สทนช. ยกระดับแผนแม่บทลุ่มน้ำโตนเลสาบ ชูยุทธศาสตร์ SEA เน้น "องค์กรผู้ใช้น้ำ" ร่วมขับเคลื่อน พร้อมเร่งดันอ่างฯ คลองพระพุทธ เฟส 3 ยกระดับเกษตรตะวันออก
จังหวัดจันทบุรี — สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำโตนเลสาบ ระยะ 15 ปี (พ.ศ. 2566-2580) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี สระแก้ว และตราดตอนบน โดยนำกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) มาเป็นกรอบสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ชุมชน และรับมือกับความท้าทายจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ทั้งภัยแล้งและปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้กับทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม และประชาชนผู้ใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคทั่วไป

นายไวฑิต โอชวิช รองเลขาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อนและอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ซึ่ง อยู่ในพื้นที่ของ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญด้านการผลิตพืชเศรษฐกิจ สทนช. ได้วางแผนดำเนินโครงการก่อสร้างแหล่งน้ำขนาดกลางแห่งใหม่จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองเครือหวาย ความจุประมาณ 13 ล้านลูกบาศก์เมตร (คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2572) และ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองโป่งน้ำร้อนตอนบน ความจุ 21 ล้านลูกบาศก์เมตร (แผนดำเนินการช่วงปี 2572-2575) โครงการเหล่านี้จะเข้ามาช่วยกระจายน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรน้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และเป็นหลักประกันแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อผลิตอาหารและสินค้าเกษตรป้อนสู่ตลาดโลก

สำหรับการบริหารจัดการแหล่งน้ำเดิมอย่าง อ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสายหลักที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2557 สทนช. ได้ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีฝายพับได้บริเวณอาคารระบายน้ำ ส่งผลให้สามารถเพิ่มปริมาณน้ำได้อีกราว 1 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บสูงถึงร้อยละ 98 ของความจุ ซึ่งเพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงระบบนิเวศ การอุปโภคบริโภคของประชาชน และการทำเกษตรกรรมตลอดฤดูแล้งไปจนถึงปี 2570 อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพการใช้งานที่ยาวนานทำให้อ่างเก็บน้ำเริ่มตื้นเขินจากตะกอนดินสะสม สทนช. จะได้ดำเนินการแก้ไขและซ่อมแซมระบบส่งน้ำ เพื่อฟื้นฟูศักยภาพการกักเก็บให้กลับมาสมบูรณ์สูงสุด

ด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน นายไทยพิชิต ดวงตา รองประธานคณะกรรมการจัดการชลประทานอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ และนายกเทศมนตรีตำบลเทพนิมิต กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้ดำเนินการผ่านกลไกคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) เพื่อให้กลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ได้มีอำนาจในการบริหารจัดการตนเอง โดยแบ่งกลุ่มผู้ใช้น้ำออกเป็น 4 กลุ่มหลักอย่างชัดเจน ได้แก่ 1. กลุ่มน้ำคลองธรรมชาติ 2. กลุ่มฝั่งขวา 3. กลุ่มฝั่งซ้าย และ 4. กลุ่มผู้ใช้น้ำนอกเขตชลประทานและภาคอุตสาหกรรม การจัดโครงสร้างดังกล่าวช่วยให้การจัดสรรน้ำเป็นไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ลดความขัดแย้ง และตอบสนองความต้องการของน้ำเพื่อการยังชีพของประชาชนทั่วไป ควบคู่ไปกับน้ำเพื่อการเกษตรได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ท้องถิ่นได้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับรองรับตะกอนดินไว้พร้อมแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกหากภาครัฐเริ่มดำเนินการขุดลอกอ่างเก็บน้ำ

สอดคล้องกับ นายเอ็นดู ผ่องศรี ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ (ฝั่งซ้าย) ที่ระบุว่า ประชาชนและกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ต่างขานรับและให้การสนับสนุนโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่ทั้ง 2 แห่ง โดยไม่มีความขัดแย้งในพื้นที่ เนื่องจากทุกฝ่ายเล็งเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีวิต และเป็นกลไกสำคัญในการรักษามาตรฐานของพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อนและสอยดาว ในฐานะฐานการผลิตและส่งออกลำไยอันดับ 1 ของประเทศไทย รวมถึงรองรับการขยายตัวของการปลูกทุเรียนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ทั้งนี้ สทนช. ยังได้จัดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2 ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรผู้ใช้น้ำ และประชาชนผู้บริโภค เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่มาบูรณาการร่วมกับการประเมิน SEA ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดมาตรการและทางเลือกในการพัฒนาลุ่มน้ำโตนเลสาบ ให้เกิดความยั่งยืนสูงสุด ครอบคลุมทั้งมิติด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และการรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อมในระยะยาว


4 hours ago
1






English (US) ·