Microsoft ได้เริ่มปล่อยฟีเจอร์ AI ของ Windows 11 ให้กับพีซีที่ใช้ซีพียู AMD Ryzen AI 300 และ Intel Core Ultra 200V แล้ว หลังจากก่อนหน้านี้จำกัดไว้เฉพาะพีซีที่ใช้ชิป Snapdragon X เท่านั้น เนื่องจากมีข้อตกลงพิเศษกับ Qualcomm เพื่อผลักดันแพลตฟอร์ม Windows on ARM โดยใช้ Snapdragon เป็นฐานหลัก ฟีเจอร์เหล่านี้เคยเป็นจุดขายสำคัญของ Copilot+ PC ที่ได้รับการโปรโมตว่าเป็นคอมพิวเตอร์ Windows ที่ฉลาดและปลอดภัยที่สุด แต่ปัจจุบันได้เริ่มเปิดให้ใช้งานบนอุปกรณ์ที่ใช้ชิปจากผู้ผลิตรายอื่นแล้วเช่นกัน

ฟีเจอร์ที่สามารถใช้งานได้มีดังนี้
- Live Captions – แสดงคำบรรยายแบบเรียลไทม์ขณะประชุมออนไลน์หรือเล่นวิดีโอ
- Cocreator ใน Paint – เปลี่ยนภาพร่างเป็นงานศิลป์โดยใช้ AI
- Image Creator ในแอป Photos – สร้างภาพจากคำสั่งข้อความ
- Restyle Image ในแอป Photos – ปรับแต่งภาพให้มีสไตล์ใหม่
ฟีเจอร์เหล่านี้จะเริ่มเปิดให้ใช้งานในรูปแบบพรีวิวผ่านการอัปเดต Windows ประจำเดือนมีนาคม 2025 และคาดว่าจะปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้งานในเดือนเมษายน 2025
นอกจากนี้ Microsoft ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ Voice Access สำหรับสั่งงานด้วยเสียงที่สามารถเข้าใจภาษาธรรมชาติมากขึ้น โดยขณะนี้สามารถใช้งานได้บนพีซีที่ใช้ Snapdragon X และจะขยายไปยังพีซีที่ใช้ AMD และ Intel ภายในปีนี้

ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้ให้สิทธิพิเศษแก่ Snapdragon X เพื่อช่วยให้ Qualcomm แข่งขันในตลาด Windows on ARM ได้ดียิ่งขึ้น แต่ล่าสุดได้ขยายการรองรับฟีเจอร์ AI ไปยังซีพียู AMD และ Intel แล้ว
โดยการใช้ฟีเจอร์ AI เหล่านี้ได้ต้องมี NPU ในตัว แต่ก็อาจจะมีซีพียูบางตัวที่แม้ว่าจะมี NPU แต่ความแรงก็ไม่ผ่านมาตรฐาน Copilot+ PC อย่าง Core Ultra 200 Desktop ทำให้อาจจะไม่สามารถใช้ฟีเจอร์ได้
การอัปเดตนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Microsoft ในการนำ AI มาสู่ Windows 11 และขยายขีดความสามารถของ Copilot+ PC ให้รองรับอุปกรณ์ได้มากขึ้น
ที่มา : videocardz neowin