ปภ.แนะเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง เช็กของจำเป็น 6 หมวด พร้อม 5 ข้อควรจำเมื่อเกิดภัย
กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ควรมีอะไรบ้าง? กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. แนะนำให้ประชาชนเตรียมสิ่งของจำเป็น 6 หมวด เพื่อดูแลตัวเองและครอบครัวในช่วง 3 วันแรกหลังเกิดภัย ทั้งกรณีต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงและอยู่ในบ้านระหว่างรอความช่วยเหลือ โดยเน้นจัดให้เหมาะกับสมาชิกในครอบครัว พร้อมหยิบใช้ได้ทันที

ทำไมต้องเตรียมของให้พอใช้ 72 ชั่วโมง?
ปภ.อธิบายว่า ช่วง 72 ชั่วโมง หรือ 3 วันแรกหลังเกิดภัย เป็นช่วงสำคัญที่ประชาชนอาจต้องพึ่งพาตนเอง ระหว่างเจ้าหน้าที่กระจายความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ การมีน้ำ อาหาร ยา และอุปกรณ์จำเป็นเตรียมไว้ จึงช่วยให้ดำรงชีวิตเบื้องต้นได้ อย่างไรก็ตาม การเตรียมของสำหรับ 3 วันไม่ได้หมายความว่าความช่วยเหลือจะมาถึงภายในเวลานี้แน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์และการเข้าถึงแต่ละพื้นที่ด้วย
เปิดรายการกระเป๋าฉุกเฉิน 6 หมวด ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
1. ยาและอุปกรณ์ดูแลสุขภาพ
- ชุดปฐมพยาบาล
- ยาสามัญประจำบ้าน
- ยาประจำตัวให้เพียงพอต่อการใช้งาน
- เอกสารประวัติการรักษาที่จำเป็น
2. อาหารและน้ำดื่ม
- น้ำดื่ม 3 ลิตรต่อคนต่อวัน หรือรวม 9 ลิตรต่อคนสำหรับ 3 วัน
- อาหารพร้อมรับประทานที่เก็บรักษาได้ตามเงื่อนไขบนฉลาก
- ขนมหรืออาหารให้พลังงาน
- อาหารเฉพาะสำหรับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย
ปริมาณอาหารต้องคำนวณให้ครอบคลุมตลอด 3 วัน ไม่ใช่เตรียมเพียง 3 มื้อสำหรับทั้งช่วง สำหรับน้ำดื่ม 9 ลิตรต่อคนมีน้ำหนักมาก จึงควรวางแผนทั้งส่วนที่พกพาได้และส่วนที่สำรองไว้ในบ้านให้เหมาะกับการอพยพ ไม่ควรบรรจุของจนหนักเกินกำลังของผู้ถือกระเป๋า
3. อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ
- โทรศัพท์มือถือและพาวเวอร์แบงก์ที่ชาร์จพร้อมใช้
- ไฟฉายและถ่านสำรอง
- วิทยุทรานซิสเตอร์
- นกหวีดสำหรับส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
- สมุด ปากกา มีดพก กรรไกร และเชือก
- เทียนไขและไฟแช็ก โดยต้องเก็บและใช้อย่างระมัดระวัง
หากต้องการแสงสว่าง ควรเลือกใช้ไฟฉายก่อนการจุดเทียนเพื่อลดความเสี่ยงไฟไหม้ และห้ามจุดไฟหากสงสัยว่ามีก๊าซรั่ว อุปกรณ์มีคมและไฟแช็กต้องจัดเก็บให้ปลอดภัย โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก ควรตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนเก็บเข้ากระเป๋า
4. เอกสารสำคัญและเงินสด
- สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และใบขับขี่
- สำเนาสมุดบัญชีและโฉนดที่ดินตามความจำเป็น
- กุญแจสำรอง
- เงินสดสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
ควรใส่เอกสารและเงินสดไว้ในถุงซิปล็อกกันน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายจากฝนหรือน้ำท่วม จัดรวมไว้ในตำแหน่งที่หยิบใช้สะดวกและดูแลไม่ให้สูญหาย โดยเลือกเอกสารเท่าที่จำเป็นต่อการยืนยันตัวตนและติดต่อดำเนินการหลังเกิดภัย
5. ของใช้เพื่อสุขอนามัยส่วนบุคคล
- กระดาษทิชชู
- แปรงสีฟันและยาสีฟัน
- อุปกรณ์อาบน้ำ
- ถุงขยะ
6. เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม
- เสื้อผ้าสำรอง
- เสื้อกันฝน
- หมวก
- ผ้าห่มหรือถุงนอนตามความเหมาะสม

5 ข้อควรจำ เตรียมอย่างไรให้หยิบใช้ได้จริง?
- พร้อมใช้เมื่อต้องอพยพ: วางกระเป๋าในจุดที่เข้าถึงง่าย และให้สมาชิกในบ้านรู้ตำแหน่ง
- พร้อมอยู่บ้านรอความช่วยเหลือ: สำรองของจำเป็นไว้ในบริเวณที่ปลอดภัยและเหมาะกับความเสี่ยงของบ้าน
- ของเพียงพอ แต่น้ำหนักต้องพกไหว: เลือกสิ่งจำเป็นและแบ่งภาระตามกำลังของแต่ละคน
- คำนวณตามจำนวนคนและจำนวนวัน: น้ำดื่ม 3 ลิตรต่อคนต่อวัน และอาหารให้เพียงพอทุกมื้อตลอด 72 ชั่วโมง
- เตรียมเป็นคลังย่อยในบ้าน: จัดของสำรองให้เป็นหมวด พร้อมแบ่งส่วนที่ต้องนำติดตัวเมื่อออกจากพื้นที่
ตรวจวันหมดอายุและสภาพอุปกรณ์สม่ำเสมอ
ปภ.ย้ำว่า ต้องตรวจเช็กสิ่งของใน กระเป๋าฉุกเฉิน อยู่เสมอ โดยเฉพาะอาหาร ยา ถ่านไฟฉาย และอุปกรณ์ที่อาจเสื่อมสภาพ หากพบของหมดอายุ ชำรุด หรือใช้งานไม่ได้ ควรเปลี่ยนทันที พร้อมปรับรายการให้สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิก เช่น ยาประจำตัวหรืออาหารเด็กที่เปลี่ยนไปตามวัย
ปภ.ย้ำเตรียมพร้อมรับภัย ไม่ใช่ให้ตื่นตระหนก
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า ปภ.เตรียมพร้อมทั้งเครื่องจักรกลสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต และการแจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านระบบ Cell Broadcast รวมถึงช่องทางต่าง ๆ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเผชิญเหตุและบรรเทาทุกข์ตามสถานการณ์ การเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินจึงเป็นส่วนหนึ่งของการลดความเสี่ยงระดับครัวเรือน ควบคู่กับการเตรียมพร้อมของภาครัฐ
กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง มีไว้รับมือภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือเหตุที่ทำให้ต้องออกจากบ้านกะทันหัน สิ่งสำคัญคือเตรียมตามความจำเป็นให้พอใช้ พกพาไหว และตรวจสอบได้จริง การทยอยจัดของที่มีอยู่ให้พร้อมจึงเป็นการเตรียมตัวอย่างมีสติ มากกว่าการซื้อกักตุนเกินความต้องการ

8 hours ago
1
.jpg)





English (US) ·