Electric Plant สตาร์ตอัปพัฒนาเครื่อง AI อ่านสัญญาณจากต้นไม้ด้วย เพื่อให้มนุษย์คุยกับพืชได้

13 hours ago 4
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

ล่าสุด Electric Plant บริษัทสตาร์ตอัปจากสหรัฐฯ พัฒนา AI ที่สามารถวิเคราะห์สัญญาณไฟฟ้าภายในต้นไม้จากเซนเซอร์ Bud ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ เพื่อทำความเข้าใจสภาพและความต้องการของพืช แถมยังตั้งเป้าว่าในอนาคตมนุษย์อาจสามารถสื่อสารกับต้นไม้ได้อีกด้วย

รู้จักสัญญาณไฟฟ้าที่ซ่อนอยู่ในพืช

แม้ต้นไม้จะไม่มีปากหรือระบบประสาทเหมือนมนุษย์ แต่ต้นไม้สามารถสร้างและส่งสัญญาณไฟฟ้าผ่านเนื้อเยื่อภายในลำต้นได้ โดยสัญญาณเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด น้ำ อุณหภูมิ หรือความเครียดที่เกิดขึ้นกับต้นไม้

Electric Plant บริษัทที่พัฒนา AI ให้แปลภาษาต้นไม้

จุดเริ่มต้นของ Electric Plant มาจาก Justin Mast ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ซึ่งเคยอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับการนำต้นไม้ไปติดตั้งบนฐานที่มีมอเตอร์สามารถเคลื่อนที่ได้ โดยใช้ระบบตรวจจับสัญญาณไฟฟ้าของพืช และเมื่อต้นไม้ต้องการแสง ก็ควบคุมให้ฐานเคลื่อนเข้าหาแสงสว่าง

ภาพจาก MIT Media Lab

หลังจากนั้น Justin Mast จึงร่วมมือกับ Lee von Kraus นักประสาทวิทยาที่เคยทำงานร่วมกับ DARPA ก่อตั้ง Electric Plant และใช้เวลาประมาณ 3 ปีในการรวบรวมข้อมูลสัญญาณไฟฟ้าจากพืช เพื่อพัฒนา AI ที่ชื่อว่า Bombadil

Bombadil เป็น AI ที่ถูกออกแบบมาให้เรียนรู้รูปแบบสัญญาณไฟฟ้าของพืชโดยเฉพาะ โดยมีระบุว่าเทคโนโลยีนี้สามารถวิเคราะห์สัญญาณจากพืชได้ราว 125 ชนิด อย่าง เฟิร์น ต้นเรดวูด มะเขือเทศ ไปจนถึงดอกดาเลีย รวมถึงพืชที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย

AI อ่านสัญญาณจากต้นไม้ได้ยังไง?

สำหรับการทำงาน Electric Plant พัฒนาอุปกรณ์เซนเซอร์ขนาดเล็กชื่อว่า “Bud” ที่สามารถติดตั้งเข้ากับลำต้น โดยใช้ขั้วไฟฟ้าสัมผัสกับเนื้อเยื่อที่นำสัญญาณไฟฟ้าภายในพืช เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กมากในระดับไมโครโวลต์

เมื่อเซนเซอร์ตรวจจับสัญญาณได้แล้ว ข้อมูลจะถูกส่งผ่านระบบเครือข่ายไร้สายไปยังสถานีรับข้อมูล ก่อนส่งต่อให้ AI Bombadil บนระบบคลาวด์วิเคราะห์ และแปลงข้อมูลทางชีวภาพให้อยู่ในรูปแบบที่มนุษย์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น ตารางการรดน้ำหรือการใส่ปุ๋ย

ภาพจาก finance.yahoo

เกษตรกรอาจประหยัดน้ำได้มากกว่า 20%

Justin Mast ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท อ้างว่าระบบดังกล่าวมีศักยภาพช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร พร้อมลดปริมาณการใช้น้ำได้ตั้งแต่ 20% ขึ้นไป ซึ่งหากทำได้จริงในวงกว้าง ก็อาจช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรและลดการใช้ทรัพยากรน้ำโดยไม่จำเป็น

อนาคตอาจไม่ได้แค่ฟังต้นไม้ แต่สามารถสื่อสารกลับไปหาพืชได้ด้วย

เป้าหมายของ Electric Plant ต้องการให้มนุษย์และพืชสามารถสื่อสารโต้ตอบกันได้ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยียังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะความแม่นยำที่แตกต่างกันระหว่างพืชแต่ละชนิด รวมถึงการทดสอบในพื้นที่และสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ซึ่งยังต้องศึกษาต่อไป

ส่วนในเรื่องของราคาเซนเซอร์ Bud มีระบุว่าจะอยู่ในช่วงหลักสิบดอลลาร์ (ราว 300 – 3,000 บาท) ซึ่งจะต่างจากเครื่องมืออื่น ๆ ในลักษณะนี้ ที่มีราคาประมาณหลักพันดอลลาร์ (ราว 30,000 บาท)

และตอนอยู่ในช่วงเริ่มแรกในเชิงพาณิชย์ แต่ยังไม่เปิดเผยว่าลูกค้ากลุ่มแรกของ Electric Plant คือใคร ซึ่งคาดว่าอาจนำไปประยุกต์ใช้ในด้านการเกษตรและป่าไม้

ที่มา Electric Plant, TechCrunch, Notebookcheck

Read Entire Article