หม้อทอดไร้น้ำมัน vs เตาแก๊ส แบบไหนรักษาสารอาหารได้ดีกว่า? นักโภชนาการมีคำตอบ
หม้อทอดไร้น้ำมันกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ายอดฮิตในหลายบ้าน เพราะช่วยทำให้อาหารกรอบน่ากินโดยใช้น้ำมันน้อยกว่าเดิมมาก ขณะที่เตาแก๊สยังเป็นอุปกรณ์คู่ครัวที่ใช้ได้สารพัดวิธี ทั้งต้ม ผัด นึ่ง ทอด และตุ๋น จึงทำให้หลายคนสงสัยว่า ถ้ามองในแง่คุณค่าทางโภชนาการ หม้อทอดไร้น้ำมันดีกว่าเตาแก๊สจริงหรือไม่
คำตอบคือ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว เพราะการคงคุณค่าทางอาหารขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งชนิดของอาหาร สารอาหารที่ต้องการรักษา วิธีปรุง อุณหภูมิ และระยะเวลาที่ใช้ความร้อน หากปรุงนานเกินไปหรือใช้ไฟแรงจนไหม้ ไม่ว่าจะเป็นหม้อทอดไร้น้ำมันหรือเตาแก๊ส ก็อาจทำให้สารอาหารบางส่วนลดลงได้เช่นกัน
พูดง่าย ๆ คือ หม้อทอดไร้น้ำมันมีข้อดีเรื่องใช้น้ำมันน้อย ส่วนเตาแก๊สมีข้อดีเรื่องความยืดหยุ่นในการเลือกวิธีปรุง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเลือกวิธีทำอาหารให้เหมาะกับวัตถุดิบแต่ละชนิด
หม้อทอดไร้น้ำมันดีอย่างไร?
ข้อดีที่ชัดเจนของหม้อทอดไร้น้ำมันคือ ทำให้อาหารมีผิวกรอบคล้ายอาหารทอด แต่ใช้น้ำมันน้อยกว่าการทอดแบบน้ำมันท่วมมาก จึงช่วยลดปริมาณไขมันและพลังงานโดยรวมของอาหารได้ เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมปริมาณน้ำมัน หรืออยากกินเมนูกรอบ ๆ ในรูปแบบที่เบาขึ้น
หม้อทอดไร้น้ำมันทำงานด้วยลมร้อนที่หมุนเวียนรอบอาหาร จึงช่วยให้ผิวอาหารแห้งและกรอบโดยไม่ต้องจุ่มลงในน้ำมันจำนวนมาก เมนูที่เหมาะ เช่น ไก่ ผักอบ มันฝรั่ง เต้าหู้ ปลา หรืออาหารที่ต้องการผิวกรอบด้านนอก
อย่างไรก็ตาม “ไขมัน” ไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้ายเสมอไป เพราะไขมันดี เช่น ไขมันไม่อิ่มตัวจากน้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่ว หรือปลา ยังจำเป็นต่อร่างกาย และช่วยดูดซึมวิตามินบางชนิดได้ดีขึ้น ดังนั้นเป้าหมายจึงไม่ใช่การตัดไขมันออกทั้งหมด แต่คือการใช้น้ำมันอย่างเหมาะสม

หม้อทอดไร้น้ำมันรักษาสารอาหารได้มากกว่าจริงไหม?
งานวิจัยบางส่วนพบว่า หม้อทอดไร้น้ำมันอาจช่วยคงสารต้านอนุมูลอิสระในผักบางชนิดได้ดี โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการปรุงที่ใช้น้ำมากหรือใช้เวลานาน เช่น การต้มผักนาน ๆ ซึ่งอาจทำให้วิตามินที่ละลายในน้ำสูญเสียไปกับน้ำต้ม
แต่ไม่ได้หมายความว่าอาหารทุกชนิดเมื่อเข้าหม้อทอดไร้น้ำมันแล้วจะมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าเสมอไป เพราะหากใช้ไฟแรงเกินไป ปรุงนานเกินไป หรือปล่อยให้อาหารไหม้เกรียม ก็อาจทำให้สารอาหารบางส่วนลดลง และทำให้อาหารแห้งหรือแข็งเกินควรได้
ดังนั้น หม้อทอดไร้น้ำมันถือเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการลดน้ำมันและทำอาหารให้สะดวกขึ้น แต่ยังต้องเลือกอุณหภูมิและเวลาให้เหมาะสมกับอาหารแต่ละประเภท
เตาแก๊สยังมีข้อดี เพราะเลือกวิธีปรุงได้หลากหลาย
หลายคนอาจคิดว่าเตาแก๊สทำให้สารอาหารสูญเสียมากกว่า แต่ความจริงไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น เพราะเตาแก๊สสามารถใช้วิธีปรุงได้หลายแบบ เช่น นึ่ง ต้ม ผัดเร็ว ตุ๋น หรือทอด ซึ่งแต่ละวิธีมีผลต่อสารอาหารไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น การนึ่งมักช่วยรักษาวิตามินซีได้ดีกว่าการต้ม เพราะอาหารไม่ได้สัมผัสน้ำโดยตรงนานเกินไป ส่วนการผัดเร็วด้วยน้ำมันเล็กน้อย อาจช่วยคงรสชาติ สี และเนื้อสัมผัสของผักไว้ได้ดี หากไม่ใช้ไฟแรงหรือผัดนานจนเกินไป
ในทางกลับกัน การต้มอาหารเป็นเวลานาน โดยเฉพาะผักที่มีวิตามินละลายน้ำ เช่น วิตามินซีและวิตามินบี อาจทำให้สารอาหารบางส่วนละลายออกไปในน้ำต้ม แต่ถ้านำน้ำนั้นไปทำซุปหรือตุ๋นต่อ สารอาหารบางส่วนก็ยังถูกนำกลับมากินได้ ไม่ได้ถูกทิ้งไปทั้งหมด

ความร้อนไม่ได้ทำลายสารอาหารเสมอไป
แม้ความร้อนจะทำให้วิตามินบางชนิดลดลงได้ โดยเฉพาะวิตามินที่ไวต่อความร้อนและละลายในน้ำ แต่สารอาหารบางชนิดกลับดูดซึมได้ดีขึ้นหลังผ่านความร้อน เช่น ไลโคปีนในมะเขือเทศ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายนำไปใช้ได้ดีขึ้นเมื่อมะเขือเทศถูกปรุงสุก
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมะเขือเทศสดและมะเขือเทศปรุงสุกจึงมีข้อดีต่างกัน มะเขือเทศสดให้วิตามินซีและความสดชื่น ขณะที่มะเขือเทศปรุงสุก เช่น ซอสมะเขือเทศหรือมะเขือเทศผัด อาจช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกินร่วมกับไขมันดีในปริมาณเหมาะสม
ดังนั้น การตัดสินว่าอาหารสดหรืออาหารปรุงสุกดีกว่ากัน ต้องดูว่าสารอาหารชนิดใดเป็นเป้าหมาย และใช้วิธีปรุงอย่างไร ไม่ใช่สรุปว่าความร้อนทำให้อาหารเสียคุณค่าเสมอไป
ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ เวลาและอุณหภูมิ
ไม่ว่าจะใช้หม้อทอดไร้น้ำมันหรือเตาแก๊ส สิ่งที่ควรระวังคือการปรุงอาหารนานเกินไป ใช้ไฟแรงเกินไป หรือทำให้อาหารไหม้เกรียม เพราะความร้อนสูงและระยะเวลานานอาจทำให้วิตามินบางชนิดลดลง รวมถึงทำให้เนื้อสัมผัสและรสชาติของอาหารเปลี่ยนไป
สำหรับผัก วิธีที่มักช่วยรักษาสารอาหารได้ดีคือการนึ่ง ใช้ไมโครเวฟในเวลาสั้น ๆ ผัดเร็ว หรือใช้หม้อทอดไร้น้ำมันในอุณหภูมิพอเหมาะ ส่วนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ควรเน้นทำให้สุกอย่างปลอดภัย แต่ไม่ควรปรุงจนแห้งแข็งหรือไหม้
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือปริมาณน้ำมัน หากใช้เตาแก๊สแต่ผัดด้วยน้ำมันน้อยและใช้เวลาสั้น ๆ ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีได้เช่นกัน ในทางกลับกัน หากใช้หม้อทอดไร้น้ำมันแต่ใส่น้ำมันเยอะ หรือเลือกอาหารแปรรูปไขมันสูงบ่อย ๆ ก็อาจไม่ได้ดีต่อสุขภาพอย่างที่คิด
หม้อทอดไร้น้ำมันหรือเตาแก๊ส แบบไหนควรเลือก?
หากต้องการลดน้ำมันจากเมนูทอด หม้อทอดไร้น้ำมันเป็นตัวช่วยที่น่าสนใจ เพราะทำให้อาหารกรอบได้โดยใช้น้ำมันน้อยกว่าเดิม เหมาะกับคนที่อยากลดอาหารทอดน้ำมันท่วม หรืออยากทำอาหารง่าย ๆ ในปริมาณไม่มาก
แต่หากต้องการความหลากหลายในการทำอาหาร เตาแก๊สยังมีข้อดีมาก เพราะสามารถเลือกวิธีปรุงได้ตามวัตถุดิบ เช่น นึ่งปลา ต้มซุป ผัดผักเร็ว ๆ หรือตุ๋นอาหารให้นุ่ม ซึ่งทั้งหมดนี้ยังสามารถเป็นเมนูที่ดีต่อสุขภาพได้ หากควบคุมน้ำมัน เกลือ น้ำตาล และเวลาในการปรุง
สรุปคือ ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อหม้อทอดไร้น้ำมันเพียงเพราะคิดว่าจะรักษาสารอาหารได้ดีกว่าเสมอไป หากเตาแก๊สที่บ้านยังช่วยให้ทำอาหารสดใหม่ กินผักมากขึ้น และควบคุมเครื่องปรุงได้ ก็ถือว่าเป็นวิธีทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้เช่นกัน
วิธีปรุงอาหารให้ได้คุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการปรุงนานเกินไป โดยเฉพาะผักใบเขียวและผักที่มีวิตามินซีสูง
- ใช้ไฟและอุณหภูมิพอเหมาะ ไม่ทำให้อาหารไหม้หรือแห้งเกินไป
- เลือกนึ่ง ผัดเร็ว หรืออบลมร้อน แทนการทอดน้ำมันท่วมบ่อย ๆ
- ใช้น้ำมันในปริมาณพอดี และเลือกไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา หรือถั่วเปลือกแข็ง
- กินหลากหลาย ทั้งผักสด ผักสุก โปรตีนดี และคาร์โบไฮเดรตที่มีคุณภาพ
- ทำอาหารกินเองบ่อยขึ้น เพราะช่วยควบคุมวัตถุดิบ น้ำมัน เกลือ และน้ำตาลได้ดีกว่า
สรุป
หม้อทอดไร้น้ำมันมีข้อดีเรื่องใช้น้ำมันน้อย ทำอาหารกรอบได้ง่าย และอาจช่วยคงสารอาหารบางชนิดในอาหารบางประเภทได้ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าเตาแก๊สในทุกกรณี เพราะเตาแก๊สเองก็สามารถใช้วิธีปรุงที่ดีต่อสุขภาพได้ เช่น นึ่ง ต้มซุป ผัดเร็ว หรือปรุงด้วยน้ำมันน้อย
คำตอบที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ “หม้อทอดไร้น้ำมันชนะ” หรือ “เตาแก๊สดีกว่า” แต่คือการเลือกวิธีปรุงให้เหมาะกับอาหารแต่ละชนิด ใช้ความร้อนพอดี ไม่ปรุงนานเกินไป และทำอาหารกินเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะทั้งหมดนี้มีผลต่อคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าอุปกรณ์ที่ใช้เพียงอย่างเดียว

9 hours ago
1




English (US) ·