ศาลยุติธรรมแห่งยุโรป (EJC) สั่งยกคำร้องอุธรณ์ของ Google พร้อมยืนยันโทษสั่งปรับจำนวน 4.1 พันล้านยูโร (ประมาณ 1.55 แสนล้านบาท) จากการใช้ระบบปฏิบัติการ Android เป็นเครื่องมือผูกขาด และกีดกันคู่แข่งทางการค้า
คดีที่ยืดเยื้อมานานหลายปีตั้งแต่ช่วงปี 2018 ก่อนที่จะมาสิ้นสุดในปี 2026
คำตัดสินของคดีดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2018 โดยคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า Google ใช้อำนาจในการสร้างความได้เปรียบทางตลาด ด้วยการให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนแต่ละแบรนด์ ติดตั้งเครื่องมือค้นหา Google Search และเบราว์เซอร์ Chrome ไว้ล่วงหน้าบนสมาร์ตโฟน ซึ่งเป็นการกีดกันคู่แข่งอื่น ๆ โดยสมบูรณ์

เงินค่าปรับมีจำนวน 4.3 พันล้านยูโร ก่อนที่จะปรับลดลงมาในปี 2022 ตามข้อกล่าวหาเดิมเหลือ 4.1 พันล้านยูโร และสุดท้ายได้มีการยื่นขออุทธรณ์ต่อศาลในช่วงเวลาต่อมา
อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาผลกระทบซึ่งเกิดจากการใช้ระบบ Android เป็นเครื่องมือในการผูกขาดตลาด จนส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการแข่งขัน ศาลสูงสุดเห็นชอบในการตัดสินของศาลชั้นต้น และทำการยกคำร้องพร้อมมีคำสั่งให้ Google ชำระค่าปรับตามเดิม
Google รู้สึกผิดหวังกับคำตัดสินของศาล
โฆษก Google ออกมาพูดถึงความรู้สึกผิดหวังต่อคำพิพากษาของศาล ที่ไม่ได้คำนึงถึงความจริงที่ว่า Google ลงทุนเพื่อให้ระบบปฏิบัติการ Android ยังคงเป็นระบบเปิดที่ทำงานร่วมกับระบบอื่นได้จนถึงทุกวันนี้ และสามารถใช้งานได้ฟรีสำหรับทุกคน
นอกจากนั้นแล้ว Google ยังระบุว่า ทางบริษัทได้ปรับเปลี่ยนข้อตกลงให้สอดคล้องกับคำตัดสินของศาลตั้งแต่ปี 2018 ที่ผ่านมาแล้ว และก็ยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมซึ่งชูจุดเด่นอย่าง “การเป็นระบบเปิด” ให้เข้าถึงผู้ใช้งานหรือนักพัฒนาเป็นวงกว้างต่อไปในอนาคต

ที่ผ่านมา Google ถูกตัดสินให้ EU สั่งปรับเงินไปแล้วเกือบ 11 พันล้านยูโร
ระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา Google สะสมจำนวนเงินที่ถูกทางสหภาพยุโรป (EU) ปรับไปแล้วเกือบ 11 พันล้านยูโร (ประมาณ 4.17 แสนล้านบาท) จากการละเมิดกฎหมายผูกขาดทางการค้า
ถึงแม้ว่าจำนวนเงินดังกล่าวจะไม่ถึง 3% ของรายได้ต่อปีทั้งหมดของ Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google แต่จากคำตัดสินที่ทำให้เห็นถึงการพ่ายแพ้หลาย ๆ ครั้งที่บริษัทต้องพบเจอ ก็อาจเป็นประตูที่เปิดทางให้หน่วยงานอื่น ๆ เพ่งเล็งที่จะยื่นฟ้องทาง Google ได้อีกในอนาคต
ที่มา: Reuters

4 hours ago
1







English (US) ·