คิดว่า AI จะแย่งงานจริงไหม? ผลวิจัยเผย "ทักษะมนุษย์" แบบไหนที่ตลาดแรงงานปี 2026 ต้องการตัวสูงสุด
เปิดรายงานคนทำงานยุค AI เจาะลึก 3 ทักษะเด่นของมนุษย์ที่นายจ้างตามหา และไม่มีวันตกงาน
การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังขับเคลื่อนและปรับเปลี่ยนโฉมหน้าของตลาดแรงงานโลกอย่างเห็นได้ชัด ทว่าในความจริงแล้ว อาจไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะสามารถถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติไปเสียหมด เพราะข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่า ผู้ประกอบการและนายจ้างในปัจจุบันกำลังมองหาบุคลากรที่มีความสามารถในการคิดนอกกรอบ มีความเฉียบคมในการตัดสินใจ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่นได้ดี
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับการถูกแทนที่เพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาจากดรรชนีความสามารถในการปรับตัวและการผสานเทคโนโลยีร่วมกับศักยภาพของมนุษย์ โดยรายงานจากกองทุนและสถาบันวิจัยระดับสากลระบุว่า กลุ่มสายงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางร่วมกับทักษะทางอารมณ์และสังคม (Soft Skills) มีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมและมีการเติบโตของอัตราผลตอบแทนที่โดดเด่นในยุคปัจจุบัน
เปิดรายงาน PwC วิเคราะห์ล้านล้านตำแหน่งงาน: เมื่อ AI ดันมูลค่า "ทักษะ MiM" สูงขึ้น
ตามรายงาน "โกลบอล เอไอ จ็อบส์ บารอมิเตอร์ 2026" (Global AI Jobs Barometer 2026) โดยบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกอย่าง พีดับบลิวซี (PwC) ซึ่งทำการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลจากประกาศรับสมัครงานมากกว่า 1 พันล้านตำแหน่งจาก 6 ทวีปทั่วโลก ได้สะท้อนข้อเท็จจริงชวนคิดว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการกำลังมองหามากที่สุดในยุคนี้ กลับเป็นทักษะดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ของมนุษย์ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity), ความสามารถในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Judgement) และภาวะผู้นำ (Leadership)
เนื่องจากระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาช่วยแบ่งเบาและรับช่วงต่อในส่วนของงานรูทีน (Routine Tasks) หรืองานเอกสารซ้ำๆ ไปมากพอสมควร องค์กรธุรกิจต่างๆ จึงหันมาเน้นให้คุณค่ากับสมรรถนะส่วนบุคคลที่ยากต่อการใช้ระบบอัตโนมัติเข้ามาแทนที่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่าคุณลักษณะเหล่านี้กำลังมีความสำคัญเพิ่มขึ้นในเกือบทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม ตั้งแต่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีไปจนถึงบริการวิชาชีพเฉพาะทาง
นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นว่า AI ได้แบ่งกลุ่มตลาดงานออกเป็นสองมิติหลักๆ มิติแรกคือกลุ่มตำแหน่งงานที่ใช้ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยเสริมประสิทธิภาพแต่ไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์โดยตรง เช่น แพทย์รังสีวิทยา (Radiologists) หรือเจ้าหน้าที่สรรหาบุคลากร (Recruiters) ส่วนมิติที่สองคือกลุ่มอาชีพที่เทคโนโลยีช่วยทลายกำแพงความยาก ทำให้ผู้ที่มีประสบการณ์น้อยสามารถเข้ามาเริ่มงานและจัดการภารกิจที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น
- สหรัฐฯ เปิดโผ 10 อาชีพที่จะ "ขาดแคลนสุดขีด" ในอีก 10 ปีข้างหน้า เงินเดือนพุ่งสูง!!
- ต้องมีเท่าไหร่ถึงจะลาออกได้? เปิดสูตรคำนวณ "เงิน" เช็กก่อนยื่นใบเพื่อให้ชีวิตไม่พัง!
สถิติชี้ชัด: องค์กรที่ปรับตัวได้ดี มีอัตราการจ้างงานและเติบโตที่โดดเด่น
จากฐานข้อมูลของ PwC พบว่า อัตราการประกาศเปิดรับตำแหน่งงานในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการประยุกต์ใช้ AI มีความเร็วในการขยายตัวมากกว่ากลุ่มอื่นถึงสองเท่า ยิ่งไปกว่านั้น ค่าตอบแทนเฉลี่ยในกลุ่มสายงานเหล่านี้ยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเร็วกว่าสายงานปกติทั่วไปราว 42% ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำว่า แรงงานที่มีความสามารถในการผสานความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคเข้ากับทักษะทางอารมณ์และสังคม (Soft Skills) กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับรายงาน "ฟิวเจอร์ ออฟ จ็อบส์ รีพอร์ต 2025" (Future of Jobs Report 2025) ของสภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum (WEF) ที่ได้คาดการณ์ไว้ว่า ภายในปี 2030 ทักษะสำคัญในการทำงานของประชากรโลกกว่า 39% จะต้องมีการปรับเปลี่ยนและยกระดับขึ้น โดยทักษะที่มีแนวโน้มติดโผความต้องการสูงสุด ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking), ความคิดสร้างสรรค์, ความยืดหยุ่นและทนทานต่อแรงกดดันทางจิตใจ (Resilience) ตลอดจนทักษะในการนำองค์กร
สิ่งที่น่าสนใจคือ องค์กรธุรกิจที่มีการบูรณาการเทคโนโลยี AI เข้ากับระบบการทำงานอย่างเหมาะสม ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิต (Productivity) เท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างตำแหน่งงานใหม่ๆ ได้เร็วขึ้นด้วย โดยสถิติตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา พบว่าบริษัทที่มีความก้าวหน้าในการประยุกต์ใช้ AI มีอัตราการจ้างงานเติบโตเพิ่มขึ้นราว 52% ขณะที่กลุ่มบริษัทที่ยังไม่ได้เน้นการปรับใช้เทคโนโลยีนี้ มีอัตราจ้างงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 36%
ทักษะ AI เพิ่มมูลค่ารายได้ แต่อย่าละเลย "การใช้วิจารณญาณ" ของมนุษย์
ผลการวิเคราะห์เชิงลึกของ PwC บ่งชี้ว่า ค่าความแตกต่างของเงินเดือนหรือ "ส่วนต่างโบนัสทักษะ" (Wage Premium) สำหรับผู้ที่มีทักษะความสามารถด้าน AI มีสัดส่วนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 62% และในบางภาคธุรกิจ เช่น กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Goods) ตัวเลขอัตราส่วนต่างนี้อาจมีโอกาสขยับสูงขึ้นได้ตามการแข่งขันและกลไกตลาด ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าความเข้าใจและการประยุกต์ใช้ AI เป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญในยุคปัจจุบัน
ทั้งนี้ ประกาศรับสมัครงานที่ระบุเงื่อนไขความต้องการทักษะความรู้ด้าน AI มีสถิติเติบโตขึ้นถึง 69% นับตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งคิดเป็นอัตราความเร็วที่เหนือกว่าภาพรวมของตลาดแรงงานปกติทั่วไป โดยกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี, สื่อสารมวลชน, โทรคมนาคม และบริการวิชาชีพเฉพาะทาง เป็นกลุ่มที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุด
อย่างไรก็ตาม รายงานชิ้นนี้ได้ฝากข้อสังเกตที่น่าสนใจสำหรับ "แรงงานรุ่นใหม่" หรือเด็กจบใหม่ระดับเริ่มต้น (Junior) เอาไว้ด้วยว่า ในปัจจุบันเหล่านายจ้างเริ่มคาดหวังให้พนักงานระดับเริ่มต้นมีทักษะบางประการที่แต่เดิมมักจะสงวนไว้สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์สูง เช่น ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพหรือภาวะผู้นำ โดยความต้องการคุณสมบัติเหล่านี้ในตำแหน่งงานระดับจูเนียร์เพิ่มขึ้น 35% ตั้งแต่ปี 2019 ในทางกลับกัน ตำแหน่งงานเริ่มต้นที่ไม่ได้ระบุความต้องการทักษะเหล่านี้กลับมีสัดส่วนลดลงราว 10%
บทสรุปของเรื่องนี้จึงชี้ให้เห็นว่า แม้ความเชี่ยวชาญและทักษะด้านเทคโนโลยี AI จะเป็นสะพานเชื่อมต่อโอกาสที่สำคัญในโลกการทำงานยุคนี้ แต่สิ่งที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดความสำเร็จและสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนในอาชีพการงานระยะยาว ก็ยังคงเป็นเรื่องของความสามารถในการสร้างสรรค์ การใช้ดุลยพินิจ และความสามารถในการนำพาผู้คนและองค์กรก้าวไปข้างหน้านั่นเอง


9 hours ago
1






English (US) ·