ก่อนออกเที่ยวหลายวัน อย่าลืมวางแก้วน้ำในช่องฟรีซ วิธีง่ายๆ ช่วยเช็กว่าตู้เย็นเคยไฟดับหรือไม่
ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวหรือทำงานต่างจังหวัดหลายวัน นอกจากล็อกบ้าน ปิดน้ำ ปิดไฟ และจัดการอาหารสดแล้ว อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ อาหารที่เก็บอยู่ในช่องแช่แข็ง เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าระหว่างที่ไม่มีใครอยู่บ้าน ตู้เย็นอาจเกิดไฟดับหรือหยุดทำงานชั่วคราวหรือไม่
ที่น่ากังวลคือ หากไฟดับนานจนอาหารเริ่มละลาย แล้วไฟกลับมาเป็นปกติ ตู้เย็นก็จะกลับมาทำงานและทำให้อาหารแข็งตัวอีกครั้ง เมื่อกลับถึงบ้าน เราอาจเห็นเพียงอาหารที่ยังแข็งอยู่และคิดว่าทุกอย่างปกติดี ทั้งที่ในระหว่างนั้นอุณหภูมิอาจเคยสูงขึ้นมาแล้ว
มีวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้เรามี “สัญญาณเตือน” เพิ่มขึ้นมาได้ เพียงใช้แก้วน้ำ 1 ใบ น้ำเปล่า และเหรียญ 1 เหรียญ ก่อนออกจากบ้าน
วิธีทำ “แก้วน้ำ + เหรียญ” เช็กตู้แช่แข็ง
- นำแก้วหรือภาชนะขนาดเล็กที่เหมาะกับช่องแช่แข็งมา 1 ใบ
- เติมน้ำลงไป โดยไม่ต้องเต็มจนถึงขอบแก้ว
- นำไปแช่ช่องฟรีซจนกระทั่งน้ำกลายเป็นน้ำแข็งแข็งตัวทั้งหมด
- เมื่อกลายเป็นก้อนน้ำแข็งแล้ว ให้วาง เหรียญสะอาด 1 เหรียญ ไว้บนผิวน้ำแข็ง
- วางแก้วไว้ในช่องแช่แข็งตลอดระยะเวลาที่ไม่อยู่บ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ให้เปิดช่องแช่แข็งและสังเกตตำแหน่งของเหรียญ หากเหรียญยังอยู่บริเวณด้านบนของก้อนน้ำแข็ง ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าก้อนน้ำแข็งละลายลงไปมากจนทำให้เหรียญจมลึก
แต่ถ้าพบว่า เหรียญจมลงไปอยู่ตรงกลางหรือใกล้ก้นแก้ว นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าก้อนน้ำแข็งเคยละลายตัวลงบางส่วนหรือมากพอที่เหรียญจะเคลื่อนตัวลงไป ก่อนที่น้ำจะกลับมาแข็งตัวอีกครั้ง
ทำไมวิธีนี้ถึงช่วยจับสัญญาณไฟดับได้?
หลักการของวิธีนี้ไม่ได้ซับซ้อน แก้วน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งทำหน้าที่คล้าย “ตัวบันทึกเหตุการณ์” แบบง่ายๆ หากช่องแช่แข็งยังคงรักษาอุณหภูมิต่ำได้อย่างต่อเนื่อง น้ำแข็งก็จะคงสภาพเดิมและเหรียญจะอยู่ด้านบน
แต่หากตู้เย็นหยุดทำความเย็นเป็นเวลานาน อุณหภูมิภายในจะค่อยๆ สูงขึ้นจนก้อนน้ำแข็งเริ่มละลาย เหรียญที่วางอยู่ด้านบนก็จะค่อยๆ จมลงไป เมื่อระบบไฟฟ้ากลับมาและน้ำแข็งแข็งตัวอีกครั้ง เหรียญจึงอาจถูก “แช่แข็ง” อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำลง
ดังนั้น เมื่อกลับมาบ้านแล้วพบว่าเหรียญจมลงไป จึงควรถือเป็น สัญญาณให้ตรวจสอบอาหารในช่องฟรีซอย่างละเอียด แทนที่จะดูเพียงว่าอาหารยังแข็งอยู่หรือไม่
แต่เหรียญจม ไม่ได้แปลว่าอาหารเสียทันที
สิ่งสำคัญคือ วิธีแก้วน้ำกับเหรียญ ไม่ใช่อุปกรณ์วัดความปลอดภัยของอาหาร และไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าตู้เย็นไฟดับนานกี่ชั่วโมง หรืออาหารมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึงระดับใด
หากพบว่าเหรียญเปลี่ยนตำแหน่ง ควรนำข้อมูลนี้มาประกอบกับการตรวจสอบอาหารและสถานการณ์อื่นๆ เช่น อาหารยังมีผลึกน้ำแข็งอยู่หรือไม่ และทราบหรือไม่ว่าตู้เย็นหยุดทำความเย็นเป็นเวลานานเพียงใด
ตามคำแนะนำของ USDA ช่องแช่แข็งที่เต็มและไม่ได้เปิดประตูสามารถรักษาอาหารให้เย็นได้ประมาณ 48 ชั่วโมง ส่วนช่องแช่แข็งที่มีอาหารอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งอาจรักษาความเย็นได้ประมาณ 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ปริมาณอาหาร อุณหภูมิภายนอก และการเปิด-ปิดประตู
สำหรับอาหารที่ยังมี ผลึกน้ำแข็งอยู่ หรือมีอุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส USDA ระบุว่าสามารถนำกลับไปแช่แข็งหรือปรุงอาหารได้ แต่คุณภาพของอาหารบางชนิดอาจลดลง ส่วนอาหารที่เน่าเสียง่ายซึ่งอยู่ในอุณหภูมิสูงกว่า 4 องศาเซลเซียสนานเกินประมาณ 2 ชั่วโมง ควรทิ้งเพื่อความปลอดภัย
อย่าดมอาหารแล้วตัดสินว่า “ยังกินได้”
อีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดคือ การใช้กลิ่น สี หรือรูปลักษณ์ของอาหารเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียวว่าอาหารยังปลอดภัยหรือไม่ เพราะอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อก่อโรคบางชนิดอาจยังดูและมีกลิ่นเป็นปกติได้
ดังนั้น หากไม่ทราบแน่ชัดว่าอาหารเคยอยู่ในอุณหภูมิที่ไม่ปลอดภัยนานเท่าไร และมีเหตุให้สงสัยว่าตู้เย็นเคยหยุดทำความเย็นเป็นเวลานาน การเลือกทิ้งอาหารที่มีความเสี่ยงอาจปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และอาหารปรุงสุกที่เน่าเสียง่าย
ก่อนออกจากบ้านครั้งหน้า ลองทำไว้ได้เลย
วิธีแก้วน้ำกับเหรียญเป็นเพียงเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยให้เรามี “เบาะแส” เพิ่มขึ้นเมื่อกลับถึงบ้าน โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางหลายวันและมีอาหารแช่แข็งจำนวนมากอยู่ในตู้เย็น
เพียงแช่น้ำให้แข็ง วางเหรียญไว้ด้านบน แล้วทิ้งไว้ในช่องฟรีซ หากกลับมาแล้วพบว่าเหรียญจมลงไป ก็อย่าเพิ่งคิดว่าอาหารทุกอย่างเสียหรือยังปลอดภัยทันที แต่ให้ใช้เป็นสัญญาณเตือนเพื่อประเมินเหตุการณ์และตรวจสอบอาหารอย่างรอบคอบก่อนนำมารับประทาน
สรุป: แก้วน้ำกับเหรียญไม่ได้ช่วยบอกว่าอาหาร “กินได้หรือไม่ได้” โดยตรง แต่เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้รู้ว่าก้อนน้ำแข็งอาจเคยละลายระหว่างที่เราไม่อยู่บ้านหรือไม่ หากเดินทางหลายวันและเป็นห่วงอาหารในช่องฟรีซ วิธีนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำได้ง่ายและแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
- 4 อุปกรณ์ "ดูดไฟเงียบ" ปิดสวิตช์แล้วแต่ "เงินยังรั่ว" ตลอด 24 ชั่วโมง
- ใครทำครบยินดีด้วย! 5 เคล็ดลับ “เปิดแอร์” นอนตอนกลางคืน เซฟทั้งค่าไฟและสุขภาพ
- เปิด 10 อันดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า "กินไฟสูง" เผยชัดชั่วโมงละกี่บาท? แอร์ยังอยู่แค่อันดับ 3


17 hours ago
1




English (US) ·