เตือนภัยผงล้างท่อตัน หญิงถูกสารเคมีกระเด็นใส่ผิว แผลไหม้ลึก-เนื้อเยื่อตาย
การแก้ปัญหาท่อระบายน้ำหรือชักโครกอุดตันอาจดูเป็นงานเล็ก ๆ ภายในบ้าน หลายคนจึงเลือกใช้ผงหรือน้ำยาล้างท่อตันชนิดออกฤทธิ์เร็ว โดยไม่ทันคิดว่าผลิตภัณฑ์บางสูตรมีสารกัดกร่อนเข้มข้น ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังและดวงตาได้รับบาดเจ็บรุนแรงได้
กรณีผู้ใช้หลายรายในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ต้องเข้ารับการรักษาจากแผลไหม้จากสารเคมี กลายเป็นคำเตือนว่าเพียงยืนใกล้เกินไป ทำภาชนะหก หรือใช้ผลิตภัณฑ์ผิดวิธี ก็อาจเปลี่ยนงานทำความสะอาดธรรมดาให้กลายเป็นอุบัติเหตุใหญ่ได้

เทผงล้างท่อลงชักโครก สารเคมีกระเด็นใส่ใบหน้าและมือ
หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บคือชายวัย 34 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในเขต 12 ของนครโฮจิมินห์ เขาต้องการแก้ปัญหาชักโครกอุดตัน จึงเทผงล้างท่อตันชนิดออกฤทธิ์เร็วลงไป แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับเกิดเสียงดังฉ่า พร้อมความร้อนและสารเคมีกระเด็นขึ้นมา
ชายรายนี้เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเขายืนอยู่ใกล้ชักโครกมากเกินไป จึงสูดดมกลิ่นฉุนเข้าไปและรู้สึกเวียนศีรษะ ขณะเดียวกันสารเคมียังกระเด็นถูกใบหน้า ลำคอ และมือ จนเกิดแผลไหม้ระดับรุนแรงและต้องเข้ารับการรักษา

สารเคมีหกใส่ร่างกาย ทิ้งแผลพุพองและแผลเป็นนูน
อีกกรณีเป็นชายวัย 59 ปี จากเมืองทูดึ๊ก ซึ่งซื้อน้ำยาล้างท่อตันมาจัดการปัญหาท่อระบายน้ำในห้องน้ำ ระหว่างเทน้ำยา ของเหลวกระเด็นถูกข้อศอกจนเขาทำขวดหลุดมือ ส่งผลให้สารเคมีหกใส่มือ เท้า และหลายส่วนของร่างกาย
บาดแผลเกิดตุ่มพองอย่างรุนแรง แม้จะได้รับการรักษาฉุกเฉินแล้ว แต่ภายหลังยังเกิดแผลเป็นนูนหลายแห่ง มีอาการคัน และกระทบต่อผิวหนังบริเวณรอบข้าง แสดงให้เห็นว่าผลกระทบจากแผลไหม้สารเคมีอาจไม่ได้สิ้นสุดลงหลังออกจากโรงพยาบาล
แม้แต่ผู้ที่มีประสบการณ์ด้านงานช่างก็ยังเกิดอุบัติเหตุได้ โดยช่างไฟฟ้าและประปาวัย 34 ปีรายหนึ่งได้รับแผลไหม้ระดับสอง หลังทำน้ำยาล้างท่อตันซึ่งเปิดฝาทิ้งไว้หกใส่มือ ตุ่มพองขนาดใหญ่ลามจากหลังมือไปถึงท่อนแขน

ทำไมน้ำยาล้างท่อตันจึงทำให้ผิวไหม้รุนแรง?
ผลิตภัณฑ์ล้างท่อตันแต่ละยี่ห้อมีส่วนประกอบและความเข้มข้นแตกต่างกัน บางสูตรอาจมีสารกัดกร่อนชนิดกรด เช่น กรดซัลฟิวริก หรือสารด่างเข้มข้น เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ ซึ่งสามารถทำลายผิวหนัง ดวงตา และเนื้อเยื่อชั้นลึกได้
เมื่อสารบางชนิดสัมผัสน้ำ อาจเกิดปฏิกิริยาคายความร้อน ทำให้บริเวณท่อมีอุณหภูมิสูง เกิดการเดือดหรือกระเด็นกลับขึ้นมา ความรุนแรงของบาดแผลขึ้นอยู่กับชนิดและความเข้มข้นของสาร ปริมาณที่สัมผัส ตำแหน่งของร่างกาย และระยะเวลาก่อนล้างสารเคมีออก
ข้อมูลจากหน่วยงานด้านพิษวิทยาระบุว่า โซเดียมไฮดรอกไซด์ชนิดเข้มข้นสามารถทำให้เกิดแผลไหม้จากทั้งความร้อนและสารเคมี พร้อมทำลายเนื้อเยื่อชั้นลึกได้ หากเข้าดวงตาอาจทำให้เกิดแผลไหม้รุนแรง กระจกตาเสียหาย หรือสูญเสียการมองเห็นในกรณีร้ายแรง
อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล?
แผลไหม้จากสารเคมีควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อสารสัมผัสดวงตา ใบหน้า ลำคอ มือ ข้อต่อ อวัยวะเพศ หรือเป็นบริเวณกว้าง รวมถึงกรณีที่มีอาการปวดรุนแรง ผิวซีดขาว คล้ำผิดปกติ พุพอง หรือชาบริเวณแผล
หากสูดดมไอระเหยแล้วมีอาการไอ แสบจมูก แน่นหน้าอก หายใจลำบาก เวียนศีรษะ หรือหมดสติ ควรออกจากบริเวณดังกล่าวไปยังพื้นที่อากาศถ่ายเท และโทรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที ไม่ควรย้อนกลับเข้าไปในพื้นที่ที่ยังมีไอสารเคมีโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน
สารเคมีล้างท่อตันถูกผิวหนัง ต้องปฐมพยาบาลอย่างไร?
ช่วงนาทีแรกหลังสัมผัสสารเคมีมีความสำคัญ เพราะยิ่งสารกัดกร่อนค้างอยู่บนผิวนาน ความเสียหายอาจยิ่งลึกขึ้น ผู้ช่วยเหลือควรระวังไม่ให้ตัวเองสัมผัสสารเคมี และสวมถุงมือที่เหมาะสมหากสามารถทำได้อย่างปลอดภัย
- หยุดสัมผัสสารเคมีทันที ออกจากพื้นที่เกิดเหตุและระวังไม่ให้สารกระจายไปยังผิวหนังส่วนอื่น
- ถอดเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ปนเปื้อน แต่ห้ามดึงสิ่งที่ติดแน่นกับแผลออก
- หากเป็นผงแห้ง ให้ปัดออกอย่างระมัดระวังก่อน ไม่ควรรีบเทน้ำลงบนผงที่ยังเกาะอยู่จำนวนมาก เพราะสารบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับน้ำและเกิดความร้อน
- ล้างด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านปริมาณมาก ใช้น้ำอุณหภูมิเย็นหรือน้ำอุ่นเล็กน้อยอย่างต่อเนื่อง โดยคำแนะนำสำหรับแผลไหม้จากสารเคมีอาจให้ล้างนานถึงประมาณ 1 ชั่วโมง หรือตามฉลากผลิตภัณฑ์และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- รีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อเป็นสารกัดกร่อนเข้มข้น แผลกว้าง หรือสัมผัสใบหน้า ดวงตาและทางเดินหายใจ
ในประเทศไทยสามารถโทรปรึกษา ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี สายด่วน 1367 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และหากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก หมดสติ หรือบาดเจ็บเป็นบริเวณกว้าง ให้โทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669
ข้อห้ามที่อาจทำให้แผลรุนแรงกว่าเดิม
- ห้ามใช้กรดหรือด่างอีกชนิดมาหักล้างกัน เพราะปฏิกิริยาอาจทำให้เกิดความร้อนและทำลายผิวเพิ่ม
- ห้ามใช้น้ำปลา ยาสีฟัน น้ำมัน สมุนไพร หรือสารอื่นทาบนแผล
- ห้ามใช้น้ำแข็งประคบโดยตรง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บเพิ่ม
- ห้ามเจาะตุ่มพอง แกะผิวหนัง หรือขัดถูบริเวณที่สัมผัสสาร
- ห้ามรอดูอาการเอง หากสารเข้าดวงตา สูดดมเข้าไป หรือเกิดแผลลึกและกว้าง
ใช้ผงหรือน้ำยาล้างท่อตันอย่างไรให้ปลอดภัย?
ก่อนใช้ควรอ่านฉลากและปฏิบัติตามปริมาณที่ผู้ผลิตกำหนด สวมถุงมือและอุปกรณ์ป้องกันดวงตา เปิดพื้นที่ให้มีอากาศถ่ายเท และยืนให้ห่างจากปากท่อหรือชักโครก ไม่ควรก้มหน้าเข้าไปดูปฏิกิริยาใกล้ ๆ
ห้ามผสมน้ำยาล้างท่อตันกับผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น โดยเฉพาะน้ำยาฟอกขาว กรด หรือน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ เพราะอาจเกิดความร้อนหรือก๊าซพิษ ควรเก็บผลิตภัณฑ์ในภาชนะเดิม ปิดฝาให้แน่น และวางให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
หากท่อยังอุดตันหลังใช้ผลิตภัณฑ์ ไม่ควรเติมสารเคมีหลายชนิดซ้ำลงไป ควรแจ้งช่างว่ามีสารเคมีอยู่ภายในท่อก่อนเริ่มงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ช่างสัมผัสสารตกค้างโดยไม่รู้ตัว
สรุปอันตรายจากน้ำยาล้างท่อตัน
น้ำยาล้างท่อตัน อาจช่วยแก้ปัญหาได้รวดเร็ว แต่ผลิตภัณฑ์บางสูตรมีสารกัดกร่อนเข้มข้นที่ทำให้เกิดแผลไหม้ลึก แผลเป็นถาวร เนื้อเยื่อตาย หรือทำลายดวงตาได้ ความประมาทเพียงไม่กี่วินาทีจึงอาจนำไปสู่การรักษาที่ยาวนาน
หากสารเคมีสัมผัสร่างกาย ควรกำจัดสารออกและล้างด้วยน้ำไหลปริมาณมากทันที โดยไม่ใช้สูตรพื้นบ้านหรือพยายามทำให้กรดกับด่างเป็นกลาง จากนั้นให้รีบติดต่อศูนย์พิษวิทยาหรือไปโรงพยาบาล เพราะการปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องตั้งแต่นาทีแรกมีส่วนช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้

14 hours ago
3




English (US) ·