักยภาพเพื่อผลักดันเข้าสู่การแข่งขันบนเวทีระดับประเทศ ควบคู่ไปกับการบูรณาการรายวิชา เช่น วิชา Capstone ในชั้นปีที่ 3 ร่วมกับกิจกรรม Showcase ของมหาวิทยาลัย ซึ่งที่ผ่านมาได้ช่วยฝึกฝนทักษะ เช่น การนำเสนอผลงานหรือ Pitching จนนักศึกษาสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศและรางวัลระดับท็อปมาได้อย่างต่อเนื่องหลายรายการ
อาจารย์สุรชัย ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงความสำเร็จของกิจกรรมว่า “ความภูมิใจที่สุดคือการได้เห็นเด็กๆ ประสบความสำเร็จ มีรายได้จริงระหว่างเรียน และเติบโตเป็นผู้ประกอบการได้อย่างมั่นใจ นอกจากกิจกรรมออกร้านแล้ว CIBA-DPU ยังมุ่งขยายความร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น การทำ MOU ร่วมกับบริษัท Remax เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกไลฟ์ขายสินค้า Gadget และเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมรับส่วนแบ่งรายได้จริง ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากผู้ปกครอง เพราะเห็นว่าลูกหลานสามารถหาเงินได้เองและได้เรียนรู้ทักษะจากประสบการณ์จริง ทำให้เกิดความไว้วางใจและประทับใจในคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยเรา”

11 hours ago
1

.jpg)




English (US) ·