การนอกใจในความสัมพันธ์ ถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตคู่ทั่วโลก แม้ว่าปัจจัยทางวัฒนธรรมและสังคมจะแตกต่างกันในแต่ละประเทศ แต่การสำรวจพฤติกรรมดังกล่าวเผยให้เห็นแนวโน้มและความถี่ของการนอกใจในหลากหลายชาติโดยชัดเจน
บทความนี้จะนำเสนอข้อมูล 20 ประเทศที่คู่แต่งงานมีอัตราการนอกใจกันสูงที่สุด เพื่อให้เข้าใจบริบทและแนวโน้มของปรากฏการณ์นี้ในระดับสากล
20 ชาติที่มีอัตราการนอกใจกันมากที่สุดในโลก
รายงานในปี 2024 จาก BedBible, World Population Review, และ Insider Monkey ระบุอัตราการนอกใจกันของคู่แต่งงานในแต่ละประเทศ (อัตรารวมผู้ที่ยอมรับว่ามีนอกใจ)
- ไทย (Thailand) – 51%
- เดนมาร์ก (Denmark) – 46%
- เยอรมนี (Germany) – 45%
- อิตาลี (Italy) – 45%
- ฝรั่งเศส (France) – 43%
- นอร์เวย์ (Norway) – 41%
- เบลเยียม (Belgium) – 40%
- สเปน (Spain) – 39%
- ฟินแลนด์ (Finland) – 36%
- สหราชอาณาจักร (United Kingdom) – 36%
- แคนาดา (Canada) – 36%
- กรีซ (Greece) – 36%
- ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) – 36%
- ออสเตรีย (Austria) – 35%
- บราซิล (Brazil) – 35%
- ไอซ์แลนด์ (Iceland) – 35%
- เนเธอร์แลนด์ (Netherlands) – 35%
- โปรตุเกส (Portugal) – 35%
- สวีเดน (Sweden) – 35%
- สหรัฐอเมริกา (United States) – 35%
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการนอกใจ
- วัฒนธรรมและทัศนคติต่อการนอกใจ: เช่น ในไทยมีแนวคิดเรื่อง “เมียน้อย” ที่อาจทำให้การนอกใจถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติในบางบริบท
- การมีช่องทางและโอกาส: คนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่, มีความเป็นสากล หรือมีความเป็นอิสระทางเศรษฐกิจ มีแนวโน้มนอกใจสูงขึ้น
- ความไม่พึงพอใจในความสัมพันธ์: เช่น ปัญหาด้านอารมณ์ เซ็กซ์ หรือการสื่อสาร ถือเป็นปัจจัยกระตุ้นได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีความรู้ระดับสูงหรือหัวก้าวหน้า
ใครนอกใจมากกว่ากัน—ฝ่ายชายหรือหญิง?
ข้อมูลจากรายงานปัจจุบันแสดงว่า:
- ผู้ชายยอมรับการนอกใจมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 30–60 ปี อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและปิดบังได้ดีกว่าในบางส่วน
- แนวโน้มการนอกใจทางอารมณ์ (emotional infidelity) กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่อาจหลงเชื่อว่าการคุยออนไลน์ไม่ถือว่าเป็นการนอกใจ
บทสรุป
ข้อมูลการนอกใจของคู่แต่งงานในระดับโลกชี้ให้เห็นว่า ปัญหานี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในทุกสังคม โดยเฉพาะในประเทศที่มีวิถีชีวิตสมัยใหม่และมีความเป็นสากลสูง อัตราการนอกใจที่แตกต่างกันสะท้อนถึงความหลากหลายของค่านิยมและสภาพแวดล้อมทางสังคม
ทั้งนี้ การตระหนักรู้ถึงปัจจัยที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป