สรุปไทม์ไลน์ดราม่า บุ๋ม ปนัดดา เปิดใจจากปมที่ดิน 100 ไร่ สู่เงิน 7 ล้านถูกขโมย อุ้มลูกหนีตายเท้าเปล่า ก่อนขอหย่า ก็อต อธิป
จากข้อสงสัยเรื่องที่ดินในจังหวัดนครนายก กลายเป็นการเปิดเผยปัญหาครอบครัวที่สะสมมานาน เมื่อ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี แถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 พร้อมทนายความ เพื่อชี้แจงกรณีธุรกิจของสามี ก็อต อธิป อนันทวรรณ ถูกเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาบุกรุกพื้นที่รัฐ เธอยืนยันว่าไม่เคยรับรู้รายละเอียดการซื้อขายที่ดิน ก่อนเล่าถึงปัญหาความสัมพันธ์ การเงิน และเหตุการณ์ที่ทำให้กังวลเรื่องความปลอดภัย พร้อมประกาศต้องการยุติชีวิตคู่
(1)(1).jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
จุดเริ่มต้นจากเพจดัง ตั้งคำถามที่ดินกว่า 100 ไร่
เรื่องเริ่มจากเพจ CSI LA เผยข้อมูลเกี่ยวกับรีสอร์ตและสนามวิ่งเทรลในตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก โดยตั้งข้อสงสัยว่าพื้นที่กว่า 100 ไร่อาจอยู่ในเขตป่าสงวนและมีการใช้ประโยชน์ไม่ถูกต้อง กระแสข่าวเชื่อมโยงไปถึงก็อต อธิป ทำให้บุ๋มถูกตั้งคำถามตามมาว่ารับรู้หรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าวหรือไม่ นำไปสู่การออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชน
ก่อนการแถลง ก็อตเคยชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของทหารหรือที่ราชพัสดุ และอ้างว่าตนทำสัญญาเช่าสิทธิทำประโยชน์อย่างถูกต้อง ขณะที่ข้อมูลจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ซึ่งสื่อรายงานก่อนหน้านั้นระบุว่า พิกัดเบื้องต้นอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีข้อจำกัดทางกฎหมาย การตรวจสอบแนวเขตและเอกสารจึงเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ โดยไม่ควรสรุปความผิดจากคำกล่าวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว
บุ๋มยืนยันไม่รู้เรื่องที่ดิน ก่อนพบสัญญาในตู้เซฟ
บุ๋มระบุว่าไม่เคยไปยังพื้นที่ดังกล่าว และไม่เคยได้รับทราบรายละเอียดการถือครองมาก่อน จนเกิดกระแสข่าวและตรวจพบสัญญาซื้อขายที่เก็บอยู่ในตู้เซฟของสามี เธอนำเอกสารมาแสดง พร้อมระบุว่าสัญญาทำขึ้นในปี 2567 มูลค่า 2.5 ล้านบาท
เธอเล่าว่า ก่อนหน้านี้สามีเคยขอเงินไปทำธุรกิจ แต่เพิ่งทราบภายหลังว่าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงที่เป็นข่าว พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนร่วมดำเนินการซื้อขาย ส่วนความสมบูรณ์ของสัญญาและสิทธิใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบจากหลักฐานและข้อเท็จจริงทางกฎหมาย

ชี้แจงเรื่องเงินส่วนตัว พร้อมปฏิเสธเกี่ยวข้องเงินบริจาค
อีกประเด็นที่บุ๋มต้องการชี้แจงคือที่มาของเงิน โดยเธอระบุว่าเคยกู้เงินธนาคารเพื่อใช้หมุนเวียนทั้งเรื่องส่วนตัวและงานมูลนิธิ ก่อนให้สามีนำเงินบางส่วนไปทำธุรกิจ เธอยืนยันว่าเงินบริจาคของมูลนิธิไม่ได้เกี่ยวข้องกับการซื้อที่ดินตามที่ถูกตั้งคำถาม และต้องการแยกงานช่วยเหลือสังคมออกจากปัญหาธุรกิจของสามีให้ชัดเจน
ขณะเดียวกัน บุ๋มกล่าวว่าเริ่มมีเจ้าหนี้ติดต่อมาทวงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสามี ทั้งที่เธอไม่ได้รับรู้รายละเอียดหรือเป็นผู้ตกลงด้วย เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เธอต้องย้อนตรวจสอบเอกสารและเส้นทางการใช้เงินมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาระหนี้ของแต่ละฝ่ายต้องพิจารณาจากสัญญาและข้อเท็จจริง ไม่สามารถสรุปจากสถานะสามีภรรยาเพียงอย่างเดียว
เปิดปมเงิน 7 ล้านบาทหาย และการขอเงินเพิ่ม 10 ล้านบาท
บุ๋มเปิดเผยว่า เงินสดประมาณ 7 ล้านบาทที่เก็บไว้ในตู้เซฟหายไป โดยตามคำบอกเล่าของเธอ เงินก้อนนี้เกี่ยวข้องกับเงินรับขวัญลูก จึงเป็นเงินของลูก ถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าเงินหายไป บุ๋มบอกว่า เราคุยเรื่องบ้านใหม่ พอถามถึงเงินในตู้เซฟ เขาบอกว่าเขาใช้หมดแล้ว ตอนนั้นแทบล้มทั้งยืน เและยังไม่ได้รับรายละเอียดที่ชัดเจนว่าใช้ไปกับอะไร
เธอยังกล่าวถึงการถูกขอเงินเพิ่มเติมอีก 10 ล้านบาท ซึ่งครั้งนี้ตัดสินใจไม่ให้ เพราะมีภาระค่าใช้จ่ายของบ้านและครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ปัญหาเงินจึงเป็นอีกแรงกดดันที่เกิดขึ้นควบคู่กับความสัมพันธ์ที่มีรอยร้าว ทั้งประเด็นเงินหายและการขอเงินเพิ่มเด้วย
เผยชีวิตคู่เริ่มห่าง ยอมรับมีปัญหาเรื่องความไว้ใจ
บุ๋มเล่าว่าความสัมพันธ์เริ่มมีปัญหาตั้งแต่ปี 2567 ก่อนแยกห้องและต่างคนต่างใช้ชีวิต แต่ยังพยายามรักษาบทบาทพ่อแม่เพื่อลูก เธอกล่าวหาว่าสามีมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่น โดยหนึ่งในประเด็นที่ทำให้เสียใจมากคือเรื่องของคนใกล้ชิดที่รู้จักและไว้ใจมานานเกือบ 10 ปี
สำหรับบุ๋ม ความเจ็บปวดจึงไม่ได้มีเพียงปัญหาระหว่างสามีภรรยา แต่รวมถึงความรู้สึกสูญเสียความไว้วางใจต่อคนที่เคยดูแลเหมือนครอบครัว เพราะภายหลังเธอถูกถามแต่เรื่องเงิน ขอเงิน เธอระบุว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไม่ได้รับรู้รายละเอียดชีวิตและธุรกิจของสามีเหมือนเดิม จึงแยกกันต่างคนต่างอยู่
(1).jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
เล่าเหตุพาลูกออกจากบ้าน และความกังวลด้านความปลอดภัย
บุ๋ม เล่าว่า ระหว่างฝึกกู้ภัยอยู่ญี่ปุ่น สามีพาลูกไปโดยติดต่อไม่ได้ จึงขอให้ หนุ่ม กรรชัย ช่วยประสานตามหา ก่อนพบลูกที่คาร์แคร์ย่านคลอง 3 ซึ่งเธอเพิ่งรู้ว่าสามีมีธุรกิจคาร์แคร์อยู่ที่นั่น เธอยังกล่าวว่าอีกฝ่ายพาลูกเดินทางต่อไปภูเก็ตด้วยการสลับทะเบียนรถ และภายหลังจู่ๆก็กลับเข้าบ้านมาเพื่อหาเอกสารในตู้เซฟ แต่เพราะก่อนหน้ารู้สึกถึงความผิดปกติเพราะมีเจ้าหนี้โทรมา เธอจึงรื้อเอกสารที่ดินออกมาก่อน แล้ววันต่อมาจึงตัดสินใจอุ้มลูกออกไปพักที่โรงแรม ปัจจุบันลูกชายทั้งสองอยู่กับบุ๋ม โดยเธอขอให้สามีมาจดทะเบียนหย่า ขอดูแลลูกเอง และปฏิเสธการให้เงินเพิ่ม 10 ล้านบาท
ประกาศขอหย่า ต้องการดูแลลูกด้วยตัวเอง
หลังเล่าปัญหาที่สะสม บุ๋มประกาศผ่านสื่อว่าต้องการหย่ากับก็อต และขอให้มาดำเนินการจดทะเบียนหย่าที่สำนักงานเขตบางพลัด โดยเธอแสดงความประสงค์จะดูแลลูกชายทั้งสองคนด้วยตัวเอง และต้องการให้แต่ละฝ่ายแยกย้ายไปใช้ชีวิต

ขอพักรายการ 1 เดือน และจัดการเรื่องที่เกี่ยวกับมูลนิธิ
ตามรายละเอียดการแถลงที่นำมาเผยแพร่ บุ๋มระบุว่าจะพักทำหน้าที่ในรายการ เคลียร์ชัด ๆ เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อดูแลสภาพจิตใจ เธออธิบายว่าขณะตนกำลังเผชิญปัญหาส่วนตัว ยังไม่พร้อมทำหน้าที่สัมภาษณ์เรื่องราวที่กระทบความรู้สึกของผู้อื่น และต้องการใช้เวลาจัดการชีวิตครอบครัวก่อน
ส่วนธุรกิจที่มีการนำชื่อหรือป้ายมูลนิธิไปใช้ บุ๋มระบุว่าจะตรวจสอบและดำเนินการนำออก เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเกี่ยวข้องกับงานของมูลนิธิ พร้อมกล่าวว่าผู้ที่มีข้อเรียกร้องควรนำหลักฐานเข้าสู่การตรวจสอบ การแยกบัญชี เอกสาร และผู้รับผิดชอบของแต่ละเรื่องจึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากคำแถลง
สรุปดราม่า บุ๋ม ปนัดดา มีทั้งเรื่องที่ดิน การเงิน และครอบครัว
การแถลงของบุ๋ม ปนัดดา ครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากปมที่ดินกว่า 100 ไร่ ก่อนขยายไปถึงข้อกล่าวหาเรื่องการใช้เงิน ความสัมพันธ์ และความกังวลต่อความปลอดภัยของครอบครัว จุดยืนของเธอคือยืนยันว่าไม่รู้เห็นรายละเอียดที่ดิน ต้องการหย่า และขอดูแลลูกเอง ส่วนเรื่องเงินและบุคคลที่ถูกกล่าวถึงยังต้องติดตามหลักฐานและคำชี้แจงเพิ่มเติม
ประเด็นที่ดินต้องรอผลตรวจสอบจากหน่วยงาน ขณะที่การหย่าและการดูแลลูกต้องดำเนินการให้ชัดเจนต่อไป ข่าวนี้จึงยังไม่ใช่บทสรุปของทุกข้อขัดแย้ง แต่เป็นการเปิดเผยข้อมูลจากฝ่ายบุ๋มต่อสาธารณะ ซึ่งควรรายงานควบคู่กับสิทธิชี้แจงของผู้เกี่ยวข้อง

14 hours ago
2




English (US) ·