ปู่ควักเงิน 1 ล้าน ให้หลานสอบติดมหาลัยฯ แต่ได้ยินลูกพูด "ประโยคเดียว" ตัดขาดทันที!

14 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

คุณปู่วัย 72 ปีให้หลานสอบติดมหาวิทยาลัย 1 ล้านเยน สุดท้ายได้ยินคำพูดของลูกสะใภ้ ตัดสินใจตัดขาดครอบครัว

ชายชาวญี่ปุ่นวัย 72 ปี ตั้งใจมอบเงิน 1 ล้านเยนให้หลานชายเป็นของขวัญหลังสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่กลับบังเอิญได้ยินคำพูดของลูกชายและลูกสะใภ้ ทำให้รู้สึกเสียใจจนตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับครอบครัว

เรื่องราวดังกล่าวถูกนำเสนอโดยสื่อญี่ปุ่น ระบุว่า ชายวัย 72 ปี (ใช้นามสมมติว่า “ซาโตะ เซอิจิ”) ซึ่งเกษียณแล้วและอาศัยอยู่เพียงลำพังในกรุงโตเกียว มีรายได้หลักจากเงินบำนาญประมาณ 180,000 เยนต่อเดือน โดยปกติจะใช้ชีวิตอย่างประหยัด และจะนำเงินเก็บออกมาใช้เฉพาะเมื่อมีค่าใช้จ่ายจำเป็น

เซอิจิมีลูกชายวัย 45 ปี (ใช้นามสมมติว่า “เคนตะ”) และลูกสะใภ้วัย 43 ปี (ใช้นามสมมติว่า “มายุมิ”) ทั้งคู่มีลูกชายวัย 18 ปี ซึ่งเป็นหลานเพียงคนเดียวของเขา

คุณปู่ควักเงินเก็บ 1 ล้านเยน ฉลองหลานสอบติดมหาวิทยาลัย

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 หลานชายของเซอิจิสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียวได้ ทำให้คุณปู่รู้สึกดีใจอย่างมาก จึงตัดสินใจนำเงินเก็บหลังเกษียณจำนวน 1 ล้านเยน หรือประมาณ 2 แสนบาท มามอบเป็นของขวัญแสดงความยินดี

สำหรับเซอิจิ เงินจำนวนนี้ไม่ใช่เงินเล็กน้อย เพราะเป็นเงินที่เขาเก็บไว้สำหรับใช้ในยามจำเป็น เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินในอนาคต

หลังจากนั้นไม่กี่วัน เขาเชิญลูกชายและลูกสะใภ้มาที่บ้าน พร้อมมอบซองเงินให้ด้วยตัวเอง ทั้งคู่กล่าวขอบคุณและบอกว่าหลานชายจะต้องดีใจอย่างแน่นอน

คำพูดหลังได้รับเงิน ทำคุณปู่เสียใจ

แต่ระหว่างที่เซอิจิเดินเข้าไปในครัวเพื่อหยิบน้ำ เขากลับบังเอิญได้ยินบทสนทนาระหว่างลูกชายและลูกสะใภ้

ลูกสะใภ้พูดถึงเงินที่ได้รับว่า “แค่ 1 ล้านเยนเองเหรอ เงินจำนวนนี้ยังไม่พอแม้แต่ค่าเทอมปีแรก” ขณะที่ลูกชายพูดว่า พ่อของเขาน่าจะยังมีเงินฝากประจำ และอาจช่วยออกค่าเช่าบ้านกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันต่อไปได้

ทั้งคู่ยังพูดในลักษณะว่า ตอนตัดสินใจให้ลูกเรียนต่อ ก็เคยนำความเป็นไปได้เรื่องความช่วยเหลือทางการเงินจากผู้เป็นพ่อมาคำนวณไว้แล้ว

คุณปู่รู้สึกเหมือนถูกมองเป็นแหล่งเงิน ไม่ใช่ครอบครัว

หลังได้ยินคำพูดเหล่านั้น เซอิจิรู้สึกผิดหวังอย่างมาก เพราะสิ่งที่เขาตั้งใจมอบให้ด้วยความรัก กลับถูกมองเป็นเพียงแหล่งเงินสนับสนุนที่สามารถเรียกร้องได้ต่อเนื่อง

เขายังรู้สึกเสียใจที่หลานชาย ซึ่งเดิมตั้งใจจะมาพบด้วย กลับยกเลิกนัดเพราะมีนัดกับเพื่อน และในอดีต หลานมักติดต่อหาเขาเมื่อมีเรื่องเกี่ยวกับเงินค่าขนมหรือสิ่งของราคาแพง

เซอิจิมองว่า เงิน 1 ล้านเยนนี้เป็นเงินสำรองสำหรับอนาคตของตัวเอง แต่กลับถูกครอบครัวของลูกชายมองว่าเป็นเงินที่พร้อมนำมาใช้ได้ทุกเมื่อ

ตัดสินใจพูดตรง ๆ และยุติความสัมพันธ์

ก่อนที่ลูกชายและลูกสะใภ้จะกลับบ้าน เซอิจิจึงตัดสินใจบอกทั้งคู่ว่า “สิ่งที่พวกคุณพูดเมื่อกี้ ผมได้ยินทั้งหมดแล้ว”

หลังจากนั้นเขาแสดงความผิดหวัง และบอกกับลูกชายว่า “อย่าติดต่อผมอีก” ก่อนจะส่งทั้งคู่ออกจากบ้าน ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกจึงจบลงจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ผู้สูงอายุญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งยังช่วยเหลือค่าใช้จ่ายลูกหลาน

อย่างไรก็ตาม การที่ผู้สูงอายุช่วยเหลือด้านการเงินแก่ลูกหรือหลาน ไม่ใช่เรื่องแปลกในญี่ปุ่น โดยข้อมูลจากการสำรวจด้านเศรษฐกิจของผู้สูงอายุ ปี 2024 โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุว่า ผู้สูงอายุประมาณ 25.2% มีส่วนช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของลูกหรือหลาน ไม่ว่าจะเป็นบางส่วนหรือส่วนใหญ่

เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความช่วยเหลือจากครอบครัว” อาจมีความหมายแตกต่างกันในแต่ละฝ่าย สำหรับผู้ให้ อาจเป็นความรักและความหวังดี แต่สำหรับผู้รับ หากมองเป็นสิ่งที่ต้องได้รับอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดและความขัดแย้งในความสัมพันธ์ได้

หมายเหตุ: เรื่องราวนี้เป็นกรณีที่เผยแพร่โดยสื่อญี่ปุ่นและใช้ชื่อบุคคลสมมติ เนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นมุมมองจากเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่สามารถใช้แทนข้อสรุปเกี่ยวกับทุกครอบครัวได้

Read Entire Article