Samsung, SK hynix และ Micron ผู้ผลิตหน่วยความจำ DRAM รายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังเผชิญคดีฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) ในสหรัฐอเมริกา หลังถูกกล่าวหาว่าร่วมกันจำกัดปริมาณการผลิต DRAM เพื่อผลักดันให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางวิกฤติราคาแรมที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการทั่วโลก
คดีดังกล่าวถูกยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยกลุ่มผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กอ้างว่า ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ทั้งสามบริษัทได้ลดกำลังการผลิต DRAM สำหรับตลาดทั่วไป เช่น DDR3 และ DDR4 พร้อมหันไปผลิตหน่วยความจำ HBM (High Bandwidth Memory) ที่ใช้ในระบบ AI และ Data Center มากขึ้น เนื่องจากมีความต้องการสูงและให้ผลกำไรมากกว่า

ส่งผลให้ DRAM สำหรับพีซีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปมีปริมาณลดลง ขณะที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในคำฟ้องระบุว่าราคา DRAM บางประเภทเพิ่มขึ้นสูงถึงราว 700% ภายในระยะเวลา 4 ปี
โจทก์ยังระบุว่า Samsung, SK hynix และ Micron ครองส่วนแบ่งตลาด DRAM ของโลกเกือบทั้งหมด ทำให้มีอำนาจในการกำหนดทิศทางอุปทานและราคาตลาด หากมีการดำเนินธุรกิจในลักษณะที่ประสานกัน ก็อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คดียังอยู่ในชั้นศาล และยังไม่มีคำตัดสินว่าบริษัททั้งสามกระทำผิดตามข้อกล่าวหา

ด้าน Micron ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าบริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้การแข่งขันที่เป็นธรรมและปฏิบัติตามกฎหมายทุกประเทศที่ดำเนินงาน ส่วน Samsung และ SK hynix ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคดีดังกล่าว
แม้ว่าคดีจะตั้งข้อสงสัยว่าผู้ผลิตจงใจจำกัดอุปทาน แต่ข้อมูลจากหลายสำนักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาแรมพุ่งขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คือความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตต้องจัดสรรกำลังการผลิตไปยัง HBM มากขึ้น ส่งผลให้กำลังการผลิต DRAM สำหรับตลาดพีซีและสมาร์ตโฟนลดลง และนักวิเคราะห์หลายแห่งคาดว่าสถานการณ์นี้อาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2027

ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ต้องเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วราคา ย้อนกลับไปในปี 2002 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ได้สอบสวนผู้ผลิต DRAM หลายราย หลังพบการสมคบกันกำหนดราคาในช่วงปี 1998-2002 ก่อนที่หลายบริษัทจะยอมรับสารภาพและจ่ายค่าปรับจำนวนมหาศาล โดย Samsung ถูกปรับ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, Hynix ถูกปรับ 185 ล้านเหรียญและ Infineon ถูกปรับ 160 ล้านเหรียญขณะที่ Micron ไม่ถูกดำเนินคดี เนื่องจากเป็นผู้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และเปิดเผยข้อมูลของขบวนการตามโครงการผ่อนผันโทษ
ต่อมาในปี 2018 บริษัทกฎหมาย Hagens Berman ได้ยื่นฟ้อง Samsung, SK hynix และ Micron อีกครั้ง โดยกล่าวหาว่าทั้งสามบริษัทลดกำลังการผลิต DRAM ในช่วงปี 2016-2017 จนทำให้ราคาแรมเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า แต่สุดท้ายศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ยกฟ้อง และในปี 2022 ศาลอุทธรณ์ก็ยืนตามคำตัดสินเดิม โดยระบุว่าโจทก์ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าทั้งสามบริษัทมีการสมคบคิดกันจริง
สำหรับคดีล่าสุด ผลการพิจารณายังต้องติดตามต่อไป เพราะหากโจทก์สามารถนำเสนอหลักฐานใหม่ที่มีน้ำหนักเพียงพอ คดีอาจมีทิศทางแตกต่างจากในอดีต แต่หากไม่สามารถพิสูจน์การสมคบคิดได้ ศาลก็อาจมีคำตัดสินในแนวทางเดียวกับคดีเมื่อปี 2018
ที่มา : Investors, Law Street Media, Wikipedia, WCCFTECH

19 hours ago
1







English (US) ·