อดีตวิศวกรของ Apple เริ่มสนใจเปลี่ยนจาก MacBook มาใช้โน้ตบุ๊ค Windows 11 หลังได้ทดลองสัมผัสเครื่องที่ใช้แพลตฟอร์ม NVIDIA RTX Spark โดยเหตุผลสำคัญไม่ใช่เรื่องความแรงของ CPU หรือระบบปฏิบัติการ แต่เป็นการรองรับ CUDA ซึ่งตอบโจทย์การพัฒนาและรัน AI บนเครื่องได้มากกว่าในบางด้าน
เรื่องนี้มาจาก Ray Fernando อดีตวิศวกรของ Apple ที่ได้รับเครื่อง Microsoft Surface Laptop Ultra ซึ่งใช้แพลตฟอร์ม NVIDIA RTX Spark มาทดลองใช้งาน โดยเครื่องดังกล่าวมาพร้อม CPU สถาปัตยกรรม ARM จำนวน 20 คอร์, GPU NVIDIA Blackwell ที่มี CUDA Cores จำนวน 6,144 คอร์, Unified Memory ขนาด 128GB และ SSD ขนาด 1TB ทำงานบน Windows 11 Pro มีราคาอยู่ที่ 5,899.99 เหรียญ หรือเกือบ 2 แสนบาท

สิ่งที่ทำให้เขาสนใจเป็นพิเศษคือ CUDA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มประมวลผลผ่าน GPU ของ NVIDIA ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการ AI เนื่องจากมีเครื่องมือสำหรับพัฒนา AI จำนวนมากรองรับ CUDA โดยตรง ทำให้สามารถนำโมเดล AI และเครื่องมือต่าง ๆ มาใช้งานได้สะดวก โดยไม่ต้องเสียเวลาปรับแต่งให้รองรับฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง
แม้ MacBook ที่ใช้ชิป Apple Silicon จะมี Unified Memory และสามารถรัน AI บนเครื่องได้เช่นกัน โดย Apple มีเฟรมเวิร์ก MLX ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากชิปของตัวเองโดยเฉพาะ แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ CUDA มีเครื่องมือ AI ให้เลือกใช้งานได้กว้างขวางกว่า โดยเฉพาะงานที่พัฒนาหรือปรับแต่งมาเพื่อ GPU ของ NVIDIA ตั้งแต่แรก

ที่น่าสนใจคือ RTX Spark สามารถนำ GPU ที่รองรับ CUDA มาใช้งานร่วมกับ Unified Memory ขนาด 128GB ได้ ทำให้มีพื้นที่หน่วยความจำสำหรับโหลดโมเดล AI ขนาดใหญ่โดยไม่ต้องพึ่ง VRAM แยกขนาดมหาศาลเหมือนการ์ดจอบนพีซีทั่วไป และเปิดโอกาสให้รันโมเดลระดับหลายหมื่นล้านพารามิเตอร์ภายในเครื่องได้ แต่ความเร็วและขนาดโมเดลที่ใช้งานได้จริงยังขึ้นอยู่กับรูปแบบการบีบอัดโมเดลและทรัพยากรที่ต้องใช้ด้วย
อย่างไรก็ตามเขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลิกใช้ MacBook แล้วเปลี่ยนมาใช้ Windows 11 อย่างถาวร เพราะขณะนี้เป็นเพียงความประทับใจเบื้องต้นจากฮาร์ดแวร์และความสามารถของแพลตฟอร์ม โดยเจ้าตัวตั้งใจจะทดลองใช้งานจริงประมาณหนึ่งสัปดาห์ ก่อนตัดสินใจว่าเครื่อง Windows สามารถเข้ามาแทนที่ MacBook ที่ใช้งานอยู่ได้หรือไม่
ที่มา: Windows Latest

21 hours ago
1







English (US) ·