หมอเตือนเอง 5 นิสัยยามเช้า ที่บางคนยังนึกว่าดี แต่ทางการแพทย์สั่งให้ "รีบหักดิบ"
การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความเร่งรีบในสังคมยุคปัจจุบัน อาจทำให้หลายคนเผลอสร้างพฤติกรรมความเคยชินบางอย่างในมื้อเช้าโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังทำร้ายร่างกายอย่างช้า ๆ ล่าสุด นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ (Dr. David Weinstein) แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปจากระบบบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS) ซึ่งประจำการอยู่ที่เมืองไบรตัน ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อชื่อดังอย่าง Mirror ถึง 5 พฤติกรรมยามเช้ายอดฮิตที่คนส่วนใหญ่คิดว่าไร้พิษภัย แต่ในทางการแพทย์กลับแนะนำให้ต้อนรับและหักดิบเลิกให้ไวที่สุด เพื่อลดสถิติการเจ็บป่วยและยกระดับสุขอนามัยให้ดีขึ้น
ภายใต้คำแนะนำของ นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ มีประเด็นที่น่าสนใจและตลกร้ายอยู่หลายข้อ โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินอาหารเช้าบางชนิดที่เขาเปรียบเปรยว่าควรค่าแก่การขึ้นป้ายเตือนภัยระดับเดียวกับซองบุหรี่เลยทีเดียว วันนี้เราสรุป 5 ข้อห้ามยามเช้ามาให้เช็กกันชัด ๆ ตรงนี้
เปิด 5 พฤติกรรมยามเช้าที่แพทย์สั่งให้ "เลิก" โดยเร็วที่สุด
1. ดื่มกาแฟทันทีหลังจากตื่นนอน
หลายคนติดนิสัยต้องเดินไปกดเครื่องชงกาแฟเป็นสิ่งแรกหลังจากลุกจากเตียง แต่ นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ อธิบายว่าพฤติกรรมนี้จะยิ่งซ้ำเติมให้ร่างกายเผชิญภาวะขาดน้ำ (Dehydration) หลังจากที่นอนหลับยาวมาทั้งคืน และเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะตุบ ๆ ระหว่างวัน
คําแนะนําของแพทย์คือ "ผมอยากให้ทุกคนเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำเปล่าแก้วใหญ่ ๆ 1 แก้วก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ระบบไหลเวียนโลหิต แล้วค่อยดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนตามหลัง แค่ปรับเปลี่ยนสิ่งง่าย ๆ แบบนี้ สถิติคนไข้ที่เดินมาหาผมด้วยอาการปวดหัวจะลดลงไปเยอะมากครับ"
2. รับประทานซีเรียลหรือธัญพืชแปรรูปอบกรอบ
นี่คือข้อที่ นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ แสดงทัศนะไว้อย่างดุเดือดที่สุด โดยระบุว่าแม้กล่องซีเรียลอาหารเช้าหลายยี่ห้อจะโฆษณาชวนเชื่อว่าอุดมไปด้วยไฟเบอร์และดีต่อสุขภาพ แต่ในความเป็นจริงส่วนใหญ่กลับอัดแน่นไปด้วยน้ำตาล ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและดิ่งฮวบลงมาในเวลาอันสั้น ส่งผลให้คุณรู้สึกหิวโซและหมดพลังงานหลังจากกินไปได้เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น
เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "หากผมเป็นแพทย์ที่มีอำนาจในการออกนโยบายสาธารณะ ผมจะเสนอให้จัดเก็บภาษีซีเรียลอาหารเช้าเหล่านี้ในอัตราที่สูงลิ่ว และสั่งให้แปะป้ายคำเตือนอันตรายข้างกล่องในลักษณะเดียวกับซองบุหรี่ เพื่อให้ผู้บริโภคตระหนักว่าสิ่งนี้ทำลายสุขภาพมากแค่ไหน" โดยแพทย์แนะนำให้เปลี่ยนมาทานกรีกโยเกิร์ตผสมผลไม้ตระกูลเบอร์รีและถั่วเปลือกแข็ง หรือต้มโจ๊กข้าวโอ๊ตทดแทน เพราะจะได้ทั้งโปรตีนและไขมันดีที่อิ่มท้องนานกว่า
3. ละเลยการกินมื้อเช้า (อดอาหารเช้า)
ในวันทีรีบเร่ง หลายคนเลือกที่จะวิ่งผ่านมื้อเช้าไปเฉย ๆ นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ ชี้ว่าพฤติกรรมนี้จะส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการหิวโซอย่างรุนแรงในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. - 11.00 น. และทำให้สมองสั่งการให้เราเลือกซื้ออาหารที่เน้นน้ำตาลสูง ไขมันสูง หรือขนมขบเคี้ยวตามร้านสะดวกซื้อกินเพื่อความรวดเร็วและแก้ขัด
"เวลาที่ร่างกายหิวจัด สมองของเรามักจะทำการตัดสินใจในเรื่องโภชนาการได้แย่มาก การอดมื้อเช้าจะส่งผลดีต่อร่างกายก็ต่อเมื่อคุณมีการเตรียมพร้อมในการทานมื้อถัดไปที่เป็นอาหารคลีนและมีประโยชน์อย่างระบบ ไม่ใช่การเดินดิ่งไปซื้อขนมเค้กชิ้นโตมาทานแก้หิว"
4. ตื่นปุ๊บ หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาไถปั๊บ
พฤติกรรมยอดฮิตของคนยุคนี้คือการควานหาโทรศัพท์มือถือทันทีที่ลืมตา นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ เตือนว่าการเปิดรับข้อมูลข่าวสาร ดราม่าเช้านี้ หรืออีเมลงานตั้งแต่วินาทีแรก จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมาก่อนเวลาอันควร
แพทย์แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้นาฬิกาปลุกแบบโบราณเพื่อที่เราจะได้วางโทรศัพท์มือถือไว้นอกห้องนอนในเวลากลางคืน และในช่วง 15 นาทีแรกหลังตื่นนอน ห้ามแตะต้องหน้าจอเด็ดขาด แต่ให้เปลี่ยนมาทำการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบา ๆ บนเตียง และนั่งนึกถึงสิ่งดี ๆ ในชีวิตเพื่อสร้างพลังบวกแทน
5. ก้าวลงจากเตียง แล้วพุ่งตรงไปนั่งทำงานทันที
พฤติกรรมข้อสุดท้ายมักเกิดกับกลุ่มคนทำงานรูปแบบ Work from Home หรือพนักงานออฟฟิศที่ตื่นปุ๊บก็สตาร์ทรถขี่ไปนั่งโต๊ะทำงานทันทีโดยไม่มีการขยับเขยื้อนร่างกาย นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ นิยามสิ่งนี้ว่าเป็น "พฤติกรรมที่เป็นพิษ (Toxic habit)" ที่กำลังกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม
เขาแนะนำให้สละเวลาเพียง 15 นาทีในการทำกิจกรรมขยับร่างกาย เช่น การเดินเล่นรับแสงแดดอ่อน ๆ นอกบ้าน หรือโยคะยืดเส้นยืดสาย เพื่อเป็นการปลุกระบบประสาทและเติมพลังงานให้สมองปลอดโปร่ง พร้อมลุยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน
เห็นไหมว่าพฤติกรรมความเคยชินเล็ก ๆ น้อย ๆ ในตอนเช้าที่เราทำอยู่ทุกวันตามคำเตือนของ นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ นั้น ส่งผลกระทบต่อกลไกการทำงานของร่างกายและสมองอย่างมหาศาล รู้แบบนี้แล้ว เช้าวันพรุ่งนี้ลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าแก้วโต ๆ วางมือถือทิ้งไว้ชั่วคราว แล้วหันมาเลือกเมนูอาหารเช้าที่มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพที่ดีและยั่งยืนของตัวเราเอง!
- แผนลึกมาก! ข้าวกล่องลูกหายทุกวัน แม่สุดทน "วางกับดัก" จับขโมย กินไปดิ้นไม่หลุดแน่!!
- หมอเตือน! ตื่นนอนแล้ว "ปากขม-มีกลิ่น" เป็นสัญญาณ 5 โรค แนะวิธีแก้ง่ายๆ รีบทำตาม
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)

9 hours ago
1




English (US) ·