ฮือฮา "หลวงพ่อเณร" ทุ่ม 2,000 ล้าน สร้างโรงพยาบาล ก่อนเฉลยที่มาเงินนี้มาจากไหน?

2 weeks ago 12
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

"หลวงพ่อเณร" คือใคร บริจาค 2,000 ล้านบาท สร้างโรงพยาบาลดอนเมือง เปิดที่มาของเงิน มาจากไหน ของพระจริงหรือ?

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หลังมีข่าวว่า “หลวงพ่อเณร” เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร เตรียมมอบเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ในเขตดอนเมือง จนเกิดคำถามตามมาว่า เงินจำนวนมหาศาลนี้มาจากไหน และเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของพระจริงหรือไม่

ล่าสุดมีการชี้แจงว่า ตัวเลข 2,000 ล้านบาทเป็นวงเงินสำหรับโครงการก่อสร้าง ซึ่งเกิดจากการระดมความร่วมมือของหลายฝ่าย ทั้งผู้มีจิตศรัทธารายใหญ่ ประชาชนทั่วไป และงบประมาณที่กรุงเทพมหานครจัดสรร ไม่ใช่เงินส่วนตัวที่พระพรหมวชิรคุณาธารถือครองอยู่เพียงผู้เดียว

ขณะที่พระพรหมวชิรคุณาธารยืนยันว่า ความตั้งใจสำคัญคือการผลักดันโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครให้กระจายครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้สะดวกขึ้น และช่วยแบ่งเบาความแออัดของโรงพยาบาลรัฐ

เปิดที่มาเงิน 2,000 ล้านบาท สร้างโรงพยาบาลดอนเมือง

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ศาสตราจารย์พิเศษ ร้อยโท บรรจบ บรรณรุจิ นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนาและราชบัณฑิต ได้ชี้แจงผ่านเพจ “Banjob Bannaruji – บ้านบรรณรุจิ” หลังมีการนำเสนอข่าวว่าพระพรหมวชิรคุณาธารบริจาคเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ในเขตดอนเมือง

ศาสตราจารย์พิเศษ ร้อยโท บรรจบ ระบุว่า เงินที่ใช้ดำเนินโครงการโรงพยาบาลแต่ละแห่งในสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งพระพรหมวชิรคุณาธารมีส่วนผลักดันนั้น ไม่ได้มาจากแหล่งเดียว แต่เป็นเงินสมทบจาก 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

  1. ผู้มีจิตศรัทธารายใหญ่ เช่น นักธุรกิจ เศรษฐี และคหบดีที่เคารพศรัทธาในพระพรหมวชิรคุณาธาร
  2. งบประมาณจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดสรรให้ตามแผนงานในแต่ละปี
  3. เงินบริจาคจากประชาชนทั่วไป ที่ร่วมสมทบตามกำลังศรัทธา ทั้งจำนวนมากและน้อย

เงินทั้งหมดจึงเป็นการระดมทุนเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยมีพระพรหมวชิรคุณาธารเป็นศูนย์กลางในการประสานแรงศรัทธาระหว่างผู้บริจาค ภาครัฐ และประชาชนทั่วไป

เงิน 2,000 ล้านบาท เป็นทรัพย์ส่วนตัวของหลวงพ่อเณรหรือไม่?

ประเด็นนี้ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนว่า พระพรหมวชิรคุณาธารไม่มีสิทธิถือครองเงินทั้งหมดเป็นทรัพย์สินส่วนตัว เงินที่ได้รับการสมทบมีเป้าหมายเพื่อนำไปใช้ก่อสร้างและพัฒนาโรงพยาบาลตามกุศลเจตนาที่กำหนดไว้

การใช้คำว่า “บริจาคเงิน 2,000 ล้านบาท” ในข่าวช่วงแรกจึงอาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเป็นเงินส่วนตัวของพระทั้งหมด ทั้งที่ข้อเท็จจริงตามคำชี้แจงคือ เป็นวงเงินโครงการที่รวบรวมจากผู้มีจิตศรัทธาหลายกลุ่ม รวมถึงงบประมาณของกรุงเทพมหานคร

ศาสตราจารย์พิเศษ ร้อยโท บรรจบ อธิบายว่า การนำเสนอแบบรวบรัดอาจเกิดจากเจตนาที่ต้องการสะท้อนบทบาทของพระสงฆ์ในการช่วยเหลือสังคม แต่จำเป็นต้องชี้แจงที่มาของเงินให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้สาธารณชนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของพระพรหมวชิรคุณาธาร

หลวงพ่อเณรคือใคร มีบทบาทอย่างไรในการสร้างโรงพยาบาล?

พระพรหมวชิรคุณาธาร หรือที่รู้จักในชื่อ “หลวงพ่อเณร” ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร และเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร โดยที่ผ่านมาได้มีบทบาทในการผลักดันโครงการด้านสาธารณสุขหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ

แนวทางการดำเนินงานคือรับเป็นประธานในการประสานและระดมทุน เพื่อจัดสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอาคารฉุกเฉินในระยะแรก ให้โรงพยาบาลสามารถเปิดบริการประชาชนได้เร็วที่สุด จากนั้นจึงส่งต่อให้กรุงเทพมหานครจัดสรรงบประมาณสำหรับก่อสร้างและพัฒนาอาคารหลักส่วนอื่นต่อไป

พระพรหมวชิรคุณาธารระบุว่า ความตั้งใจคือการสร้างโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ให้กระจายครอบคลุมเมืองที่มีประชากรตามทะเบียนราษฎรและประชากรแฝงรวมกันมากกว่า 10 ล้านคน เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่รวดเร็วและทั่วถึง

ทำไมต้องสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ในเขตดอนเมือง?

กรุงเทพมหานครมีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรและประชากรแฝงที่เข้ามาทำงานหรือศึกษา ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์จึงสูงกว่าที่ตัวเลขทะเบียนบ้านเพียงอย่างเดียวสะท้อนให้เห็น

พื้นที่ตอนเหนือของกรุงเทพฯ รวมถึงเขตดอนเมือง เป็นอีกบริเวณที่มีชุมชน ที่อยู่อาศัย และการเดินทางหนาแน่น โรงพยาบาลแห่งใหม่จึงมีเป้าหมายเพิ่มศักยภาพการรักษาในพื้นที่ ลดระยะทางของประชาชนที่ต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลอื่น และแบ่งเบาจำนวนผู้ป่วยจากโรงพยาบาลรัฐที่มีอยู่

โครงการนี้ยังสะท้อนแนวคิดการกระจายบริการสาธารณสุขให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโรงพยาบาลใกล้บ้านมากขึ้น แทนการกระจุกตัวของสถานพยาบาลขนาดใหญ่ไว้เฉพาะบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ

ย้อนผลงานหลวงพ่อเณร กับการผลักดันโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ

ก่อนโครงการโรงพยาบาลแห่งใหม่ในเขตดอนเมือง พระพรหมวชิรคุณาธารมีส่วนผลักดันโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์หลายแห่งในกรุงเทพมหานคร โดยอาศัยรูปแบบความร่วมมือระหว่างเจ้าของที่ดิน ผู้มีจิตศรัทธา ภาคประชาชน และกรุงเทพมหานคร

1. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตบางแค

โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ตั้งอยู่ในแขวงบางไผ่ เขตบางแค เปิดให้บริการประชาชนเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2542 เดิมก่อสร้างบนที่ดิน 7 ไร่ ซึ่งนายเติมและนางจ่าง พรมจีนบริจาคให้ ก่อนจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก 8 ไร่ รวมเป็นพื้นที่ประมาณ 15 ไร่

ปัจจุบันโรงพยาบาลราชพิพัฒน์เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลสำคัญฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ และมีความร่วมมือด้านการเรียนการสอนแพทยศาสตร์กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

2. โรงพยาบาลรัตนประชารักษ์ เขตคลองสามวา

โรงพยาบาลรัตนประชารักษ์ตั้งอยู่ในแขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา สร้างบนที่ดินประมาณ 20 ไร่ ซึ่งได้รับบริจาคจากนายใย นางเพ็ญแข ลิ่มทอง และนางประดับ โกมุท

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2556 และเสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคารโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 พร้อมพระราชทานนามว่า “โรงพยาบาลรัตนประชารักษ์”

3. ศูนย์เวชศาสตร์เขตเมืองราชพิพัฒน์ เขตทวีวัฒนา

ศูนย์เวชศาสตร์เขตเมืองราชพิพัฒน์เพื่อการฟื้นฟูและประคับประคอง รวมถึงอาคารคิลานุปัฏฐาก หรือหอผู้ป่วยวชิรคุณาธาร ตั้งอยู่บนถนนเลียบคลองปทุม แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา

ศูนย์แห่งนี้เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 สร้างบนที่ดินประมาณ 7 ไร่ ซึ่งนางสาวพะเยาว์ จิตกระโชติบริจาคให้ โดยมุ่งเน้นการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการฟื้นฟู และพระภิกษุสงฆ์อาพาธ

4. โรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เขตภาษีเจริญ

โรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ตั้งอยู่บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ บนที่ดินของวัดปากน้ำ เนื้อที่ประมาณ 14 ไร่ 70 ตารางวา

โรงพยาบาลเริ่มเปิดบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2567 ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านบริการสาธารณสุขให้ประชาชนในพื้นที่ฝั่งธนบุรี

5. โรงพยาบาลบุษราคัมจิตการุณย์ เขตสายไหม

โรงพยาบาลบุษราคัมจิตการุณย์ตั้งอยู่บนถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม ก่อสร้างบนที่ดินประมาณ 26 ไร่ 92 ตารางวา ซึ่งนางสาวบุษราคัม เพชรคล้ายบริจาคให้

โรงพยาบาลเริ่มเปิดบริการด้านผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 เพื่อรองรับประชาชนในเขตสายไหมและพื้นที่ใกล้เคียงทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ

6. โรงพยาบาลสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

โรงพยาบาลสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์สร้างบนที่ดินของวัดปากน้ำ เนื้อที่ประมาณ 18 ไร่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 6 รอบ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2567

โรงพยาบาลเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 และมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กรุงเทพมหานคร ในด้านการเรียนการสอนคณะแพทยศาสตร์

รูปแบบสร้างโรงพยาบาล เริ่มจากเงินศรัทธาก่อนส่งต่อให้กรุงเทพมหานคร

แนวทางที่พระพรหมวชิรคุณาธารใช้ในการผลักดันโรงพยาบาลแต่ละแห่ง คือเริ่มต้นจากการประสานผู้บริจาคที่ดินและระดมเงินจากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อสร้างอาคารบริการที่จำเป็นในระยะแรก โดยเฉพาะแผนกผู้ป่วยนอกและฉุกเฉิน

เป้าหมายคือทำให้สถานพยาบาลสามารถเริ่มเปิดบริการประชาชนได้ก่อน เมื่อโครงการมีความพร้อมแล้วจึงส่งต่อให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการบริหาร พร้อมจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างอาคารหลัก เพิ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ และพัฒนาบริการในระยะยาว

เงินที่ผู้มีจิตศรัทธามอบให้จึงถูกนำมาใช้เป็นทุนตั้งต้นและเงินสมทบโครงการ ขณะที่ภาครัฐมีบทบาทในการสนับสนุนงบประมาณและดูแลการให้บริการภายหลังการส่งมอบ

Read Entire Article