"เครื่องดื่มมื้อเช้า" ที่ 3 หมอผู้เชี่ยวชาญโรคตับประสานเสียง "ที่ดีต่อตับที่สุด" รู้แล้วจะรีบหามาดื่ม!
"ตับ" เปรียบเสมือนโรงงานบำบัดสารพิษของร่างกาย มีหน้าที่สำคัญในการกรองของเสียออกจากกระแสเลือด ช่วยในระบบเผาผลาญพลังงาน และสนับสนุนการทำงานของระบบอวัยวะสำคัญอื่น ๆ ดังนั้น สิ่งที่เราเลือกกินและดื่มในแต่ละวันจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของตับ ล่าสุดนิตยสารชื่อดังของสหรัฐฯ อย่าง Parade ได้ตั้งคำถามสำคัญว่า "เครื่องดื่มอะไรที่ดีต่อตับที่สุดในตอนเช้า?" พร้อมสัมภาษณ์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตับและทางเดินอาหารชั้นนำ 3 ท่านในสหรัฐฯ ซึ่งคำตอบที่ได้ทำเอาหลายคนต้องประหลาดใจ เพราะทั้ง 3 ท่านตอบตรงกันอย่างเป็นเอกฉันท์ นั่นคือ "กาแฟ"
ทำไมเครื่องดื่มยอดฮิตชนิดนี้ถึงกลายเป็นมิตรแท้ของตับ? แล้วเราควรดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุดโดยไม่ทำร้ายร่างกายส่วนอื่น วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกคำตอบและกางสถิติงานวิจัยระดับโลกให้เห็นกันชัด ๆ
เปิดเหตุผลทางวิทยาศาสตร์: ทำไม "กาแฟ" ถึงดีต่อตับ?
ดร. แรฟฟี คารากลอเซียน (Dr. Raffi Karagozian) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตับจาก Tufts Medical Center (สหรัฐฯ) ยืนยันว่า "ปัจจุบันมีหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจนมากว่าการดื่มกาแฟเป็นประจำทุกวันมีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพของตับให้ดีขึ้น"
คำกล่าวนี้สอดคล้องกับงานวิจัยขนาดใหญ่ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ดังนี้
- วารสาร BMC Public Health (2021): ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของประชากรเกือบ 500,000 คน และพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำมีความเสี่ยงในการเกิดโรคตับเรื้อรัง (Chronic Liver Disease) ต่ำกว่าผู้ที่ไม่ดื่มเลยถึง 21%
- วารสาร BMJ Open (2017): ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 2.25 ล้านคน ระบุว่าการดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนเพียงวันละ 1 แก้ว สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งตับชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด (Hepatocellular Carcinoma) ได้ถึง 20% และในกลุ่มคนที่ดื่มสูงสุดถึง 5 แก้วต่อวัน ความเสี่ยงลดลงมากถึง 50% เลยทีเดียว
ด้าน ดร. ฮาเทฟ มัสซูมี (Dr. Hatef Massoumi) ผู้อำนวยการฝ่ายโรคตับและทางเดินอาหารคลินิกที่ Montefiore Einstein (สหรัฐฯ) เสริมว่า กาแฟมีคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งในเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และการต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) "งานวิจัยหลายชิ้นชี้ชัดว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำมีอัตราการเกิดภาวะตับแข็งและมะเร็งตับต่ำกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะ ไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) จะได้รับประโยชน์จากกาแฟอย่างมีนัยสำคัญ"
ดื่มกาแฟแบบไหน? ถึงจะเรียกว่า "ช่วยให้ตับแข็งแรง"
เพื่อให้ตับได้รับประโยชน์สูงสุดโดยไม่มีสารตกค้างอื่นมาทำร้ายร่างกาย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ให้แนวทางในการดื่มไว้ดังนี้
- ปริมาณที่พอดี: ดร. เคนเนธ รอธสไตน์ (Dr. Kenneth Rothstein) ศาสตราจารย์ด้านระบบทางเดินอาหารและโรคตับจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (สหรัฐฯ) แนะนำว่าปริมาณที่เหมาะสมคือประมาณ 2-3 แก้วต่อวัน สารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟจะทำหน้าที่ปกป้องเซลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เน้นกาแฟดำเป็นหลัก: แพทย์แนะนำให้เลือกดื่มกาแฟดำเพื่อหลีกเลี่ยงปริมาณน้ำตาล ครีมเทียม หรือไซรัปแต่งกลิ่นที่จะกลายเป็นไขมันไปพอกตับแทน หากไม่คุ้นชินกับรสขม สามารถเติมนมสดไขมันต่ำในปริมาณเล็กน้อยได้
- สูตรปรับรสชาติของแพทย์: ดร. รอธสไตน์ แอบแชร์ทริกส่วนตัวว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้ดื่มกาแฟดำสนิทเช่นกัน "ผมมักจะเหยาะน้ำผึ้งแท้เล็กน้อย โรยผงอบเชย (Cinnamon) และใส่ครีมไขมันต่ำ (Non-fat creamer) เพื่อเพิ่มรสชาติโดยไม่ทำลายสุขภาพ"
คำเตือน: กาแฟไม่ใช่ "ยาสารพัดประโยชน์"
แม้ว่ากาแฟจะมีประโยชน์ต่อตับอย่างมาก แต่แพทย์ทั้ง 3 ท่านเน้นย้ำตรงกันว่า กาแฟไม่ใช่เกราะกำบังวิเศษที่จะช่วยปกป้องตับได้หากคุณยังมีพฤติกรรมทำร้ายตับอยู่
ดร. คารากลอเซียน แนะนำว่าผู้รักสุขภาพควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย โดยการเลือกรับประทานอาหารตาม แนวทางเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Diet) ที่เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และไขมันดี พร้อมทั้งออกกำลังกายในระดับปานกลางอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ร่วมกับการจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และลดการกินคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวรวมถึงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง
"กาแฟควรเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพในชีวิตประจำวัน แต่ไม่สามารถนำมาใช้ทดแทนการมีไลฟ์สไตล์และโภชนาการที่ดีได้ครับ" ผู้เชี่ยวชาญกล่าวสรุป
- จัดอันดับ "โปรตีนมื้อเช้า" กินอะไรปังสุด? ไข่ต้มหล่นไปอยู่อันดับ 6 ส่วนแชมป์ราคาถูกมาก!
- ช็อกบางคนทำครบ! แพทย์หัวใจเตือน 5 สิ่ง "ห้ามทำก่อน 9 โมง" สโตรกพุ่ง-พังระบบเลือด
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)

7 hours ago
2





English (US) ·