สับปะรด ผลไม้ใกล้ตัวที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารตกค้างต่ำ อุดมวิตามิน-โบรมีเลน ไทยปลูกกว่า 860,000 ตันต่อปี
สับปะรด เป็นผลไม้ที่คนไทยคุ้นเคยและหาซื้อได้ไม่ยากตามตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต นอกจากรสชาติหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์แล้ว สับปะรดยังมีสารอาหารหลายชนิดที่น่าสนใจ ทั้งวิตามิน ใยอาหาร และเอนไซม์โบรมีเลน (Bromelain) ที่ถูกนำไปศึกษาในหลายด้านของสุขภาพ
อีกประเด็นที่ทำให้สับปะรดได้รับความสนใจคือเรื่อง สารตกค้างจากสารกำจัดศัตรูพืช โดย Environmental Working Group หรือ EWG องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ มีการจัดทำรายชื่อ “Clean Fifteen” เป็นประจำ เพื่อจัดกลุ่มผักและผลไม้ที่ตรวจพบสารตกค้างในระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับรายการอื่นตามเกณฑ์ขององค์กร
สับปะรดเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ถูกพูดถึงในประเด็นนี้ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจาก เปลือกที่หนาและไม่ได้รับประทานโดยตรง ซึ่งช่วยทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติระหว่างส่วนที่รับประทานได้กับสภาพแวดล้อมภายนอก อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าสับปะรดจะปลอดสารกำจัดศัตรูพืช 100% หรือไม่จำเป็นต้องล้างก่อนรับประทาน
ทำไมสับปะรดจึงถูกมองว่าเป็นผลไม้ที่มีสารตกค้างต่ำ?
ข้อมูลที่มีการเผยแพร่เกี่ยวกับการตรวจสอบสับปะรดพบว่า ผลไม้ชนิดนี้มีแนวโน้มตรวจพบสารตกค้างในระดับต่ำเมื่อเทียบกับผลไม้บางประเภท ส่วนหนึ่งอธิบายได้จาก เปลือกที่หนาและมีโครงสร้างหลายชั้น ซึ่งช่วยลดโอกาสที่สารจากภายนอกจะสัมผัสกับเนื้อผลไม้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ระดับสารตกค้างขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งวิธีการเพาะปลูก การใช้สารกำจัดศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว การขนส่ง และมาตรฐานของแต่ละประเทศ ดังนั้นจึงไม่ควรตีความว่าการมีเปลือกหนาจะทำให้ผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่ง “ปลอดสาร” โดยสมบูรณ์
สำหรับผู้บริโภค การล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนปอกหรือหั่นยังเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสิ่งสกปรกหรือสารตกค้างบนเปลือกอาจถูกมือหรืออุปกรณ์นำไปสัมผัสกับเนื้อผลไม้ระหว่างการเตรียมอาหารได้
สับปะรดมีอะไรดี? รู้จัก “โบรมีเลน” สารสำคัญที่น่าสนใจ
นอกจากวิตามินและแร่ธาตุแล้ว สับปะรดยังมีเอนไซม์ที่ชื่อว่า โบรมีเลน (Bromelain) ซึ่งเป็นกลุ่มเอนไซม์ที่สามารถช่วยย่อยโปรตีน และเป็นหนึ่งในสารประกอบจากสับปะรดที่ได้รับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
งานวิจัยเกี่ยวกับโบรมีเลนให้ความสนใจในหลายด้าน เช่น การอักเสบ การทำงานของเกล็ดเลือด และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด แต่หลักฐานที่มีอยู่ไม่ได้หมายความว่าการรับประทานสับปะรดจะสามารถ สลายลิ่มเลือดหรือคราบไขมันในหลอดเลือด ได้โดยตรง ดังนั้นจึงไม่ควรใช้สับปะรดแทนการรักษาหรือยาที่แพทย์สั่ง
กินสับปะรดช่วยลดไขมันในเลือดจริงหรือ?
สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารและสารประกอบจากพืชหลายชนิด การรับประทานผลไม้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุลสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการโดยรวมได้ แต่ยังไม่ควรสรุปว่าการกินสับปะรดเพียงอย่างเดียวจะสามารถ ลดคอเลสเตอรอลชนิด LDL หรือกำจัดไขมันส่วนเกินในร่างกาย ได้
มีงานวิจัยในสัตว์บางส่วนที่ศึกษาผลของสารจากสับปะรดต่อระดับไขมันและการทำงานของตับ แต่ผลจากการทดลองในสัตว์ไม่สามารถนำมาเท่ากับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในมนุษย์ได้โดยตรง หากต้องการดูแลระดับไขมันในเลือด สิ่งสำคัญยังคงเป็นการรับประทานอาหารที่เหมาะสม ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย และติดตามผลเลือดตามคำแนะนำของแพทย์
สับปะรดช่วยดูแลตับได้หรือไม่?
ประเด็นเรื่องสับปะรดกับสุขภาพตับได้รับความสนใจจากงานวิจัยบางส่วน โดยเฉพาะการทดลองในสัตว์ที่ศึกษาผลของสารประกอบจากสับปะรดต่อไขมันในตับ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่า การกินสับปะรดสามารถป้องกันหรือรักษาไขมันพอกตับในคนได้
สำหรับการดูแลตับในชีวิตประจำวัน การควบคุมน้ำหนัก ลดอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญกว่า การกินสับปะรดจึงควรมองในฐานะผลไม้ชนิดหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับอาหาร ไม่ใช่อาหารที่ใช้รักษาโรคตับ
สำหรับผู้บริโภค การกินสับปะรดในปริมาณเหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการรับประทานผลไม้ที่หลากหลายได้ และควรล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนปอกหรือหั่นทุกครั้ง หากมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาบางชนิด โดยเฉพาะยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์โบรมีเลนในรูปแบบอาหารเสริม
- กราบเคล็ดลับ ต่างชาติสอนวิธีใส่ "ถุงมือพลาสติก" ไม่หลุด ไม่เลอะ ไม่ต้องพึ่งหนังยางรัด!
- กราบเคล็ดลับ! แม่บ้านโรงแรม สอนกำจัด "แมลงหวี่" ในห้องส้วม ที่แท้ทำง่ายใน 1 นาที


14 hours ago
3
.jpg)




English (US) ·