KTSC มอง TravelTech เปลี่ยนจากแอปสู่ Deep Tech รับมือโจทย์ใหม่ธุรกิจท่องเที่ยว

9 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

KTSC มอง TravelTech เปลี่ยนจากแอปสู่ Deep Tech รับมือโจทย์ใหม่ธุรกิจท่องเที่ยว

กรุงเทพฯ – อุตสาหกรรม TravelTech กำลังเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการดิจิทัลสำหรับนักท่องเที่ยว ไปสู่การนำ AI, AIoT และเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) มาใช้ยกระดับการดำเนินงานของธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งแต่โรงแรม ระบบการเดินทาง การบริหารรายได้ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ ตามมุมมองของ Korea Tourism Startup Center

นางสาวคิม ควัน-มี (Kim Kwan-mi) Executive Director ของ KTO กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน และความคาดหวังของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพ ช่วยให้ธุรกิจลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ได้จริง มากกว่าการแข่งขันกันพัฒนาแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันเพียงอย่างเดียว

"เมื่อไม่กี่ปีก่อน ทุกคนถามว่าบริษัทมี AI หรือไม่ แต่วันนี้ผู้ประกอบการไม่ได้มองหาว่าใครมี AI แต่มองว่า AIช่วยแก้ปัญหาธุรกิจอะไรได้บ้าง นั่นคือทิศทางใหม่ของ TravelTech" คิม กล่าว

แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของเกาหลีใต้ที่เร่งลงทุนด้านAI และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยรัฐบาลมีแผนเพิ่มงบประมาณวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็น 35.3 ล้านล้านวอนในปี 2569 ครอบคลุมAI หุ่นยนต์ ระบบขนส่งแห่งอนาคต และเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์

สำหรับ KTSC บทบาทได้พัฒนาจากการสนับสนุนสตาร์ทอัพเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ไปสู่การผลักดันความร่วมมือเชิงธุรกิจและการนำเทคโนโลยีไปใช้จริง โดยในปี 2568 สามารถดำเนินการจับคู่ธุรกิจได้ 119 ครั้ง สนับสนุนการทำสัญญาทางธุรกิจ 7 โครงการ และช่วยผลักดันให้สตาร์ทอัพเกาหลีใต้ 2 รายจัดตั้งบริษัทในประเทศไทย ก่อนต่อยอดสู่การผลักดันการใช้งานเชิงพาณิชย์และความร่วมมือระยะยาวในปี 2569 ซึ่งเห็นได้จากสตาร์ทอัพทั้ง 5 รายที่ KTSC คัดเลือกเข้าร่วมงาน ซึ่งล้วนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาการดำเนินงาน của ธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งแต่ AIสำหรับบริหารอาคารและโรงแรม แพลตฟอร์มเชื่อมระบบโรงแรม เทคโนโลยีบริหารรายได้ AIoT สำหรับธุรกิจ Mobility ไปจนถึงการใช้คอนเทนต์และทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวและแหล่งรายได้ใหม่

เจาะลึกมุมมอง 5 สตาร์ทอัพเกาหลีใต้ผู้พลิกโฉม TravelTech

นายโจ มิน-ฮี (Cho Min-hee) CEO ของ Alicorn กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัทไม่ใช่การใช้ AI แทนคน แต่เป็นการให้ AIเข้ามาช่วยดูแลงานที่ต้องทำซ้ำและสนับสนุนการดำเนินงานตลอด 24ชั่วโมง โดยผลจากการใช้งานจริงสามารถลดต้นทุนด้านแรงงานได้สูงสุด96% เพิ่มกำไรจากการดำเนินงาน 30% และยังรักษาความพึงพอใจของลูกค้าไว้ที่ 98%

นายซอง บยอง-กวอน (Seong Byeong-gwon) CEO ของ DOWHAT กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของโรงแรมจำนวนมากคือการใช้หลายระบบที่ไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้เกิดข้อมูลกระจัดกระจายและงานซ้ำซ้อน ปัจจุบันบริษัทขยายการให้บริการจากโรงแรมเพียง 3 แห่งในปี2564 เป็น 106 โรงแรม ครอบคลุมกว่า 37,000 ห้องพัก และกำลังต่อยอดข้อมูลทั้งหมดสู่แพลตฟอร์ม AI "Aurora" เพื่อช่วยยกระดับการบริหารจัดการโรงแรม

นายยู ซัง (Yoo Sang) Regional Director ของ Oh My Hotel & Co. กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจโรงแรมในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มอัตราการเข้าพักเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบริหารรายได้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด บริษัทจึงพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อช่องทางการขายกว่า 80 ช่องทางทั่วโลก พร้อมช่วยให้โรงแรมเข้าถึงนักท่องเที่ยวจากตลาดสำคัญอย่างจีน เกาหลี และญี่ปุ่น รวมถึงช่วยเพิ่มรายได้ต่อยอดขายมากกว่า 20%

นายพัค ชู-จิน (Park Chu-jin) CEO ของ Star Pickers กล่าวว่า ธุรกิจเช่ายานพาหนะ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ยังขาดระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ บริษัทจึงพัฒนาเทคโนโลยี AIoT สำหรับติดตามยานพาหนะแบบเรียลไทม์ แจ้งเตือนอุบัติเหตุ ป้องกันการโจรกรรม และต่อยอดสู่แพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหา เปรียบเทียบราคา จอง และชำระเงินบริการเช่ายานพาหนะได้ในระบบเดียว

ด้าน นายจอง ชาง-ยุน (Jeong Chang-yun) CEO ของ DIVE IN Group กล่าวว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนจากการมองหาที่พัก ไปสู่การมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น โรงแรมจึงมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการนำศิลปะ คอนเทนต์ และทรัพย์สินทางปัญญา (IP)มาพัฒนาห้องพักและกิจกรรมรูปแบบใหม่ ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างความแตกต่าง แต่ยังสร้างแหล่งรายได้ใหม่จากสินค้า นิทรรศการ และประสบการณ์ที่ต่อยอดจากคอนเทนต์

Read Entire Article