พืชที่ได้ฉายา "อาหารของเทพเจ้า" กุญแจลับแห่งการชะลอวัย ลดเสี่ยงอัลไซเมอร์

13 hours ago 3
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

เมล็ดพืชที่ได้ฉายา "อาหารของเทพเจ้า" กุญแจลับแห่งการชะลอวัย ลดเสี่ยงอัลไซเมอร์ กินวันละนิดเดียวก็พอ

งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Aging พบว่า ผู้ที่มีระดับสาร "ธีโอโบรมีน" (Theobromine) ในกระแสเลือดสูง ซึ่งเป็นสารประกอบที่พบใน "โกโก้" มีค่าอายุทางชีวภาพ (Biological age) ต่ำกว่าอายุจริง

อายุทางชีวภาพสะท้อนถึงความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ซึ่งเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง และโรคหัวใจและหลอดเลือด

เมแกน โว (Megan Wroe) นักกำหนดอาหารวิชาชีพและผู้จัดการด้านสุขภาพจากศูนย์การแพทย์พรอวิเดนซ์ เซนต์จูด กล่าวว่า สารธีโอโบรมีนมีส่วนช่วยปรับปรุงความดันโลหิตและลดการอักเสบ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเชื่อมโยงสารประกอบนี้เข้ากับตัวบ่งชี้การชะลอวัยทางชีวภาพที่เป็นบวก อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์นี้ให้แน่ชัด เนื่องจากผลการศึกษานี้เป็นเพียงการแสดงความเชื่อมโยงเท่านั้น

จากโกโก้สู่ช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตมักได้รับฉายาว่า “อาหารของเหล่าทวยเทพ” หรือ “อาหารแห่งเทพเจ้า” เพราะชื่อวิทยาศาสตร์ของต้นโกโก้ Theobroma cacao มีความหมายว่า “อาหารของเทพเจ้า”

ส่วนที่นำมาทำเป็นช็อกโกแลตคือ "เมล็ดโกโก้" (Cacao beans) ซึ่งอยู่ภายในผลของต้นโกโก้ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  1. เมล็ดโกโก้ (Cacao beans): เป็นส่วนประกอบหลักเพียงส่วนเดียวที่นำมาผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นช็อกโกแลต ภายในผลโกโก้หนึ่งลูกจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 30-60 เมล็ด ซึ่งเมล็ดเหล่านี้จะถูกหุ้มด้วยเนื้อสีขาว (Pulp) ที่มีรสหวาน

  2. กระบวนการแปรรูป: หลังจากแยกเมล็ดออกมาแล้ว จะต้องนำไปผ่านขั้นตอนสำคัญคือ:

    • การหมัก (Fermentation): เพื่อให้เกิดกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของช็อกโกแลต

    • การตากแห้ง (Drying): เพื่อเก็บรักษาคุณภาพเมล็ดไว้

    • การคั่ว (Roasting): เพื่อดึงกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้นออกมา

    • การกะเทาะเปลือก (Winnowing): เพื่อแยกเปลือกนอกออก จนเหลือเพียงเนื้อในเมล็ดที่เรียกว่า "โกโก้นิบส์" (Cacao nibs)

  3. การผลิตช็อกโกแลต: เมื่อนำ "โกโก้นิบส์" มาบดละเอียดด้วยความร้อน จนได้ของเหลวเข้มข้นที่เรียกว่า "โกโก้แมส" (Cocoa mass) หรือ "ช็อกโกแลตลิเคอร์" (Chocolate liquor) ซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานในการผลิตช็อกโกแลตแท่ง โดยภายในโกโก้แมสนี้ประกอบด้วย:

    • ไขมันโกโก้ (Cocoa butter): ไขมันธรรมชาติจากเมล็ด

    • โกโก้โซลิด (Cocoa solids): ส่วนที่เป็นเนื้อโกโก้แห้ง (ซึ่งเมื่อแยกไขมันออกไปแล้วจะกลายเป็นผงโกโก้ที่เราใช้ชงดื่ม)

ดาร์กช็อกโกแลต ขุมพลังสารต้านอนุมูลอิสระ

นอกจากธีโอโบรมีนแล้ว ดาร์กช็อกโกแลตยังมีสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ

โกโก้อุดมไปด้วย โพลีฟีนอล (Polyphenols) และ ฟลาโวนอล (Flavanols) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสองชนิดที่อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งและโรคหัวใจ โดยดาร์กช็อกโกแลตมีสารเหล่านี้มากกว่าช็อกโกแลตนมหรือไวท์ช็อกโกแลตถึงประมาณ 5 เท่า

เมแกน โว แนะนำว่าเพื่อให้ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่เพียงพอ ควรเลือกดาร์กช็อกโกแลตที่มีปริมาณโกโก้อย่างน้อย 70% และเสริมว่าหากคุณไม่ใช่คนชอบทานดาร์กช็อกโกแลต ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนทาน เพราะสารฟลาโวนอลยังพบได้ในชา รวมถึงพืชผักผลไม้ที่มีสีสัน เช่น ลูกพลัม สตรอว์เบอร์รี องุ่น และบลูเบอร์รี

บทบาทของดาร์กช็อกโกแลตต่อสุขภาพสมอง

สารต้านอนุมูลอิสระในดาร์กช็อกโกแลตอาจสนับสนุนสุขภาพสมอง กระตุ้นการทำงานของระบบความคิด และลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ งานวิจัยในปี 2022 พบว่าดาร์กช็อกโกแลต 85% มีผลเป็นพรีไบโอติกและอาจช่วยปรับอารมณ์ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างลำไส้และสมอง (Gut-brain axis) นอกจากนี้ยังมีอีกการศึกษาที่เชื่อมโยงดาร์กช็อกโกแลต 72% กับการลดความเหนื่อยล้าและสุขภาพสมองที่ดีขึ้น

เจน บรูนิง (Jen Bruning) นักกำหนดอาหารจากชิคาโกและโฆษกของสถาบันโภชนาการและการกำหนดอาหาร กล่าวว่า การทานดาร์กช็อกโกแลตในปริมาณเล็กน้อยสามารถให้สารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญและช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี

ทานวันละ 1 ออนซ์ เพื่อความสุขและสุขภาพ

หากคุณต้องการทานดาร์กช็อกโกแลตเพื่อประโยชน์ทางสุขภาพ ควรระวังอย่าทานมากเกินไป

"ปริมาณครึ่งออนซ์ถึงหนึ่งออนซ์ (ประมาณ 14-28 กรัม) เป็นของว่างที่กำลังดีหลังมื้ออาหารหรือทานคู่กับมื้อว่าง ดาร์กช็อกโกแลตมีรสชาติเข้มข้นมาก ดังนั้นการทานในปริมาณน้อยก็ให้ความรู้สึกพึงพอใจได้ โดยยังคงควบคุมปริมาณไขมันและแคลอรี่รวมไม่ให้สูงเกินไป" บรูนิงกล่าว

สำหรับดาร์กช็อกโกแลต 85% ปริมาณ 1 ออนซ์ จะให้พลังงานประมาณ 170 แคลอรี่ และมีไขมัน 14 กรัม หากทานมากเกินไปและบ่อยเกินไป อาจส่งผลให้ท้องอืด น้ำหนักตัวเกิน หรือทำให้เราขาดสารอาหารอื่นๆ ได้ เพราะคุณอิ่มจากการทานช็อกโกแลตมากเกินไปจนไม่ได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ชนิดอื่น

Read Entire Article