แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต เตือน 10 พฤติกรรมก่อนนอนเสี่ยงทำร้ายไต อันดับ 1 หลายคนทำเป็นประจำ
หลังจากผ่านวันอันเหน็ดเหนื่อย ก่อนนอนคุณมักจะทำอะไร? ไถโทรศัพท์ ดูซีรีส์ กินของยิ้มยามดึก หรือกินยาแก้ปวดแล้วเข้านอน? นพ.หง หย่งเสียง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต จากไต้หวัน ได้ออกมาเตือนว่า ในทางคลินิก ไตไม่ได้เสื่อมลงอย่างกะทันหัน แต่เกิดจากการสะสมของพฤติกรรมแย่ๆ ในชีวิตประจำวัน จนทำให้ไตต้องรับภาระหนักเกินไปอย่างยาวนาน
คุณหมอได้ทำการจัดอันดับ "10 พฤติกรรมทำลายไตก่อนนอน" ซึ่งอันดับที่ 1 เป็นสิ่งที่หลายคนทำเป็นประจำทุกวัน หากไม่รีบปรับเปลี่ยน อาจส่งผลให้ฟังก์ชั่นการทำงานของไตเสื่อมเร็วกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว
เคสตัวอย่างจากคุณหมอระบุถึง ชายวัย 45 ปี ผู้บริหารบริษัทไอทีที่ต้องเผชิญกับความเครียด เขาติดนิสัยไถโทรศัพท์ทำงานก่อนนอน ดื่มวิสกี้แกล้มไก่ทอดเป็นอาหารดึกเพื่อคลายเครียด และเมื่อมีอาการปวดหัวก็จะหยิบยาแก้ปวดมากินเอง จนกระทั่งตรวจสุขภาพพบว่าค่าการทำงานของไต (eGFR) ลดลงอย่างน่าตกใจ และมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ จึงได้รู้ว่าไตเริ่มมีปัญหาขั้นรุนแรงแล้ว
จัดอันดับ 10 พฤติกรรมทำลายไตก่อนนอน
อันดับ 10: จุดเทียนหอมหรือกำยานในห้องปิดสนิท
การเผาไหม้ของผลิตภัณฑ์หอมระเหยด้อยคุณภาพ อาจก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 และสารระเหยง่าย (VOCs) การสูดดมเป็นเวลานานจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและส่งผลกระทบต่อไต แนะนำให้เปิดห้องให้ระบายอากาศได้ดี
อันดับ 9: ปวดปัสสาวะแล้วอั้นไว้จนหลับ
การอั้นปัสสาวะทำให้กระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ และเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หากเชื้อโรคย้อนขึ้นไปยังไต อาจก่อให้เกิดกรวยไตอักเสบเฉียบพลันได้
อันดับ 8: เปิดแอร์เย็นจัดจนสภาพแวดล้อมหนาวเกินไป
อุณหภูมิที่ต่ำเกินไปจะกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ทำให้หลอดเลือดหดตัว ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วคราว และรบกวนการนอนหลับลึก ซึ่งส่งผลเสียต่อการควบคุมความดันและระบบเผาผลาญในระยะยาว ควรปรับแอร์ให้อยู่ในช่วง 24–26°C
อันดับ 7: อาบน้ำเย็นก่อนนอน
น้ำเย็นจะกระตุ้นระบบประสาทอย่างรวดเร็ว ทำให้หลอดเลือดหดตัวและหัวใจเต้นเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือผู้ที่เพิ่งเสียเหงื่อมาก การอาบน้ำเย็นทันทีจะเพิ่มภาระให้ร่างกายอย่างหนัก ควรเลือกอาบน้ำอุ่นเพื่อผ่อนคลายจะดีกว่า
อันดับ 6: ออกกำลังกายหนักแต่ไม่ดื่มน้ำชดเชย
การออกกำลังกายหนักก่อนนอนร่วมกับการเสียเหงื่อมาก อาจเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย (Rhabdomyolysis) สารไมโอโกลบินที่ปล่อยออกมาจะไปอุดตันท่อไต นำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันได้
อันดับ 5: เล่นโทรศัพท์/แท็บเล็ตจนถ่วงเวลานอน
แสงสีฟ้าจากหน้าจอจะยับยั้งการหลั่งเมลาโทนิน ทำให้นอนหลับยาก การอดนอนเรื้อรังส่งผลให้ความดันโลหิตในตอนกลางคืนไม่ลดลงตามปกติ ซึ่งความดันสูงคือปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้ไตเสื่อม
iStockphoto
อันดับ 4: กระดกน้ำเปล่าปริมาณมาก หรือดื่มชาเข้ม/กาแฟก่อนนอน
การดื่มน้ำควรแบ่งดื่มระหว่างวัน การดื่มน้ำปริมาณมากก่อนนอนจะทำให้ตื่นมาปัสสาวะกลางดึก รบกวนการนอนหลับ ส่วนชาและกาแฟมีคาเฟอีนกระตุ้นประสาท หากรู้สึกคอแห้งก่อนนอน ให้จิบน้ำเพียงเล็กน้อยก็พอ
อันดับ 3: กินอาหารดึกรสจัดหรือโซเดียมสูง (เช่น ไก่ทอด, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป)
มื้อดึกที่มีโซเดียมสูงจะทำให้ร่างกายอุ้มน้ำ ส่งผลให้ความดันโลหิตและดันในหลอดเลือดฝอยของไตสูงขึ้น เร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น อาการตื่นมาแล้วหน้าบวมตัวบวมคือสัญญาณเตือนของสมดุลน้ำและโซเดียมที่ผิดปกติ
อันดับ 2: ดื่มแอลกอฮอล์เพื่อให้หลับง่ายขึ้น
แม้แอลกอฮอล์จะช่วยให้หลับไวขึ้นในตอนแรก แต่จะทำลายโครงสร้างการนอนหลับในครึ่งหลังของคืน ทำให้ปัสสาวะบ่อย และการดื่มเรื้อรังยังนำไปสู่ความดันสูง โรคเกาต์ และกลุ่มอาการเมแทบอลิก ซึ่งทำร้ายไตหลายต่อ
อันดับ 1: ซื้อยากลุ่มแก้ปวดอักเสบ (NSAIDs) กินเองก่อนนอน
ถือเป็นพฤติกรรมที่หมอไตเจอบ่อยและอันตรายที่สุด หลายคนมีอาการปวดหัว ปวดเมื่อย มักซื้อยาแก้ปวดกินเองก่อนนอน ยาในกลุ่ม NSAIDs จะทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตหดตัว เลือดไปเลี้ยงไตลดลงอย่างรวดเร็ว หากมีภาวะขาดน้ำ หรือเป็นผู้สูงอายุ/ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังอยู่แล้ว อาจกระตุ้นให้เกิด ไตวายเฉียบพลัน ได้ทันที
นพ.หง หย่งเสียง ทิ้งท้ายว่า การคุ้มครองไตไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินแพงๆ ซื้ออาหารเสริม แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่รายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน: "เค็มน้อยลงหน่อย ดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง ไม่กินยาแก้ปวดพุ่มพ่าม และนอนหลับให้เป็นเวลา" เพียงเริ่มปรับเปลี่ยนตั้งแต่คืนนี้ ก็ถือเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพไตที่ดีที่สุดแล้ว

11 hours ago
3







English (US) ·