Google เริ่มปล่อย Wear OS 7 แล้ว โดยอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ เพื่อยกระดับการใช้งานสมาร์ทวอทช์ให้ฉลาดยิ่งขึ้น เหตุเพราะในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องประดับหรืออุปกรณ์นับก้าวอีกต่อไป จากสถิติล่าสุดของ Google พบว่า ผู้ใช้งาน Wear OS มากกว่าครึ่งหนึ่งสวมใส่นาฬิกาทุกวัน และบางคนใส่ใช้งานยาวนานกว่า 23 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว
เพื่อตอบสนองการใช้งานที่สมบุกสมบันและต่อเนื่องตลอดทั้งวันนี้ Google จึงได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ล่าสุดอย่าง Wear OS 7 ซึ่งเริ่มทยอยปล่อยอัปเดตให้กับผู้ใช้ Pixel Watch รุ่นที่รองรับแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยมาพร้อมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ และไฮไลท์สำคัญอย่างการเตรียมฝังระบบอัจฉริยะ Gemini Intelligence ในช่วงปลายปีนี้
4 ฟีเจอร์เด่นของ Wear OS 7
1. ติดตามสถานการณ์ได้ทันใจด้วย Live Updates บนหน้าปัดนาฬิกา

ความสามารถเด่นอย่างแรกของ Wear OS 7 คือการนำฟีเจอร์ Android Live Updates มาแสดงผลบนข้อมือโดยตรง ช่วยให้สามารถติดตามข้อมูลหรือกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ได้ในแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดู เช่น
- คะแนนการแข่งขันกีฬา: ลุ้นผลบอลหรือกีฬาโปรดได้แบบวินาทีต่อวินาที
- สถานะการส่งอาหาร: ดูว่าไรเดอร์จากแอปพลิเคชัน กำลังเดินทางถึงไหนแล้ว
- ความคืบหน้าในการออกกำลังกาย: ตรวจสอบเป้าหมายและสถิติร่างกายได้ทันที
การอัปเดตนี้เน้นการให้ข้อมูลแบบ Glanceable Information หรือข้อมูลที่มองปราดเดียวก็เข้าใจ ช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม
2. ควบคุม Ecosystem และอุปกรณ์เชื่อมต่อได้ดียิ่งขึ้น

Wear OS 7 ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยมีสถาปัตยกรรมที่เน้นการทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่น ๆ ในระบบนิเวศ (Ecosystem) ของ Android ได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นหูฟังไร้สาย หรือแม้กระทั่ง แว่นตาอัจฉริยะ ที่มีกำหนดการจะเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้
- ทำงานร่วมกับแว่นตาอัจฉริยะ: หากใช้แว่นตาอัจฉริยะถ่ายภาพ จะสามารถขยับข้อมือขึ้นมาเพื่อเช็กภาพถ่าย บนหน้าจอได้ทันที
- ระบบสลับสัญญาณเสียง: สามารถควบคุมความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการปรับเสียง เปลี่ยนเพลง ที่กำลังเล่นอยู่บนหูฟัง หรือลำโพงอัจฉริยะภายในบ้านได้อย่างง่ายดาย ผ่านหน้าปัดนาฬิกา
3. ปลดล็อกความฉลาดขั้นสุดด้วย Gemini Intelligence (มาปลายปีนี้)

นี่คือฟีเจอร์ที่น่าจับตามองที่สุด เพราะในช่วงปลายปีนี้ Wear OS 7 บนอุปกรณ์บางรุ่นจะได้รับการอัปเกรดระบบจัดการด้วย AI อัจฉริยะอย่าง Gemini Intelligence ซึ่งจะยกระดับความสามารถของนาฬิกาใน 3 ด้านหลัก ๆ
- Create My Widget: ผู้ใช้สามารถสร้างวิดเจ็ต (Widget) หรือแดชบอร์ดข้อมูลส่วนตัวบนหน้าปัดนาฬิกาได้เองง่าย ๆ เพียงแค่สั่งการด้วยภาษาธรรมชาติ เช่น การพูดสั่งให้ AI สร้างหน้าต่างแสดงข้อมูลเฉพาะตามที่ต้องการ
- Multi-step App Automation: ระบบสั่งการอัตโนมัติแบบหลายขั้นตอน Gemini สามารถช่วยทำภารกิจที่ซับซ้อนผ่านนาฬิกาได้โดยตรง เช่น สั่งจองจักรยานแถวหน้าสุดในคลาสปั่นจักรยาน หรือกดสั่งเมนูอาหารโปรดจากร้านประจำให้มาส่งที่บ้าน โดย AI จะเข้าไปจัดการในแอปพลิเคชันต่าง ๆ แทน
- Neural Expressive & Personal Intelligence: ระบบ AI จะออกแบบภาษาดีไซน์แบบใหม่ และทำงานเชื่อมโยงกับข้อมูลในแอปพลิเคชันของ Google ที่ใช้งานอยู่ (เช่น Gmail, Google Search) รวมถึงประวัติการแชท เพื่อประมวลผลและให้คำแนะนำที่ตรงใจและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด
4. ประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น แบตเตอรี่อึดขึ้น 10%
แม้ว่าจะมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ และระบบ AI เพิ่มเข้ามา แต่ Google ได้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานในระดับลึกของตัวระบบปฏิบัติการ
ผู้ใช้งานที่อัปเกรดจากระบบ Wear OS 6 ขึ้นมาเป็น Wear OS 7 จะสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขึ้นเฉลี่ยถึง 10% ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
นาฬิการุ่นไหนจะได้อัปเดต Wear OS 7 บ้าง?
ในตอนนี้ Google เริ่มปล่อยอัปเดตให้กับอุปกรณ์กลุ่ม Pixel Watch รุ่นที่เข้าเงื่อนไขแล้ว สำหรับสมาร์ทวอทช์แบรนด์อื่น ๆ ต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตแต่ละราย

7 hours ago
2






English (US) ·