Google Earth ถอดฟีเจอร์ “แก้ไขรูปดาวเทียมด้วย AI” หลังมีชาวเน็ตมือบอน ใช้ในทางที่ผิด

2 weeks ago 15
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

Google Earth ประกาศถอดฟีเจอร์แก้ไขรูปภาพจากดาวเทียมด้วย Nano Banana ชั่วคราว หลังเปิดให้ใช้งานมาได้เพียงแค่ไม่กี่วัน เพราะมีชาวเน็ตบางส่วนนำไปใช้ในทางที่ไม่สร้างสรรค์ เช่น การสร้างข้อมูลบิดเบือนที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งนับว่า “ละเมิดนโยบาย” ของทางแพลตฟอร์ม

ฟีเจอร์สุดเจ๋ง ที่ทำหน้าฟีดโซเชียลเจ๊งเพราะถูกใช้ “เผยแพร่ข่าวปลอม”

ฟีเจอร์ดังกล่าวของ Google Earth เป็นการนำคลังภาพถ่ายดาวเทียม ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพจำลองพื้นผิวโลก มาทำงานร่วมกับโมเดลสร้างรูปภาพ Nano Banana โดยตัวอย่างที่ Google ยกขึ้นมาว่าใช้งานยังไงได้บ้าง เช่น

  • จำลองภาพโบราณสถานให้สมบูรณ์เหมือนในยุคอดีต
  • สร้างอินโฟกราฟิกเกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการศึกษา
  • เรนเดอร์ภาพพื้นที่เปล่า สำหรับการวางแผนโครงการก่อสร้าง หรือการปรับผังเมืองต่าง ๆ

อย่างไรก็ดี ฟีเจอร์ดังกล่าวถูกพูดถึง และเป็นที่กังวลอย่างมากเพราะเสี่ยงที่จะถูกนำไป “สร้างข้อมูลปลอม” หรือ “สร้างรูปภาพที่บิดเบือนความเป็นจริง” เช่น การสร้างรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ซึ่งเคยเกิดเหตุร้ายแรงในอดีต และการเจนสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในภาพโดยแตะประเด็นสงครามที่ละเอียดอ่อน

‼️ BREAKING: Google is pulling Nano Banana image generation from Google Earth a day after launch.

Users created prompts to generate images showing a plane hitting a Manhattan skyscraper, a bombing in Moscow, a nuclear plant in Iran, refugees at the US–Mexico border and a bomb… https://t.co/q9lNNaazD3 pic.twitter.com/nyuiKiQ2Qi

— International Cyber Digest (@IntCyberDigest) July 31, 2026

Tonight I typed just one sentence into Google Earth and put refugees near the Mexican border. Then I planted a nuclear plant in Iran. What on earth is Google doing? Check my latest post here: https://t.co/N0h6CVECqS pic.twitter.com/WSjdcEXWJx

— 𝚑𝚎𝚗𝚔 𝚟𝚊𝚗 𝚎𝚜𝚜 (@henkvaness) July 30, 2026

ทาง Google จึงปิดการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวชั่วคราว เพื่อพัฒนาระบบตรวจจับให้แม่นยำยิ่งขึ้นกว่านี้ หลังพบว่ามีผู้ใช้ละเมิดนโยบาย และทำการสร้างรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ข้อมูลเทจหรือเฟคนิวส์บน Social Media ก่อนจะพิจารณาเปิดให้ใช้งานอีกครั้งในอนาคต

ประเด็นสำคัญที่คนกังวลกันก็คือลายน้ำดิจิทัล SynthID เพื่อระบุว่าเป็นภาพ AI ดูเหมือนว่าจะยังไม่สามารถใช้ได้ผลสักเท่าไหร่ มีทั้งรูปที่สามารถตรวจสอบได้ และตรวจสอบไม่ได้ถึงแม้ว่าจะเป็นรูปที่สร้างจาก AI ก็ตาม

ที่มา: PC Mag, Google

Read Entire Article