กลัวไตพังจึงกินยาความดันไม่สม่ำเสมอ หมอเล่าเคสคนไข้ล้มฉับพลัน พบเลือดออกในสมอง เตือนอย่ารอให้มีอาการ
ความเชื่อว่า “กินยาทุกวันแล้วจะเป็นโรคไต” ทำให้ผู้ป่วยบางคนเลือกกินยาความดันบ้าง หยุดบ้าง หรือรอให้รู้สึกผิดปกติก่อนจึงค่อยกิน ล่าสุด เพจ เรียนหมอ by หมอแกว หมอแนต เล่ากรณีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่รับประทานยาไม่สม่ำเสมอ ก่อนเกิดภาวะเลือดออกในสมอง พร้อมอธิบายว่า การปล่อยให้โรคควบคุมไม่ได้ต่างหากที่อาจทำลายไตและอวัยวะสำคัญ
กินยาบ้าง หยุดบ้าง เพราะคิดว่าไม่มีอาการก็ไม่ต้องกิน
วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เพจดังกล่าวเผยเรื่องราวผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูง แต่รับประทานยาไม่ต่อเนื่อง เพราะกังวลว่าการกินยามากจะทำให้เป็นโรคไต และมองว่าเมื่อไม่มีอาการก็ไม่จำเป็นต้องกินยา ตามความเชื่อว่ากินยาเยอะทำให้ไตพัง และผู้ป่วยยังดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ก่อนเกิดภาวะหลอดเลือดสมองแตก
แพทย์ยังเปรียบอาการรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันว่าเหมือนร่างกายถูก “ปิดสวิตช์” จนล้มลงทันที ซึ่งภาวะเลือดออกในสมองนี้อาจเป็นอันตรายถึงแก่เสียชีวิต หรือบางรายก็ทำให้เกิดความพิการและต้องพึ่งพาผู้อื่นระยะยาว หรือที่เรียกว่าผู้ป่วยติดเตียง

ความดันสูงอาจไม่แสดงอาการ แต่ยังทำร้ายหลอดเลือด
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจำนวนมากไม่รู้สึกถึงอาการผิดปกติ การรู้สึกสบายดีจึงไม่ได้ยืนยันว่าความดันอยู่ในระดับที่เหมาะสม หากควบคุมไม่ได้ ความดันสูงอาจทำลายหลอดเลือดและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และไตเสียหายได้
ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่แพทย์สั่งยาความดันจึงควรรับประทานตามแผนการรักษา ไม่ใช้ความรู้สึกเป็นตัวตัดสินว่าจะกินหรือหยุดยา ควบคู่กับการวัดความดันอย่างสม่ำเสมอและไปพบแพทย์ตามนัด หากต้องการลดหรือหยุดยา ควรให้แพทย์ประเมินจากค่าความดันและสุขภาพโดยรวมก่อน
กินยาความดันทำให้ไตพังจริงหรือไม่?
ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้สามารถทำลายหลอดเลือดในไต จนกระทบความสามารถในการกรองของเสีย การรักษาความดันจึงเป็นส่วนสำคัญในการปกป้องไต ข้อมูลจากสถาบันโรคเบาหวาน ระบบทางเดินอาหาร และโรคไตแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NIDDK ระบุว่า ยาความดันบางกลุ่ม เช่น ACE inhibitors และ ARBs ยังช่วยชะลอการเสื่อมของไตในผู้ป่วยที่เหมาะสมได้
ทั้งนี้ การใช้ยาต้องเหมาะกับสุขภาพของแต่ละคน และยาบางชนิดจำเป็นต้องติดตามค่าการทำงานของไตหรือระดับเกลือแร่ แพทย์จึงอาจนัดตรวจเลือดและปรับยาตามผลตรวจ หากกังวลเรื่องไตหรือมีอาการหลังรับประทานยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อปรับการรักษาอย่างปลอดภัย แทนการหยุดยาเอง
อาการแบบไหนต้องรีบขอความช่วยเหลือ?
โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะฉุกเฉิน อาการอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ได้เหมือนกันทุกราย สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่
- หน้าเบี้ยว หรือแขนขาอ่อนแรง ชา โดยเฉพาะข้างใดข้างหนึ่งอย่างฉับพลัน
- พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือฟังคำพูดไม่เข้าใจทันที
- มองเห็นผิดปกติ เดินเซ หรือเสียการทรงตัวอย่างกะทันหัน
- ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ
หากมีอาการเหล่านี้ ควรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที ไม่รอดูว่าอาการจะหายเองหรือไม่ และจดจำเวลาที่เริ่มมีอาการไว้แจ้งทีมรักษา การได้รับการประเมินอย่างรวดเร็วมีความสำคัญต่อโอกาสรอดชีวิตและการลดความพิการ
ป้องกันภาวะแทรกซ้อน เริ่มจากควบคุมโรคให้ต่อเนื่อง
นอกจากรับประทานยาตามแพทย์สั่ง ผู้ป่วยควรลดอาหารเค็ม งดสูบบุหรี่ ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับสุขภาพ หัวใจสำคัญคือ อย่ารอให้มีอาการแล้วจึงดูแลความดัน หากกลัวว่ายาจะกระทบไต ควรนำข้อกังวลไปปรึกษาทีมรักษา เพราะการควบคุมความดันอย่างเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงต่อทั้งสมอง หัวใจ และไตได้

13 hours ago
1





English (US) ·