รวม 7 นิสัยคนไทย "ใช้ยาผิด" แทนที่จะบรรเทาอาการ ดันทำให้แย่ลงกว่าเดิม

1 day ago 2
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

รวม 7 พฤติกรรม ใช้ยาสามัญประจำบ้านแบบผิดๆ ของคนไทย แทนที่จะบรรเทาอาการ แต่อาจส่งผลเสียยิ่งกว่าเดิม

ยาสามัญประจำบ้านเป็นสิ่งที่หลายครัวเรือนในประเทศไทยมีติดไว้ เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น แต่บางครั้งการใช้ยาโดยไม่ระวังหรือเข้าใจผิด อาจนำมาซึ่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด มาดูกันว่า 7 พฤติกรรมที่คนไทยมักทำผิดเกี่ยวกับการใช้ยาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้าง และควรปรับเปลี่ยนอย่างไร

  1. กินยาพาราเซตามอลเกินขนาดเพื่อหวังหายปวดเร็ว
    หลายคนคิดว่า "กินเยอะๆ จะได้หายไว" แต่ความจริงแล้ว การกินพาราเซตามอลเกิน 4,000 มก. ต่อวัน (หรือประมาณ 8 เม็ด 500 มก.) อาจทำลายตับได้ ทางที่ดีควรเว้นระยะห่าง 4-6 ชั่วโมงต่อครั้ง และไม่เกินปริมาณที่แนะนำ

  2. ใช้ยาแก้แพ้เพื่อรักษาหวัดโดยไม่จำเป็น
    อาการหวัดกับอาการแพ้ไม่เหมือนกัน แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยหยิบยาแก้แพ้ (เช่น คลอร์เฟนิรามีน) มากินแก้หวัด ซึ่งอาจทำให้ง่วงซึมโดยไม่จำเป็น ยาแก้แพ้บางตัวช่วยลดน้ำมูกจากหวัดได้ แต่ไม่ได้รักษาไข้หรืออาการหวัดโดยตรง ควรเลือกใช้ยาตามอาการ เช่น ถ้ามีไข้ให้ใช้พาราเซตามอลแทน

  3. กินยาลดกรดทันทีที่ปวดท้อง โดยไม่สนใจสาเหตุ
    ปวดท้องแล้วรีบกินยาลดกรดเป็นพฤติกรรมยอดฮิต แต่ถ้าปวดจากสาเหตุอื่น เช่น กระเพาะอักเสบรุนแรงหรือลำไส้มีปัญหา ยาลดกรดอาจแค่กลบอาการชั่วคราว ทางที่ดีควรสังเกตอาการ หากปวดนานหรือรุนแรง ควรพบแพทย์

  4. เก็บยาเก่ามาใช้ซ้ำ โดยไม่ดูวันหมดอายุ
    "ยังเหลืออยู่ กินต่อดีกว่า" ความคิดนี้อาจทำให้คุณได้ยาที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุไปแล้ว ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยรักษา ยังอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย ควรเช็กวันหมดอายุทุกครั้งก่อนใช้

  5. กินยาแก้ท้องเสียทันทีที่ถ่ายเหลว โดยไม่ดูสาเหตุ
    อาการท้องเสียบางครั้งเป็นวิธีที่ร่างกายขับสิ่งแปลกปลอมออกมา การรีบกินยา เช่น ลอเพอราไมด์ เพื่อหยุดถ่าย อาจทำให้สารพิษค้างในร่างกาย ควรดื่มน้ำเกลือแร่ชดเชยและสังเกตอาการ ถ้าท้องเสียรุนแรง อาเจียนมาก หรือมีอาการขาดน้ำ ควรไปพบแพทย์

  6. ใช้ยาหยอดตาแบบไม่ล้างมือหรือแชร์กับคนอื่น
    การหยิบยาหยอดตามาใช้โดยไม่ล้างมือ หรือให้คนอื่นยืม อาจนำเชื้อโรคเข้าสู่ตา ทำให้ตาติดเชื้อรุนแรงขึ้น ควรใช้อย่างถูกสุขอนามัย และใช้ขวดส่วนตัวเท่านั้น หากเป็นยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์ ไม่ควรใช้เองโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง

  7. กินยาปฏิชีวนะที่เหลือจากครั้งก่อน แทนที่จะไปหาหมอ
    ยาปฏิชีวนะ (เช่น อะม็อกซี่ซิลลิน) ที่เหลือจากครั้งก่อน ถูกหยิบมาใช้ซ้ำบ่อยครั้งโดยไม่รู้ว่าเหมาะกับอาการหรือไม่ การใช้ผิดวิธีอาจทำให้เชื้อดื้อยา และอาการแย่ลง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้

สรุป: การใช้ยาสามัญประจำบ้านแบบผิดๆ ไม่เพียงแต่ไม่ช่วยบรรเทาอาการ แต่ยังเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว ครั้งหน้าถ้าจะหยิบยามาใช้ อย่าลืมอ่านฉลาก ปรึกษาผู้รู้ และใช้ให้ถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก!

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

Read Entire Article