เปิดตำนาน “นางเอกหนังไทยคนแรก” ชีวิตจริงเป็นอดีตนางพระกำนัล ได้รับพระราชทานนามจาก ร.6 และมีชื่อในพระราชพินัยกรรม
จุดเริ่มต้นของวงการภาพยนตร์ไทย เกิดขึ้นปี พ.ศ. 2466 จากภาพยนตร์เรื่อง “นางสาวสุวรรณ” ซึ่งผู้ที่ได้รับการจารึกว่าเป็น “นางเอกหนังคนแรกของสยาม” มีชื่อว่า นางสาวเสงี่ยม นาวีเสถียร
จากเด็กสาวในวัง สู่เส้นทางนักแสดงภาพยนตร์คนแรก
เสงี่ยม นาวีเสถียร เกิดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2448 เป็นบุตรีของ พระยานาวีวราสา (ยืน นาวีเสถียร) และคุณหญิงแดง นาวีวราสา ครอบครัวของเธอมีความเกี่ยวข้องกับราชสำนักตั้งแต่เยาว์วัย
ในวัยเด็ก เสงี่ยมได้รับการฝึกฝนด้านนาฏศิลป์และการละคร ก่อนเข้าสังกัดละครหลวงฝ่ายหญิงในราชสำนัก หลังจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริให้จัดตั้งคณะละครหลวงฝ่ายหญิงขึ้นในปี พ.ศ. 2457
บิดาของเธอได้นำตัวเสงี่ยมเข้าถวายตัวเป็นหนึ่งในสมาชิกละครหลวง โดยได้รับพระราชทานเงินเดือนตามลำดับ ก่อนจะได้รับคัดเลือกให้แสดงภาพยนตร์เรื่อง “นางสาวสุวรรณ” โดยคัดเลือกจากข้าราชการกรมมหรสพ

“นางสาวสุวรรณ” จุดเริ่มต้นภาพยนตร์สยาม
“นางสาวสุวรรณ” (Suvarna of Siam) ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของสยาม เปิดฉายรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2466 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นภาพยนตร์เงียบขนาด 35 มม. ที่สร้างโดย เฮนรี แม็กเร (Henry MacRae) ผู้กำกับชาวอเมริกันจากบริษัท Universal Studios แห่งสหรัฐอเมริกา
แม้ว่าผู้สร้างและผู้กำกับจะเป็นชาวต่างชาติ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของสยาม เนื่องจากถ่ายทำในประเทศไทย ใช้นักแสดงไทย และสะท้อนเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสังคมไทยในยุคนั้น
โดยนักแสดงนำคือ เสงี่ยม นาวีเสถียร ซึ่งรับบทเป็น “สุวรรณ” ทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักในฐานะ นางเอกภาพยนตร์คนแรกของไทย โดยนักแสดงนำชายคือ หลวงรามภรตศาสตร์ (ยม มงคลนัฎ)
ขณะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนางสาวสุวรรณ นางสาวเสงี่ยมมีอายุราว 19 ปี และด้วยเหตุที่เป็นคุณพนักงานฝ่ายใน จึงต้องมีท้าวศรีสุนทรนาฏ (แก้ว พนมวัน ณ อยุธยา) ปฏิบัติหน้าที่ท้าวนางมาควบคุมดูแลเสมอ และไม่ได้รับค่าตอบแทน เพราะถือว่ามาปฏิบัติราชการตามพระราชประสงค์ ฉะนั้น นายเฮนรี่ อเล็กซานเดอร์ แมคเร (Henry Alexander MacRae) จึงมอบเพียงค่าเครื่องแต่งกาย 3,000 บาท และเบี้ยเลี้ยงถ่ายทำวันละ 5 บาท
ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันอยู่บ้าง เช่น เมื่อผู้อำนวยการสร้างลูบศีรษะเพื่อจัดแต่งทรงผมให้ นางสาวเสงี่ยมก็ร้องไห้ เพราะตกใจที่ชาวต่างชาติมาแตะต้องศีรษะ และเมื่อถ่ายทำที่จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวเสงี่ยมประสบอุบัติเหตุถูกมีดดาบที่ใช้เข้าฉากบาดมือเป็นแผลฉกรรจ์ด้วย แต่ในที่สุดการถ่ายทำก็เสร็จเรียบร้อย
พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย Thai Film Museumภาพยนตร์เรื่อง นางสาวสุวรรณ
ได้รับพระราชทานนามใหม่จาก ร.6 เป็น “อนินทิตา”
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นางสาวเสงี่ยม เข้าเป็นข้าหลวงในพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี และได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า "อนินทิตา" ซึ่งมีความหมายถึงผู้ปราศจากการติเตียนหรือผู้ไม่มีที่ติ
ต่อมาได้เลื่อนเป็นพนักงานพระภูษา ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จตุตถจุลจอมเกล้าในปีสุดท้ายของรัชกาลที่ 6 และปฏิบัติหน้าที่พระพี่เลี้ยงใน สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ) พระราชธิดาพระองค์เดียวของรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่ทรงประสูติในปี พ.ศ.2468 จนทรงเจริญพระชนมายุ 6 พรรษา
นอกจากนี้ ชื่อของท่านยังปรากฏอยู่ในพระราชพินัยกรรมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยได้รับพระราชทานเงินเลี้ยงชีพเดือนละ 120 บาทต่อเนื่อง จนกระทั่งออกจากวังเพื่อสมรสในปี พ.ศ. 2474
ชีวิตหลังออกจากราชสำนัก
คุณหญิงอนินทิตา อาขุบุตร สมรสกับ พลตำรวจตรี เนื่อง อาขุบุตร เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2474 โดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงประกอบพิธีสมรสประทาน ณ วังวรดิศ
ทั้งสองมีบุตรและธิดารวม 7 คน ก่อนที่คุณหญิงอนินทิตาจะถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2507 รวมอายุ 59 ปี
ภาพยนตร์เรื่องแรกของไทยสูญหายไป
แม้ “นางสาวสุวรรณ” จะเป็นภาพยนตร์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ฟิล์มต้นฉบับกลับสูญหายไปหลังจากเข้าฉายได้เพียงไม่กี่วัน ปัจจุบันเหลือเพียงภาพนิ่ง เอกสาร และหลักฐานประชาสัมพันธ์ที่ได้รับการเก็บรักษาโดยหอภาพยนตร์
การสูญหายของฟิล์มทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในมรดกสำคัญที่สะท้อนจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย แม้ผู้ชมยุคปัจจุบันจะไม่สามารถรับชมภาพยนตร์ฉบับเต็มได้อีกแล้ว
“โชคสองชั้น” หนังไทยเรื่องแรกที่สร้างโดยคนไทยทั้งหมด
แม้ “นางสาวสุวรรณ” จะได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก แต่ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ผลิตโดยคนไทยทุกขั้นตอนคือ “โชคสองชั้น” ซึ่งออกฉายในปี พ.ศ. 2470
ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างโดยบริษัทกรุงเทพภาพยนตร์ ของตระกูลวสุวัต กำกับโดย หลวงอนุรักษ์รัถการ (เปล่ง สุขวิริยะ) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างภาพยนตร์โดยคนไทยอย่างแท้จริง
ปัจจุบัน “โชคสองชั้น” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ เนื่องจากเป็นหลักฐานสำคัญของพัฒนาการวงการภาพยนตร์ไทยยุคแรก

16 hours ago
13






English (US) ·