คนไข้ถามบ่อย "ชาหมัก" ยอดนิยม 2 ชนิด หมอเปรียบเทียบชัดๆ สรรพคุณต่างกันมาก สิ่งที่ควรรู้ก่อนดื่ม
ในชีวิตประจำวัน หลายคนมักเข้าใจว่าเครื่องดื่มที่มีคำว่า “ชา” ในชื่อย่อมมีสรรพคุณดีต่อสุขภาพคล้ายกัน อย่างไรก็ตาม นายแพทย์หลิว ป๋อเหริน (Liu Bor-ren) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเชิงหน้าที่และเวชศาสตร์การทำงาน ระบุว่า “ชาแห่งชาติ” อย่าง รอยบอส (Rooibos) จากแอฟริกาใต้ และเครื่องดื่มหมักอย่าง คอมบูชา (Kombucha) แม้จะมีคำว่า “ชา” เหมือนกัน แต่กลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงทั้งในแง่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และกลไกการทำงานในร่างกาย
ล่าสุด ดร.หลิวแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวผ่านโซเชียลว่า ครั้งหนึ่งเขาได้ดื่มรอยบอสแบบไร้คาเฟอีนในร้านอาหาร และรู้สึกผ่อนคลายทั้งกายใจ จึงหยิบยกหัวข้อนี้มาอธิบายความแตกต่างของเครื่องดื่มสองชนิดที่คนไข้มักถามถึงบ่อยครั้ง
รอยบอส: ชาสมุนไพรที่ดีต่อหัวใจและระบบประสาท
ชารอยบอส (Rooibos Tea) คือชาแดงชนิดหนึ่ง ที่ได้จากการนำกิ่งและใบของต้น Aspalathus linearis ไม้พุ่มชนิดหนึ่งที่มีถิ่นฐานอยู่ที่แถบแอฟริกาใต้ ไปหมักจนทำให้ได้ใบชาที่มีสีน้ำตาลออกแดง เมื่อนำไปต้มเป็นชาจะมีสีแดงสวย รสชาติเข้มข้น และไม่มีคาเฟอีน (Caffeine) เป็นชาทางเลือก แทนการดื่มชาดำหรือชาเขียวที่มีคาเฟอีนเยอะได้ เหมาะสำหรับผู้ที่นอนหลับยาก หรือแพ้คาเฟอีน
ในปี 2023 งานวิจัยโดย Afrifa และคณะ ซึ่งเผยแพร่ในบทความ The health benefits of rooibos tea in humans ระบุว่า รอยบอสช่วยลด คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และ ไตรกลีเซอไรด์ เพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) เสริม สารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ชาแดง
ต่อมาในปี 2024 งานวิจัยเพิ่มเติมยังแสดงว่า การดื่มรอยบอสในระยะยาวอาจ ช่วยปกป้องการทำงานของหัวใจ
นอกจากนี้ ผลการศึกษาล่าสุดในปี 2025 โดย Chipofya และคณะ ชี้ว่ารอยบอสมีศักยภาพในการ ลดการอักเสบของระบบประสาท และ ยับยั้งการตายของเซลล์ประสาท จึงอาจมีประโยชน์ต่อผู้ที่มีภาวะเครียดเรื้อรังหรือนอนหลับไม่สนิท
คอมบูชา: เครื่องดื่มหมักที่ช่วยเรื่องลำไส้ แต่ต้องระวังปริมาณ
คอมบูชา (Kombucha) คือเครื่องดื่มหมักที่ทำจากชาเขียวหรือชาดำผสมกับน้ำตาล แล้วใส่หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่เรียกว่า SCOBY เพื่อหมักจนเกิดสารสำคัญ เช่น กรดอินทรีย์ จุลินทรีย์ดี (โพรไบโอติก) และโพลีฟีนอล
ในปี 2024 งานวิจัยโดย Massoud และคณะ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Plant Foods for Human Nutrition พบว่า คอมบูชามีศักยภาพในการ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านแบคทีเรีย และต้านการอักเสบ อีกทั้งอาจมีผลดีต่อ การควบคุมระบบเผาผลาญ การปกป้องตับ และลดความเสี่ยงมะเร็ง ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลจากกรดอินทรีย์และโพลีฟีนอลในเครื่องดื่ม
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในมนุษย์เกี่ยวกับคอมบูชายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยในปี 2025 การวิเคราะห์โดย Fraiz และคณะสรุปว่า ข้อดีที่มีหลักฐานแน่นหนาที่สุดคือช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ และบรรเทาอาการท้องผูก ส่วนผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดนั้นยังต้องศึกษาต่อ
ชาหมัก
งานวิจัยในปีเดียวกันยังพบว่า การเติม ใยอาหาร (fiber) ลงในคอมบูชาอาจช่วยลดไตรกลีเซอไรด์และเสริมสุขภาพลำไส้ เหมาะกับผู้ที่มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome)
อย่างไรก็ตาม คอมบูชายังมี น้ำตาลตกค้าง และอาจมี แอลกอฮอล์ในปริมาณเล็กน้อย (น้อยกว่า 0.5%) ซึ่งอาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ เด็ก หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
ดร.หลิวแนะนำว่า:
-
หากคุณเป็นคนที่ใจสั่นง่าย หรือไวต่อคาเฟอีน ควรเลือกดื่ม รอยบอส ที่ไม่มีคาเฟอีนและยังมีสรรพคุณช่วยต้านอนุมูลอิสระและควบคุมน้ำตาลในเลือด
-
แต่หากคุณมีปัญหาด้านลำไส้ หรืออยากฟื้นฟูสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย อาจดื่ม คอมบูชาในปริมาณที่เหมาะสม
ข้อสำคัญคือ ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้แทนการรักษาทางการแพทย์ และต้องคำนึงถึงสุขภาพและภาวะร่างกายของแต่ละคนก่อนเลือกดื่มเสมอ