เตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา-กทม. รับมือน้ำเพิ่ม เขื่อนเจ้าพระยาปรับระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที
รัฐบาลแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น หลังกรมชลประทานปรับแผนเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรองรับมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลลงมา
การปรับแผนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังกรมชลประทานประเมินสถานการณ์น้ำในช่วงวันที่ 1-5 วันข้างหน้า พบว่าปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปริมาณน้ำรวมอาจสูงถึงประมาณ 3,600-3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เปิดรายชื่อ 11 พื้นที่เฝ้าระวังน้ำลุ่มเจ้าพระยา
กรมชลประทานได้ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ได้แก่
- อุทัยธานี
- ชัยนาท
- สิงห์บุรี
- อ่างทอง
- พระนครศรีอยุธยา
- สุพรรณบุรี
- ลพบุรี
- ปทุมธานี
- นนทบุรี
- สมุทรปราการ
- กรุงเทพมหานคร
อย่างไรก็ตาม การแจ้งเตือนไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ในจังหวัดดังกล่าวจะเกิดน้ำท่วมทันที แต่เป็นการให้ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อม โดยเฉพาะบริเวณชุมชนริมน้ำและพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ
น้ำเหนือเพิ่ม เหตุผลต้องเร่งระบายเขื่อนเจ้าพระยา
ก่อนหน้านี้ กรมชลประทานกำหนดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไว้ที่ประมาณ 2,000-2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยช่วงเช้าวันที่ 30 กันยายน มีรายงานว่าปริมาณน้ำที่ระบายอยู่ที่ประมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ล่าสุดมีการปรับเพิ่มเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากคาดการณ์ว่า วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จะเพิ่มขึ้นสูงสุดประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เมื่อรวมกับน้ำจากลำน้ำสาขาต่าง ๆ ที่คาดว่าจะไหลเข้ามาเพิ่มอีกประมาณ 700-750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอาจอยู่ที่ประมาณ 3,600-3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กรมชลประทานเร่งบริหารน้ำ ลดผลกระทบพื้นที่ตอนล่าง
เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านพื้นที่ตอนล่าง กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำด้วยการผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งประมาณ 550-580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดแรงกดดันต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน
ทั้งนี้ พื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือพื้นที่ลุ่มต่ำที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ และชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงแม่น้ำน้อย ซึ่งมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
เปิดจุดเสี่ยงน้ำเพิ่ม พระนครศรีอยุธยา-อ่างทอง-สิงห์บุรีต้องเฝ้าระวัง
พื้นที่ที่กรมชลประทานเน้นให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ได้แก่
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- อำเภอเสนา
- อำเภอผักไห่
- อำเภอบางบาล
- อำเภอพระนครศรีอยุธยา
- อำเภอบางปะอิน
- อำเภอบางไทร
จังหวัดอ่างทอง
- อำเภอวิเศษชัยชาญ
- อำเภอป่าโมก
- อำเภอเมืองอ่างทอง
- อำเภอไชโย
จังหวัดสิงห์บุรี และชัยนาท
- อำเภออินทร์บุรี พรหมบุรี เมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
- อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
กทม.อยู่ในพื้นที่ติดตาม แต่ยังไม่ใช่ทุกพื้นที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับกรุงเทพมหานคร มีชื่ออยู่ในพื้นที่ที่ได้รับหนังสือแจ้งเตือนให้ติดตามสถานการณ์น้ำ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำครั้งนี้โดยตรง
ประชาชนในกรุงเทพฯ ควรติดตามปัจจัยที่เกี่ยวข้องควบคู่กัน ทั้งระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา สถานการณ์น้ำทะเลหนุน และประกาศจากกรุงเทพมหานคร เพื่อประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ของตนเอง
แนะประชาชนพื้นที่เสี่ยง เตรียมรับมือน้ำสูงขึ้น
กรมชลประทานแนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ต่ำ ริมแม่น้ำ หรืออยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วม เตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
- ยกเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ และทรัพย์สินขึ้นที่สูง
- เคลื่อนย้ายรถยนต์ สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การเกษตรออกจากพื้นที่เสี่ยง
- เตรียมน้ำดื่ม อาหาร ยาประจำตัว และอุปกรณ์จำเป็น
- ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง
สรุป เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ต้องจับตาช่วงต้นเดือนตุลาคม
สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยายังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรองรับมวลน้ำเหนือที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การบริหารน้ำครั้งนี้เป็นการควบคุมสถานการณ์เพื่อลดผลกระทบ ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ใน 11 จังหวัดและกรุงเทพมหานครจะเกิดน้ำท่วม ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากกรมชลประทานและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง หากมีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำหรือแผนการระบาย จะมีการแจ้งเตือนเพิ่มเติมต่อไป

17 hours ago
2




English (US) ·