ดีกว่าบรอกโคลีเสียอีก! หมอไต้หวันแนะนำ "ผักชนิดนี้" ช่วยสลายไขมันพอกตับได้

4 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

เด็ดกว่าบรอกโคลี! แพทย์ไต้หวันแนะ "ต้นอ่อนบรอกโคลี" สำหรับการกำจัดไขมันพอกตับ

ภาวะไขมันพอกตับถือเป็นภัยเงียบของคนยุคใหม่ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานวันเข้า อาจลุกลามกลายเป็นตับแข็ง พังผืดในตับ หรือพัฒนากลายเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม นพ.หลี ซื่อเสียน แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจากไต้หวัน ได้ออกมาเปิดเผยว่า ภาวะนี้สามารถผันกลับมาเป็นปกติได้ ด้วยการรับประทาน "ต้นอ่อนบรอกโคลี" (Broccoli Sprouts)

หมอหลีระบุว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าการรักษาไขมันพอกตับต้องเริ่มจากการอดของทอดหรือลดน้ำมันเท่านั้น แต่จากประสบการณ์ในคลินิกพบว่า ผู้ป่วยที่สามารถเปลี่ยนผลตรวจอัลตราซาวนด์ตับจาก "ไขมันพอกตับระยะเริ่มต้น" กลับมาเป็น "ปกติ" ได้ นอกจากการลดน้ำตาลแล้ว สิ่งสำคัญคือการเพิ่มการรับประทาน "ใยอาหาร" หรือไฟเบอร์เข้าไปในมื้ออาหารประจำวัน

ไฟเบอร์ช่วยลดไขมันพอกตับได้อย่างไร?

แม้จะฟังดูไม่เกี่ยวข้องกัน แต่เมื่อใยอาหารเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่และถูกแบคทีเรียย่อยสลาย จะเกิดเป็นกรดไขมันสายสั้น (Short-chain fatty acids) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน และลดการดูดซึมกรดไขมันจากลำไส้เข้าสู่ตับ จึงช่วยลดการสังเคราะห์และการสะสมไขมันในเซลล์ตับได้ตั้งแต่ต้นทาง

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยทดลองเป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าการเสริมไฟเบอร์วันละ 12–24 กรัม ช่วยลดการสะสมของไขมันในตับ น้ำหนักตัว คอเลสเตอรอลรวม และปรับปรุงค่าการทำงานของตับ (AST) ให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เตือนคนตัวผอม! ไขมันพอกตับไม่ใช่เรื่องของคนอ้วน

หมอหลียังย้ำเตือนว่า ไขมันพอกตับไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนน้ำหนักเกินเท่านั้น ในคลินิกพบผู้ป่วยที่มีค่า BMI ปกติ หรือรูปร่างผอม แต่เมื่อตรวจอัลตราซาวนด์กลับพบไขมันพอกตับเกินมาตรฐานเช่นกัน โดยสถิติในทวีปเอเชียพบผู้ป่วยไขมันพอกตับที่เป็น "คนผอม" สูงถึง 11.7% ขณะที่อเมริกาเหนือสูงเกือบ 45% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัจจัยตัดสินไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขบนตาชั่ง แต่อยู่ที่รูปแบบการสะสมของไขมันช่องท้อง

iStockphoto

ทำไม "ต้นอ่อนบรอกโคลี" ถึงดีกว่าบรอกโคลี?

หมอหลียกให้ต้นอ่อนบรอกโคลีป็น "ไฟเบอร์เชิงฟังก์ชัน" เนื่องจากมีสารสำคัญอย่าง ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีปริมาณเข้มข้นกว่าบรอกโคลีต้นโตเต็มวัยถึงหลายสิบเท่า

สารซัลโฟราเฟนมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบต้านอนุมูลอิสระ Nrf2 ในร่างกาย ให้ผลิตเอนไซม์ขจัดสารพิษและต้านอนุมูลอิสระออกมาช่วยตับขจัดความเครียดจากออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ไขมันพอกตับพัฒนากลายเป็นตับอักเสบและพังผืด โดยมีงานวิจัยยืนยันว่าการรับประทานสารสกัดซัลโฟราเฟนต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ ช่วยลดค่าการทำงานของตับ (ALT และ γ-GTP) ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

สรุปแนวทางการดูแลสุขภาพตับ

ต้นอ่อนบรอกโคลีไม่ใช่ยารักษาโรคที่จะทำให้ไขมันพอกตับหายไปในข้ามคืน แต่การนำมาปรับเข้ากับมื้ออาหารประจำวัน ถือเป็นทางเลือกธรรมชาติที่ย่อยง่ายและมีงานวิจัยรองรับ สำหรับใครที่มีผลตรวจสุขภาพระบุว่ามีภาวะไขมันพอกตับ ไม่ว่าจะรูปร่างอ้วนหรือผอม การเพิ่มปริมาณไฟเบอร์และทานต้นอ่อนบรอกโคลีถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการฟื้นฟูสุขภาพตับให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
Read Entire Article