ปิด vs ไม่ปิด น้ำฝักบัว "ระหว่างสระผม" แบบไหนประหยัดกว่า? ผลวิจัยเฉลยชัดแล้ว!

1 week ago 9
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

นักวิจัยแนะ ปิดฝักบัวระหว่างสระผม ช่วยประหยัดน้ำได้มากกว่าที่คิด

เวลาสระผม คุณปล่อยให้น้ำจากฝักบัวไหลตลอด หรือปิดน้ำชั่วคราวระหว่างชโลมแชมพู? นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมเสนอว่า การหยุดน้ำเพียงช่วงสั้น ๆ ขณะถูแชมพูอาจเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดการใช้น้ำภายในครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำแนะนำดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า ภายในปี ค.ศ. 2055 ประเทศอังกฤษอาจเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำประมาณ 5,000 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบจ่ายน้ำในอนาคต

แทนที่จะพึ่งพาเพียงอุปกรณ์ประหยัดน้ำ เช่น ฝักบัวแบบลดอัตราการไหล นักวิจัยมองว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันก็อาจช่วยลดการใช้น้ำได้ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะพฤติกรรมขณะอาบน้ำและสระผม

ปิดน้ำเพียงครั้งเดียวระหว่างสระผมก็อาจช่วยได้

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Journal of Environmental Management แนะนำให้ผู้ใช้อาบน้ำใช้วิธี “หยุดน้ำอย่างมีประสิทธิภาพหนึ่งครั้งระหว่างชโลมแชมพู” แทนการเปิดฝักบัวทิ้งไว้ตลอดเวลา

ดร.ปาโบล เปเรรา-โดเอล จากมหาวิทยาลัยเซอร์รีย์ หนึ่งในคณะผู้วิจัย อธิบายว่า ปัจจัยสำคัญที่กำหนดปริมาณการใช้น้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้เป็นใครหรืออาศัยอยู่ที่ใดเป็นหลัก แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมที่ทำจริงขณะอาบน้ำ

กิจวัตรเล็ก ๆ เช่น การสระผมด้วยแชมพูสองรอบ หรือปล่อยให้น้ำไหลระหว่างชโลมแชมพู สามารถทำให้ระยะเวลาอาบน้ำเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คนส่วนใหญ่ตระหนัก ในทางกลับกัน การปิดน้ำชั่วคราวเพียงหนึ่งครั้งสามารถลดปริมาณน้ำที่ใช้ในแต่ละครั้งได้

เก็บข้อมูลการอาบน้ำมากกว่า 8,500 ครั้ง

ทีมวิจัยติดตั้งเซนเซอร์อัจฉริยะในห้องน้ำของครัวเรือนจำนวน 319 หลังในประเทศเยอรมนี เพื่อบันทึกรูปแบบการอาบน้ำอย่างละเอียด ทั้งระยะเวลา ช่วงที่ปิดน้ำ และสภาพแวดล้อมขณะใช้งาน

ตลอดระยะเวลา 40 วัน อุปกรณ์สามารถเก็บข้อมูลการอาบน้ำได้ทั้งหมด 8,550 ครั้ง พร้อมกับแบบสำรวจที่มีการบันทึกเวลา เพื่อวิเคราะห์ว่าพฤติกรรมระหว่างสระผมส่งผลต่อการใช้น้ำอย่างไร

ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมใช้เวลาอาบน้ำเฉลี่ย 4 นาที 48 วินาที โดยเกือบสองในสามใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที อย่างไรก็ตาม ประมาณ 1 ใน 7 ของการอาบน้ำใช้เวลานานกว่า 8 นาที และมีปริมาณการใช้น้ำสูงขึ้นอย่างชัดเจน

มากกว่าครึ่งปล่อยให้น้ำไหลขณะถูแชมพู

การศึกษาพบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของการอาบน้ำที่มีการสระผม ไม่มีการปิดน้ำเลยแม้แต่ครั้งเดียว สะท้อนว่าคนจำนวนมากยังคงเปิดฝักบัวทิ้งไว้ระหว่างถูแชมพูและทำความสะอาดเส้นผม

นักวิจัยมองว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญในการประหยัดน้ำ เพราะผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีน้ำไหลตลอดระหว่างชโลมแชมพู หากมีการแจ้งเตือนหรือออกแบบพฤติกรรมให้ปิดน้ำโดยอัตโนมัติ ก็อาจช่วยลดการใช้น้ำโดยไม่กระทบต่อความสะอาด

การสระผมด้วยแชมพูสองรอบยังทำให้ผู้เข้าร่วมใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าผู้ที่สระเพียงรอบเดียวประมาณ 27% ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ใช้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

น้ำอ่อนอาจทำให้คนอาบน้ำนานขึ้น

ความกระด้างของน้ำก็มีผลต่อระยะเวลาในการอาบน้ำเช่นกัน โดยการอาบน้ำในพื้นที่ที่มีน้ำอ่อนใช้เวลานานกว่าพื้นที่น้ำกระด้างประมาณ 23%

นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า น้ำอ่อนทำให้แชมพูและสบู่เกิดฟองได้มากกว่า รวมถึงให้ความรู้สึกสบายผิว จึงอาจกระตุ้นให้คนใช้เวลาอยู่ใต้ฝักบัวนานขึ้นโดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ กลุ่มคนอายุน้อยและวัยกลางคนยังมีแนวโน้มใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีด้วย

ฝักบัวใช้น้ำภายในบ้านมากถึง 45%

ทีมวิจัยระบุว่า การอาบน้ำด้วยฝักบัวอาจคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45% ของการใช้น้ำทั้งหมดภายในบ้าน จึงถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีผลต่อการใช้น้ำครัวเรือนมากที่สุด

ฝักบัวทั่วไปอาจใช้น้ำประมาณ 6–15 ลิตรต่อนาที หากอาบน้ำเฉลี่ย 6.7 นาที ปริมาณน้ำที่ใช้อาจสูงถึงประมาณ 100 ลิตรต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับอัตราการไหลของฝักบัว

รัฐบาลอังกฤษมีเป้าหมายลดการใช้น้ำต่อคนให้เหลือประมาณ 110 ลิตรต่อวันภายในปี ค.ศ. 2050 หากอาบน้ำนานหรือใช้ฝักบัวที่มีอัตราการไหลสูง การอาบน้ำเพียงครั้งเดียวก็อาจใช้น้ำเกือบเท่ากับเป้าหมายการใช้น้ำทั้งวัน

เครื่องจับเวลาอาจช่วยลดเวลาอาบน้ำ

นอกจากการปิดน้ำระหว่างสระผม นักวิจัยยังเสนอให้ใช้เครื่องมือที่ให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น ตัวจับเวลาอาบน้ำ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะที่แสดงระยะเวลาและปริมาณน้ำที่ใช้

งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งพบว่า การติดตั้งตัวจับเวลาสามารถลดระยะเวลาที่ผู้ใช้อยู่ใต้ฝักบัวได้ประมาณ 26% เนื่องจากผู้ใช้ตระหนักได้ทันทีว่าอาบน้ำนานเพียงใด

โซฟี วอส นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเซอร์รีย์ อธิบายว่า คนส่วนใหญ่ไม่ได้ติดตามเวลาอาบน้ำอย่างจริงจัง การเห็นข้อมูลแบบทันทีจึงช่วยดึงผู้ใช้ออกจากพฤติกรรมอัตโนมัติ และทำให้ตัดสินใจปิดน้ำได้เร็วขึ้น

พฤติกรรมสำคัญกว่าพื้นที่อยู่อาศัย

ผลการวิเคราะห์พบว่า ปัจจัยที่ทำให้ใช้น้ำเพิ่มขึ้น ได้แก่ การที่มีผู้อื่นเป็นผู้จ่ายค่าน้ำ การอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำอ่อน และการสระผมด้วยแชมพูสองรอบ

ในทางกลับกัน การปิดฝักบัวเพียงช่วงเดียวระหว่างชโลมแชมพูสัมพันธ์กับปริมาณน้ำที่ลดลง นักวิจัยจึงเสนอให้ส่งเสริมพฤติกรรมนี้ผ่านการแจ้งเตือน การออกแบบผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และอุปกรณ์ให้ข้อมูลแบบทันที

ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำในสหราชอาณาจักรยังมองว่า การซ่อมจุดรั่วภายในบ้าน การลดเวลาอาบน้ำ และการลดน้ำที่ใช้กดชักโครก เป็นสามด้านสำคัญที่ประชาชนสามารถปรับปรุงเพื่อประหยัดน้ำได้

อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ก็ใช้น้ำจำนวนมหาศาล

แม้การประหยัดน้ำในบ้านจะมีความสำคัญ แต่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็เป็นผู้ใช้น้ำรายใหญ่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเคมี และการผลิตกระดาษ

อุตสาหกรรมเสื้อผ้าต้องใช้น้ำในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกฝ้าย การผลิต การย้อมสี ไปจนถึงการซักดูแลโดยผู้บริโภค โดยเฉพาะการผลิตผ้ายีนส์ที่ต้องใช้น้ำจำนวนมากในกระบวนการย้อมสี

การประเมินวงจรชีวิตของกางเกงยีนส์ Levi’s 501 เคยพบว่า กางเกงหนึ่งตัวอาจใช้น้ำรวมประมาณ 3,781 ลิตร ตั้งแต่ขั้นตอนปลูกฝ้าย ผลิตสินค้า การใช้งาน และการกำจัดเมื่อหมดอายุ

ภาคเกษตรใช้น้ำมากที่สุดของโลก

ในภาพรวม ภาคการเกษตรคิดเป็นประมาณ 70% ของการใช้น้ำทั่วโลก น้ำถูกนำไปใช้ทั้งในการเพาะปลูก การจัดการพื้นที่การเกษตร และการเลี้ยงสัตว์

การใช้น้ำอย่างไม่มีประสิทธิภาพยังอาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างสำคัญคือการชลประทานในพื้นที่รอบทะเลอารัล ซึ่งส่งผลให้ทะเลสาบหดตัวอย่างรุนแรง กระทบต่อชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบ

นอกจากนี้ ภาคเกษตรยังเป็นหนึ่งในแหล่งมลพิษทางน้ำจากปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช และสารเคมีอื่น ๆ หากไม่มีระบบจัดการที่เหมาะสม

การปิดฝักบัวระหว่างชโลมแชมพูอาจดูเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อทำเป็นประจำและเกิดขึ้นในครัวเรือนจำนวนมาก ก็สามารถช่วยลดการใช้น้ำโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ไม่จำเป็นต้องปิดและเปิดน้ำหลายครั้ง เพียงหยุดน้ำหนึ่งช่วงระหว่างถูแชมพู เลือกสระผมรอบเดียวเมื่อเพียงพอ และสังเกตระยะเวลาอาบน้ำ ก็เป็นจุดเริ่มต้นง่าย ๆ ที่ช่วยทั้งประหยัดน้ำและลดค่าใช้จ่ายภายในบ้าน

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งพฤติกรรมของประชาชน การซ่อมแซมระบบน้ำ การออกแบบอุปกรณ์ประหยัดน้ำ และการปรับปรุงการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมและการเกษตรควบคู่กันไป

 

Read Entire Article