รีบหักดิบ! หมอดังเตือน 5 นิสัย "ตอนเช้า" อันตรายจนอยากให้แปะป้ายเตือนแบบซองบุหรี่

9 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

หมอเตือนเอง 5 นิสัยยามเช้า ที่บางคนยังนึกว่าดี แต่ทางการแพทย์สั่งให้ "รีบหักดิบ"

การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความเร่งรีบในสังคมยุคปัจจุบัน อาจทำให้หลายคนเผลอสร้างพฤติกรรมความเคยชินบางอย่างในมื้อเช้าโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังทำร้ายร่างกายอย่างช้า ๆ ล่าสุด นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ (Dr. David Weinstein) แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปจากระบบบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS) ซึ่งประจำการอยู่ที่เมืองไบรตัน ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อชื่อดังอย่าง Mirror ถึง 5 พฤติกรรมยามเช้ายอดฮิตที่คนส่วนใหญ่คิดว่าไร้พิษภัย แต่ในทางการแพทย์กลับแนะนำให้ต้อนรับและหักดิบเลิกให้ไวที่สุด เพื่อลดสถิติการเจ็บป่วยและยกระดับสุขอนามัยให้ดีขึ้น

ภายใต้คำแนะนำของ นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ มีประเด็นที่น่าสนใจและตลกร้ายอยู่หลายข้อ โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินอาหารเช้าบางชนิดที่เขาเปรียบเปรยว่าควรค่าแก่การขึ้นป้ายเตือนภัยระดับเดียวกับซองบุหรี่เลยทีเดียว วันนี้เราสรุป 5 ข้อห้ามยามเช้ามาให้เช็กกันชัด ๆ ตรงนี้

เปิด 5 พฤติกรรมยามเช้าที่แพทย์สั่งให้ "เลิก" โดยเร็วที่สุด

1. ดื่มกาแฟทันทีหลังจากตื่นนอน

หลายคนติดนิสัยต้องเดินไปกดเครื่องชงกาแฟเป็นสิ่งแรกหลังจากลุกจากเตียง แต่ นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ อธิบายว่าพฤติกรรมนี้จะยิ่งซ้ำเติมให้ร่างกายเผชิญภาวะขาดน้ำ (Dehydration) หลังจากที่นอนหลับยาวมาทั้งคืน และเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะตุบ ๆ ระหว่างวัน

คําแนะนําของแพทย์คือ "ผมอยากให้ทุกคนเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำเปล่าแก้วใหญ่ ๆ 1 แก้วก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ระบบไหลเวียนโลหิต แล้วค่อยดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนตามหลัง แค่ปรับเปลี่ยนสิ่งง่าย ๆ แบบนี้ สถิติคนไข้ที่เดินมาหาผมด้วยอาการปวดหัวจะลดลงไปเยอะมากครับ"

2. รับประทานซีเรียลหรือธัญพืชแปรรูปอบกรอบ

นี่คือข้อที่ นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ แสดงทัศนะไว้อย่างดุเดือดที่สุด โดยระบุว่าแม้กล่องซีเรียลอาหารเช้าหลายยี่ห้อจะโฆษณาชวนเชื่อว่าอุดมไปด้วยไฟเบอร์และดีต่อสุขภาพ แต่ในความเป็นจริงส่วนใหญ่กลับอัดแน่นไปด้วยน้ำตาล ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและดิ่งฮวบลงมาในเวลาอันสั้น ส่งผลให้คุณรู้สึกหิวโซและหมดพลังงานหลังจากกินไปได้เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "หากผมเป็นแพทย์ที่มีอำนาจในการออกนโยบายสาธารณะ ผมจะเสนอให้จัดเก็บภาษีซีเรียลอาหารเช้าเหล่านี้ในอัตราที่สูงลิ่ว และสั่งให้แปะป้ายคำเตือนอันตรายข้างกล่องในลักษณะเดียวกับซองบุหรี่ เพื่อให้ผู้บริโภคตระหนักว่าสิ่งนี้ทำลายสุขภาพมากแค่ไหน" โดยแพทย์แนะนำให้เปลี่ยนมาทานกรีกโยเกิร์ตผสมผลไม้ตระกูลเบอร์รีและถั่วเปลือกแข็ง หรือต้มโจ๊กข้าวโอ๊ตทดแทน เพราะจะได้ทั้งโปรตีนและไขมันดีที่อิ่มท้องนานกว่า

3. ละเลยการกินมื้อเช้า (อดอาหารเช้า)

ในวันทีรีบเร่ง หลายคนเลือกที่จะวิ่งผ่านมื้อเช้าไปเฉย ๆ นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ ชี้ว่าพฤติกรรมนี้จะส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการหิวโซอย่างรุนแรงในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. - 11.00 น. และทำให้สมองสั่งการให้เราเลือกซื้ออาหารที่เน้นน้ำตาลสูง ไขมันสูง หรือขนมขบเคี้ยวตามร้านสะดวกซื้อกินเพื่อความรวดเร็วและแก้ขัด

"เวลาที่ร่างกายหิวจัด สมองของเรามักจะทำการตัดสินใจในเรื่องโภชนาการได้แย่มาก การอดมื้อเช้าจะส่งผลดีต่อร่างกายก็ต่อเมื่อคุณมีการเตรียมพร้อมในการทานมื้อถัดไปที่เป็นอาหารคลีนและมีประโยชน์อย่างระบบ ไม่ใช่การเดินดิ่งไปซื้อขนมเค้กชิ้นโตมาทานแก้หิว"

4. ตื่นปุ๊บ หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาไถปั๊บ

พฤติกรรมยอดฮิตของคนยุคนี้คือการควานหาโทรศัพท์มือถือทันทีที่ลืมตา นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ เตือนว่าการเปิดรับข้อมูลข่าวสาร ดราม่าเช้านี้ หรืออีเมลงานตั้งแต่วินาทีแรก จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมาก่อนเวลาอันควร

แพทย์แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้นาฬิกาปลุกแบบโบราณเพื่อที่เราจะได้วางโทรศัพท์มือถือไว้นอกห้องนอนในเวลากลางคืน และในช่วง 15 นาทีแรกหลังตื่นนอน ห้ามแตะต้องหน้าจอเด็ดขาด แต่ให้เปลี่ยนมาทำการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบา ๆ บนเตียง และนั่งนึกถึงสิ่งดี ๆ ในชีวิตเพื่อสร้างพลังบวกแทน

5. ก้าวลงจากเตียง แล้วพุ่งตรงไปนั่งทำงานทันที

พฤติกรรมข้อสุดท้ายมักเกิดกับกลุ่มคนทำงานรูปแบบ Work from Home หรือพนักงานออฟฟิศที่ตื่นปุ๊บก็สตาร์ทรถขี่ไปนั่งโต๊ะทำงานทันทีโดยไม่มีการขยับเขยื้อนร่างกาย นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ นิยามสิ่งนี้ว่าเป็น "พฤติกรรมที่เป็นพิษ (Toxic habit)" ที่กำลังกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม

เขาแนะนำให้สละเวลาเพียง 15 นาทีในการทำกิจกรรมขยับร่างกาย เช่น การเดินเล่นรับแสงแดดอ่อน ๆ นอกบ้าน หรือโยคะยืดเส้นยืดสาย เพื่อเป็นการปลุกระบบประสาทและเติมพลังงานให้สมองปลอดโปร่ง พร้อมลุยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน

เห็นไหมว่าพฤติกรรมความเคยชินเล็ก ๆ น้อย ๆ ในตอนเช้าที่เราทำอยู่ทุกวันตามคำเตือนของ นพ. เดวิด ไวน์สไตน์ นั้น ส่งผลกระทบต่อกลไกการทำงานของร่างกายและสมองอย่างมหาศาล รู้แบบนี้แล้ว เช้าวันพรุ่งนี้ลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าแก้วโต ๆ วางมือถือทิ้งไว้ชั่วคราว แล้วหันมาเลือกเมนูอาหารเช้าที่มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพที่ดีและยั่งยืนของตัวเราเอง!

แหล่งข้อมูล

  1. Mirror UK: General Practitioner warns 5 morning habits you need to ditch as soon as possible
  2. NHS England: Healthy breakfast choices and stress management guidelines
Read Entire Article