ทำไม? ไขปมชีวิต "จิ๋นซีฮ่องเต้" จักรพรรดิองค์เดียว ที่ไม่ยอมแต่งตั้ง "ฮองเฮา" ตลอดชีวิต!

2 days ago 3
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

เปิดปมปริศนาพันปี! ทำไม "จิ๋นซีฮ่องเต้" เป็นจักรพรรดิองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน ที่ไม่เคยแต่งตั้ง "ฮองเฮา"

หากเอ่ยพระนามของ "จิ๋นซีฮ่องเต้"  หรือ "อิ๋งเจิ้ง" ทุกคนย่อมนึกถึงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่องค์แรกที่รวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นปึกแผ่น ยุติความพินาศของยุคชุนชิว-เจียดกั๋ว (ยุคเลียดก๊ก) และสถาปนาราชวงศ์ฉินขึ้นมา

แต่นอกจากผลงานการสร้างกำแพงเมืองจีนและกองทัพทหารดินเผาอันลือลั่นแล้ว จิ๋นซีฮ่องเต้ยังทรงสร้างอีกหนึ่งประวัติศาสตร์หน้าแปลก คือการเป็น "จักรพรรดิเพียงองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีนที่ตลอดพระชนม์ชีพไม่เคยแต่งตั้งฮองเฮา (พระมเหสี)" เลยแม้แต่คนเดียว! ปมปริศนาที่ค้างคาใจนักประวัติศาสตร์มานานนับพันปีนี้ เกิดจากอะไร? นี่คือ 3 สมมติฐานหลักที่ถูกวิเคราะห์ไว้ในบันทึกประวัติศาสตร์

ปมฝังใจในวัยเยาว์: ความอื้อฉาวของ "พระมารดา" ทำหมดศรัทธาในสตรี

สมมติฐานแรกถูกบันทึกไว้ใน สื่อจี้ บทประวัติลู่ปู้เวย ระบุว่า "จ้าวจี" พระมารดาของจิ๋นซีฮ่องเต้ เดิมทีเป็นนางบำเรอของมหาเสนาบดี "ลู่ปู้เวย" ก่อนที่ลู่ปู้เวยจะยกนางให้แก่ "ฉินจวงเซียงหวัง" (พ่อของอิ๋งเจิ้ง) ด้วยเหตุผลทางการเมือง แต่หลังจากพระบิดาสวรรคต จ้าวจีกลับมีพฤติกรรมมักมากในกามราคะ นางแอบลักลอบสมสู่กับลู่ปู้เวยตามเดิม

ต่อมาลู่ปู้เวยกลัวความแตก จึงส่ง "เล่าไอ่" ขันทีตัวปลอมเข้าไปรับใช้ จนจ้าวจีตั้งท้องและแอบคลอดลูกชายลับๆ ถึง 2 คน ร้ายแรงที่สุดคือจ้าวจีปล่อยให้ชู้รักอย่างเล่าไอ่ก่อกบฏหมายจะโค่นบัลลังก์ของอิ๋งเจิ้ง

เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้ปราบกบฏได้สำเร็จ ทรงสั่งประหารล้างโคตรเล่าไอ่ ฆ่าล้างน้องชายต่างบิดาทั้ง 2 คน เนรเทศพระมารดาออกจากเมืองหลวง และบีบให้ลู่ปู้เวยดื่มยาพิษฆ่าตัวตาย แม้จะสะสางความแค้นสำเร็จ แต่เหตุการณ์นี้กลายเป็นบาดแผลกรีดลึกในใจ ทำให้พระองค์กลายเป็นคนระแวง โกรธแค้น และชิงชังผู้หญิง จนไม่คิดจะยกย่องสตรีใดขึ้นมาเป็นใหญ่ในวังหลัง

มุ่งมั่นสู่ความอมตะ และระแวงอำนาจ "เครือญาติฝ่ายหญิง"

อีกปัจจัยหนึ่งคือ อุดมการณ์อันแรงกล้าของจิ๋นซีฮ่องเต้ที่มุ่งเน้นแต่เรื่องงานเมืองและการรวมแผ่นดิน พระองค์ปรารถนาที่จะมีชีวิตยืนยาวเพื่ออยู่ดูความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฉิน จึงเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการตามหา "ยาอายุวัฒนะ" หรือยาอมตะ

พระองค์เคยส่งขุนนางและทหารออกไปค้นหายาเซียนตามมุมต่าง ๆ ของแผ่นดิน ถึงขั้นส่ง "สวี่ฝู" นำเด็กชายและเด็กหญิงบริสุทธิ์ 3,000 คนล่องเรือออกสู่ทะเลตะวันออกเพื่อตามหาเกาะเซียน ความหมกมุ่นนี้ทำให้พระองค์ละเลยเรื่องหลังบ้าน ประกอบกับความกลัวว่าหากตั้งฮองเฮาขึ้นมา อำนาจของกลุ่มเครือญาติฝ่ายหญิง (พวกต่างแซ่) จะแผ่ขยายมาสั่นคลอนราชบัลลังก์ จึงปล่อยให้ตำแหน่งนี้ว่างลงจนกระทั่งสวรรคตอย่างกะทันหัน

ความรักที่สูญสลายและคำสัตย์สาบาน

นอกจากปมการเมืองแล้ว ยังมีตำนานรักโรแมนติกปนเศร้าระบุว่า ในช่วงวัยรุ่นที่อิ๋งเจิ้งต้องไปเป็นตัวประกันอยู่ที่รัฐจ้าว พระองค์ได้พบรักกับหญิงสาวชาวบ้านชื่อ "อาฝาง" ลูกสาวของท่านหมอชื่อดัง นางเป็นคนสวย จิตใจดี และคอยดูแลอิ๋งเจิ้งอย่างจริงใจในยามยากจนกลายเป็นรักแท้ฝังใจ

เมื่ออิ๋งเจิ้งได้ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ ทรงตามหาตัวอาฝางจนพบและปรารถนาจะตั้งนางเป็นฮองเฮาคู่บัลลังก์ แต่ทว่าพระมารดาจ้าวจีและเสนาบดีลู่ปู้เวยในขณะนั้น กลับคัดค้านอย่างรุนแรงเพราะมองว่าอาฝางเป็นแค่หญิงชาวบ้านจากรัฐศัตรู ไม่คู่ควรกับตำแหน่งแม่ของแผ่นดิน

เมื่อเห็นคนรักต้องลำบากใจและเผชิญแรงกดดันรอบทิศ อาฝางจึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเพื่อตัดปัญหา การจากไปของนางทำให้จิ๋นซีฮ่องเต้ใจสลายและทรงสาบานว่าจะไม่แต่งตั้งสตรีใดเป็นฮองเฮาอีกตลอดชีวิต และต่อมาได้สั่งให้สร้าง "พระราชวังอาฝาง" อันยิ่งใหญ่มโหฬารขึ้นเพื่อระลึกถึงหญิงสาวที่เป็นรักแรกและรักเดียวของพระองค์

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จิ๋นซีฮ่องเต้จึงกลายเป็นจักรพรรดิองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีนที่เมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว ไม่มีร่างของฮองเฮาเคียงข้างในสุสาน มีเพียงร่างของพระสนมและนางกำนัลนับร้อยที่ต้องฝังร่วมตามธรรมเนียมโบราณ ภายในสุสานใต้ดินอันโดดเดี่ยวที่โอบล้อมไปด้วยแม่น้ำปรอทจำลองจำลองสายตาข้ามกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน

 

Read Entire Article