สาวเจ็บปวด "นิ่วในไต" ต้องผ่ากว่า 300 ก้อน ร้องไห้โฮเมื่อรู้เครื่องดื่มต้นเหตุ!

4 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

สาววัย 20 ปี ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า ชอบดื่มชานมแทน สุดท้ายผ่าตัดเจอ "นิ่วในไต" กว่า 300 ก้อน!

อุทาหรณ์สาวไต้หวันวัย 20 ปี ดื่มเครื่องดื่มชงแทนน้ำเปล่าเป็นประจำ ก่อนปวดเอวขวาและมีไข้ แพทย์ตรวจพบไตบวมและนิ่วในไตกว่า 300 ก้อน พร้อมเตือนพฤติกรรมเสี่ยงและอาการที่ต้องรีบพบแพทย์

กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจคนที่ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า เมื่อ หญิงสาววัยเพียง 20 ปีในไต้หวัน ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หลังมีอาการปวดเอวขวาและมีไข้ ก่อนแพทย์ตรวจพบความผิดปกติของไตอย่างรุนแรง และต้องเข้ารับการผ่าตัดนำนิ่วออกจากร่างกายมากกว่า 300 ก้อน

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก คือพฤติกรรมการดื่มน้ำของหญิงสาว ซึ่งไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า แต่กลับนิยมซื้อเครื่องดื่มชงจากร้านมาดื่มแทนเป็นประจำ รวมถึงเครื่องดื่มประเภทชานมและชาใส่น้ำตาล จนเกิดคำถามว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตได้อย่างไร

เหตุการณ์นี้ได้รับการเปิดเผยจากโรงพยาบาลฉีเหม่ย (Chi Mei Medical Center) ในเมืองไถหนาน ประเทศไต้หวัน เมื่อเดือนธันวาคม 2023 โดยแพทย์เจ้าของไข้ได้อธิบายถึงอันตรายของการได้รับน้ำไม่เพียงพอ รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดนิ่วในไต

สาววัย 20 ปี ปวดเอวขวาและมีไข้ ไปโรงพยาบาลถึงรู้ว่าไตมีปัญหา

ตามรายงานของสำนักข่าว Central News Agency (CNA) ของไต้หวัน ผู้ป่วยเป็นหญิงสาววัย 20 ปี ใช้นามสมมติว่า "เสี่ยวอวี้" ซึ่งมีพฤติกรรมไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า และมักเลือกเครื่องดื่มชงที่ซื้อจากร้านมาใช้ทดแทนการดื่มน้ำในชีวิตประจำวัน

กระทั่งวันหนึ่ง เธอเริ่มมีอาการปวดบริเวณเอวด้านขวาร่วมกับมีไข้ จึงเดินทางไปยังแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลฉีเหม่ยเพื่อรับการตรวจรักษา

ในตอนแรกอาการปวดเอวอาจดูคล้ายปัญหากล้ามเนื้อหรือกระดูกทั่วไป แต่เมื่อแพทย์ตรวจร่างกายด้วยอัลตราซาวนด์ กลับพบว่าไตข้างขวามีภาวะบวมน้ำอย่างรุนแรงและมีนิ่วอยู่ภายใน

นอกจากนี้ ผลตรวจเลือดยังพบว่าผู้ป่วยมีระดับเม็ดเลือดขาวสูง ซึ่งอาจสัมพันธ์กับภาวะติดเชื้อหรือการอักเสบ ทำให้ทีมแพทย์ต้องตรวจเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน

แพทย์สแกน CT ถึงกับพบว่าไตขวาเต็มไปด้วยนิ่วจำนวนมาก

หลังพบความผิดปกติ แพทย์จึงส่งผู้ป่วยเข้ารับการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan เพื่อประเมินตำแหน่งและขนาดของนิ่วอย่างละเอียด

ผลตรวจพบว่า บริเวณกรวยไตข้างขวาของหญิงสาวมีนิ่วจำนวนมาก โดยแต่ละก้อนมีขนาดประมาณ 0.5–2 เซนติเมตร และมีนิ่วกระจายอยู่ภายในจนเกิดความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ

พญ.หรือ นพ.หลินไฉหยาง (林才揚) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะของโรงพยาบาลฉีเหม่ย ระบุว่า ผู้ป่วยมีทั้งภาวะไตบวมน้ำและการติดเชื้อ จึงจำเป็นต้องควบคุมการติดเชื้อก่อนจัดการนิ่วจำนวนมากที่อยู่ภายในไต

ทีมแพทย์เริ่มรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ และใส่สายระบายน้ำปัสสาวะผ่านผิวหนังเข้าสู่ไต เพื่อลดการคั่งของปัสสาวะและช่วยควบคุมภาวะติดเชื้อ ก่อนดำเนินการรักษานิ่วในขั้นต่อไป

ผ่าตัดนำนิ่วออกกว่า 300 ก้อน แพทย์เผยมีลักษณะคล้ายซาลาเปาลูกเล็ก

หลังจากควบคุมอาการติดเชื้อ แพทย์ได้วางแผนรักษาด้วยวิธีผ่าตัดนำก้อนนิ่วออกจากไตผ่านทางผิวหนัง หรือ Percutaneous Nephrolithotomy (PCNL) ซึ่งเป็นการผ่าตัดแผลเล็กที่ใช้เครื่องมือเข้าไปจัดการนิ่วโดยตรง

ผลการรักษาปรากฏว่า ทีมแพทย์สามารถนำนิ่วออกมาได้มากกว่า 300 ก้อน โดยก้อนนิ่วมีขนาดแตกต่างกัน และบางก้อนมีรูปร่างกลมมนคล้ายซาลาเปาลูกเล็ก ๆ ตามที่แพทย์เปรียบเทียบไว้

จำนวนของนิ่วที่พบในผู้ป่วยรายนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะผู้ป่วยมีอายุเพียง 20 ปี แต่กลับมีนิ่วสะสมอยู่ในไตจำนวนมากจนเกิดอาการรุนแรงและต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล

ภายหลังการผ่าตัด อาการของหญิงสาวค่อย ๆ ดีขึ้นและอยู่ในเกณฑ์คงที่ แพทย์เฝ้าสังเกตอาการต่ออีกหลายวันก่อนอนุญาตให้กลับบ้าน โดยยังต้องติดตามการรักษาและประเมินสุขภาพไตอย่างต่อเนื่อง

ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า ชอบดื่มชานมแทน เกี่ยวข้องกับนิ่วในไตอย่างไร?

สิ่งที่แพทย์ให้ความสำคัญหลังสอบถามประวัติผู้ป่วย คือพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มในชีวิตประจำวัน โดยหญิงสาวยอมรับว่าไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า และมักใช้เครื่องดื่มชงสำเร็จจากร้านแทนการดื่มน้ำ

พฤติกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในประเด็นที่แพทย์นำมาเตือนประชาชน เพราะการได้รับของเหลวไม่เพียงพออาจทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงขึ้น ส่งผลให้สารบางชนิดในปัสสาวะมีโอกาสรวมตัวและตกผลึกจนกลายเป็นนิ่วได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถสรุปได้ว่าการดื่มชานมเพียงอย่างเดียวเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้หญิงสาวมีนิ่วในไตกว่า 300 ก้อน เพราะการเกิดนิ่วในไตเป็นภาวะที่มีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน ทั้งปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับ อาหาร พันธุกรรม ความผิดปกติของระบบเผาผลาญ และโครงสร้างของไต

นอกจากนี้ เครื่องดื่มต่าง ๆ แม้จะช่วยให้ร่างกายได้รับของเหลว แต่การเลือกเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเป็นประจำอาจทำให้ได้รับพลังงานและน้ำตาลเกินความจำเป็น จึงควรเลือกน้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มหลักในการดูแลสุขภาพ

2 พฤติกรรมการดื่มน้ำที่อาจเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไต

จากกรณีของหญิงสาววัย 20 ปี แพทย์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดื่มน้ำและการดูแลสุขภาพทางเดินปัสสาวะ โดยมีพฤติกรรมที่ควรระมัดระวังดังนี้

1. ดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

การดื่มน้ำไม่เพียงพอเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต เพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำ ปริมาณปัสสาวะจะลดลงและมีความเข้มข้นมากขึ้น

เมื่อสารต่าง ๆ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต หรือกรดยูริกอยู่ในปัสสาวะที่เข้มข้น ก็อาจเกิดการตกผลึกและรวมตัวเป็นก้อนนิ่วได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อากาศร้อนหรือเสียเหงื่อมากจากการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรใส่ใจการดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพราะร่างกายอาจสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ

2. ใช้เครื่องดื่มหวานแทนน้ำเปล่าเป็นประจำ

เครื่องดื่มชงสำเร็จ เช่น ชานม ชาผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลจำนวนมาก อาจเป็นตัวเลือกที่หลายคนชอบเพราะมีรสชาติอร่อยและดื่มง่าย

อย่างไรก็ตาม หากใช้เครื่องดื่มเหล่านี้แทนน้ำเปล่าตลอดทั้งวัน ก็อาจทำให้บริโภคน้ำตาลและพลังงานมากเกินไป อีกทั้งบางคนอาจไม่ได้รับของเหลวในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

จึงควรดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก และจำกัดเครื่องดื่มหวานตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องงดชานมหรือเครื่องดื่มที่ชื่นชอบทั้งหมด หากไม่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพเฉพาะบุคคล

7 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดนิ่วในไต ไม่ใช่แค่ดื่มน้ำน้อย

แพทย์หลินไฉหยางอธิบายว่า การเกิดนิ่วในไตไม่ได้มีสาเหตุเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพร่างกายและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งสามารถสรุปได้เป็น 7 ประเด็นสำคัญ

  • 1. ดื่มน้ำไม่เพียงพอ: ทำให้ปัสสาวะเข้มข้นและเพิ่มโอกาสที่สารต่าง ๆ จะตกผลึก
  • 2. อาหารบางประเภท: การบริโภคโซเดียมสูง โปรตีนจากสัตว์มากเกินไป หรืออาหารที่มีออกซาเลตสูงในผู้ที่มีความเสี่ยง อาจมีส่วนเพิ่มโอกาสเกิดนิ่วบางชนิด
  • 3. พันธุกรรม: ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นนิ่วในไต อาจมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป
  • 4. ความผิดปกติของระบบเผาผลาญ: เช่น มีแคลเซียม กรดยูริก หรือสารบางชนิดในปัสสาวะสูงผิดปกติ
  • 5. โรคประจำตัวบางชนิด: เช่น โรคเกาต์ หรือโรคที่มีผลต่อการดูดซึมและขับสารต่าง ๆ ของร่างกาย
  • 6. ความเป็นกรดหรือด่างของปัสสาวะผิดปกติ: อาจเอื้อต่อการเกิดนิ่วบางประเภท
  • 7. ความผิดปกติของโครงสร้างระบบทางเดินปัสสาวะ: เช่น ภาวะอุดกั้นหรือความผิดปกติที่ทำให้ปัสสาวะระบายได้ไม่สะดวก

ทั้งนี้ ไม่ควรเข้าใจว่าการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมตามปกติจะทำให้เกิดนิ่วในไตเสมอไป เพราะสำหรับนิ่วบางประเภท การได้รับแคลเซียมจากอาหารในปริมาณเหมาะสมอาจช่วยลดการดูดซึมออกซาเลตได้

ส่วนการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมหรือการจำกัดอาหารเฉพาะชนิด ควรพิจารณาตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดนิ่ว ประวัติสุขภาพ และปัจจัยเฉพาะบุคคล

สัญญาณเตือนนิ่วในไต อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์?

นิ่วในไตบางรายอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก โดยเฉพาะนิ่วขนาดเล็กที่ยังไม่ทำให้เกิดการอุดกั้น แต่หากก้อนนิ่วเคลื่อนตัวไปในระบบทางเดินปัสสาวะหรือเกิดการอุดตัน ผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงได้

ข้อมูลจากสถาบันโรคเบาหวาน ระบบทางเดินอาหารและโรคไตแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIDDK) ระบุว่า อาการที่ควรสังเกต ได้แก่

  • ปวดเอวหรือสีข้างอย่างรุนแรง: อาจปวดเป็นระยะหรือปวดร้าวไปยังท้องน้อยและขาหนีบ
  • ปัสสาวะมีเลือดปน: อาจมีสีชมพู แดง หรือน้ำตาล
  • ปัสสาวะแสบขัด: รู้สึกเจ็บหรือแสบขณะปัสสาวะ
  • ปัสสาวะบ่อยหรือผิดปกติ: รู้สึกอยากปัสสาวะตลอดเวลา หรือมีปัสสาวะออกน้อย
  • คลื่นไส้และอาเจียน: อาจเกิดร่วมกับอาการปวดนิ่วอย่างรุนแรง
  • มีไข้และหนาวสั่น: อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย
  • ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นผิดปกติ: อาจพบในผู้ที่มีการติดเชื้อร่วมด้วย

ข้อควรระวัง: หากมีอาการปวดเอวหรือสีข้างร่วมกับไข้ หนาวสั่น อาเจียนมาก หรือปัสสาวะไม่ออก ควรไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของนิ่วอุดกั้นร่วมกับการติดเชื้อ ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ป้องกันนิ่วในไตอย่างไร? แพทย์แนะนำให้เริ่มจากการดื่มน้ำ

สำหรับผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต การปรับพฤติกรรมการดื่มน้ำและการรับประทานอาหารถือเป็นแนวทางพื้นฐานที่สำคัญ โดยสามารถเริ่มต้นได้จากการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน

1. ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน

ควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอตามสภาพร่างกายและกิจกรรมที่ทำ โดยผู้ใหญ่ทั่วไปอาจเริ่มจากการดื่มน้ำเป็นระยะตลอดวัน และปรับเพิ่มเมื่อมีการเสียเหงื่อมากหรืออยู่ในสภาพอากาศร้อน

ผู้ที่มีประวัตินิ่วในไตอาจได้รับคำแนะนำให้เพิ่มปริมาณน้ำเพื่อให้ปัสสาวะเจือจาง แต่ปริมาณน้ำที่เหมาะสมควรพิจารณาตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตหรือโรคหัวใจที่จำเป็นต้องจำกัดน้ำ

2. ลดอาหารเค็มจัดและเครื่องดื่มหวาน

การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วบางชนิด โดยเฉพาะนิ่วแคลเซียม จึงควรลดการเติมเกลือ น้ำปลา และเครื่องปรุงรสเค็มเกินความจำเป็น

ในส่วนของเครื่องดื่ม ควรเลือกน้ำเปล่าเป็นหลัก และลดความถี่ในการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เพื่อช่วยควบคุมการได้รับน้ำตาลและพลังงานในแต่ละวัน

3. รับประทานโปรตีนจากสัตว์ในปริมาณเหมาะสม

การบริโภคโปรตีนจากสัตว์มากเกินไปอาจส่งผลต่อสารบางชนิดในปัสสาวะ และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดนิ่วบางประเภทในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

จึงควรรับประทานอาหารให้สมดุล และหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ในปริมาณมากเกินความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องงดโปรตีนทั้งหมด

4. ไม่ควรงดแคลเซียมเองโดยไม่มีคำแนะนำ

แม้นิ่วในไตหลายชนิดจะมีส่วนประกอบของแคลเซียม แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เป็นนิ่วทุกคนจะต้องงดอาหารที่มีแคลเซียม เพราะแคลเซียมจากอาหารในปริมาณเหมาะสมมีส่วนช่วยลดการดูดซึมออกซาเลตในลำไส้ได้

การจำกัดแคลเซียมหรือรับประทานอาหารเสริมควรพิจารณาตามชนิดนิ่วและคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

5. ตรวจติดตามหลังรักษา เพราะนิ่วอาจกลับมาเป็นซ้ำ

สำหรับผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต แม้จะได้รับการรักษาแล้วก็ยังควรติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ เพราะนิ่วมีโอกาสกลับมาเกิดซ้ำได้ โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีปัจจัยเสี่ยงเดิม

แพทย์หลินไฉหยางระบุว่า จากข้อมูลที่ใช้อ้างอิงในไต้หวัน ผู้ป่วยนิ่วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำภายใน 5 ปีประมาณหนึ่งในสาม จึงไม่ควรละเลยการตรวจติดตามและการปรับพฤติกรรมหลังการรักษา

สรุป สาววัย 20 ปี ผ่าตัดนิ่วในไตกว่า 300 ก้อน เกิดจากอะไร?

กรณีหญิงสาววัย 20 ปีในไต้หวันที่ได้รับการผ่าตัดนำนิ่วในไตออกมากกว่า 300 ก้อน เป็นเหตุการณ์จริงที่โรงพยาบาลฉีเหม่ยเปิดเผยเมื่อเดือนธันวาคม 2023 โดยผู้ป่วยมีอาการปวดเอวขวาร่วมกับไข้ และตรวจพบไตบวมน้ำอย่างรุนแรง ก่อนเข้ารับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ การระบายปัสสาวะจากไต และการผ่าตัดนำก้อนนิ่วออก

ผู้ป่วยมีพฤติกรรมไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า และมักใช้เครื่องดื่มชงจากร้านแทนน้ำเป็นประจำ ซึ่งแพทย์นำมาเป็นตัวอย่างเพื่อเตือนเรื่องการได้รับน้ำไม่เพียงพอและความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต

อย่างไรก็ตาม นิ่วในไตไม่ได้เกิดจากชานมไข่มุกเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายประการ ทั้งอาหาร พันธุกรรม ความผิดปกติของระบบเผาผลาญ และปริมาณน้ำที่ได้รับในแต่ละวัน

ดังนั้น การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ รับประทานอาหารอย่างสมดุล และไม่ละเลยอาการผิดปกติ เช่น ปวดเอวรุนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีไข้ร่วมกับอาการปวดสีข้าง จึงเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพไตและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน

 

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. Central News Agency (CNA) ไต้หวัน - รายงานกรณีหญิงวัย 20 ปี ผ่าตัดนิ่วในไตกว่า 300 ก้อน วันที่ 8 ธันวาคม 2023
  2. TVBS News - รายละเอียดการตรวจรักษาและคำอธิบายจากโรงพยาบาลฉีเหม่ย
  3. Mirror Media - รายงานกรณีผู้ป่วยไต้หวันและการรักษานิ่วในไต
  4. NIDDK - อาการและสาเหตุของนิ่วในไต
  5. NIDDK - แนวทางด้านอาหารและโภชนาการสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงนิ่วในไต
Read Entire Article