HUAWEI และ Qualcomm ทำข้อตกลงใช้สิทธิบัตร 5G และเทคโนโลยี LogicFolding สำหรับการผลิตชิป

14 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

HUAWEI ร่วมทำข้อตกลงระยะยาวหลายปีกับ Qualcomm เพื่อเปิดทางให้มีสิทธิ์ใช้งานสิทธิบัตรหลายรายการ เช่น เทคโนโลยี 5G, เทคโนโลยี AI, การเชื่อมต่อ, โครงสร้างด้านการประมวลผล (Computing) และเทคโนโลยี LogicFolding ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบชิปที่ HUAWEI พัฒนาขึ้นเอง

HUAWEI ได้เงินค่าลิขสิทธิ์ Qualcomm ได้เทคโนโลยี

สำหรับข้อตกลงระยะยาวระหว่าง HUAWEI และ Qualcomm ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าออกมา และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสหรัฐฯ

ผลจากการทำข้อตกลงครั้งนี้ Qualcomm จะสามารถใช้งานสิทธิบัตรหลายรายการของ HUAWEI ที่จดในสหรัฐฯ ได้ เช่น 5G, AI, Networking, Computing Infrastructure และเทคโนโลยี NPO (Near- and Co-Packaged Optics) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับส่งข้อมูลด้วยแสง

เทคโนโลยี LogicFolding อาจเป็นแนวทางใหม่ที่ Qualcomm จะเอามาใช้กับชิปของตนเอง

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจก็คือ Qualcomm สามารถใช้งานสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับ LogicFolding หรือเทคโนโลยีด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรมชิปที่ HUAWEI เปิดตัวเมื่อช่วงกลางปี 2026

LogicFolding เป็นแนวทางสำคัญของ HUAWEI ในการเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลผลและการรับส่งข้อมูลภายในระบบชิป ขณะเดียวกันยังช่วยลดข้อจำกัดด้านกระบวนการผลิตที่ HUAWEI ต้องเผชิญจากมาตรการคว่ำบาตรและข้อจำกัดทางการค้าของสหรัฐฯ

หัวใจสำคัญของเทคโนโลยี LogicFolding ก็คือการนำไปต่อยอดเพื่อทำให้ชิปรุ่นใหม่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับชิประดับ 1.4 นาโนเมตร โดยไม่จำเป็นต้องผลิตด้วยกระบวนการ 1.4 นาโนเมตรจริง ๆ

ธุรกิจให้สิทธิ์ใช้งานสิทธิบัตรของ HUAWEI คืออีกหนึ่งแหล่งรายได้ของ HUAWEI

John Han รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปของ Qualcomm กล่าวว่าข้อตกลงครั้งนี้ช่วยเสริมให้เทคโนโลยี 5G ยังคงเป็นผู้นำในวงการ และเป็นการยอมรับถึงความก้าวหน้าทางนวัตกรรมของ HUAWEI อีกด้วย

ปัจจุบัน HUAWEI ทำข้อตกลงด้านสิทธิบัตรร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทั่วโลกมากกว่า 260 ราย เช่น Nokia, HP, Samsung, Amazon, OPPO, vivo, Xiaomi เป็นต้น

HUAWEI คาดว่าข้อตกลงกับ Qualcomm ในครั้งนี้จะทำให้มูลค่ารวมของสัญญาในธุรกิจให้สิทธิ์ใช้งานสิทธิบัตร (Patent Licensing) ของบริษัทเพิ่มขึ้นจนแตะประมาณ 6,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในรายได้หลัก ๆ ของทางบริษัทในปัจจุบัน

ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 บริษัทใช้งบเพื่อส่วนนี้ไปมากถึง 27,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นประมาณ 22% ของรายได้ทั้งหมดในปีดังกล่าว

ที่มา: South China Morning Post

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Read Entire Article