ทำงานไม่รู้เรื่อง วอกแวกบ่อย? ลองเปิด "เสียงบำบัดระดับโลก" ช่วยบล็อกสิ่งรบกวน-สมองหายล้า
แบทเทิลเสียงบำบัด! "White Noise" ปะทะ "Brown Noise" เสียงแบบไหนช่วยเพิ่มสมาธิและกู้ Productivity ได้ดีกว่ากัน
ในยุคที่การทำงานเต็มไปด้วยสิ่งรบกวนรอบตัว "เสียงที่มีสีสัน" (Colored Noise) อย่าง ไวท์นอยส์ (White Noise) และ บราวน์นอยส์ (Brown Noise) กลายมาเป็นเครื่องมือยอดฮิตที่คนทำงานยุคนี้ใช้เปิดคลอเพื่อสร้างสมาธิ โดยเสียงเหล่านี้คือคลื่นเสียงที่มีความถี่และแอมพลิจูดคงที่
ที่ผ่านมามีงานวิจัยจำนวนมากรองรับว่า "White Noise" มีประโยชน์ต่อคนทำงาน ช่วยลดความเครียด ทำให้นอนหลับง่ายขึ้น และช่วยดึงสมาธิกลับมาอยู่กับงาน ทว่าผลการศึกษาในระยะหลังกลับพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า "Brown Noise" อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและปลุก Productivity ให้พุ่งกระฉูด
แม้ว่าเสียงสีชมพู (Pink Noise) หรือเสียงสีเขียว (Green Noise) จะมีประโยชน์เช่นกัน แต่ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์เริ่มหันมาแนะนำให้ใช้ Brown Noise เป็นทางออกหลักในการเพิ่มสมาธิและความคล่องตัวในการทำงานในภาพรวม
Brown Noise คืออะไร? ทำไมสมองถึงตกหลุมรัก
บราวน์นอยส์ (Brown Noise) เป็นคลื่นเสียงที่เน้นความถี่ต่ำ (Low Frequencies) และลดทอนความถี่สูงลง ชื่อของมันถูกตั้งตามชื่อของนักวิทยาศาสตร์ "โรเบิร์ต บราวน์" (Robert Brown) ผู้ค้นพบ "การเคลื่อนที่แบบบราวน์" (Brownian Motion) ซึ่งเป็นการเคลื่อนที่แบบสุ่มของอนุภาคในธรรมชาติ
ด้วยเหตุนี้ เสียง Brown Noise จึงมีลักษณะคล้ายกับ "เสียงการเคลื่อนที่ตามธรรมชาติ" เช่น เสียงสายฝนโปรยปนเสียงฟ้าร้องลึก ๆ หรือเสียงคลื่นยักษ์ซัดสาดฝั่ง หลายคนค้นพบว่าความทุ้มต่ำและเสียงเบสที่นุ่มนวลของ Brown Noise มีความลงตัวอย่างยิ่งในการช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง และช่วยปลอบประโลมจิตใจให้สงบลงท่ามกลางชั่วโมงการทำงานที่แสนเคร่งเครียด
White Noise กับข้อจำกัดที่หลายคนแอบส่ายหน้า
ในทางตรงกันข้าม ไวท์นอยส์ (White Noise) จะมีความแหลมและบาดหูมากกว่า เนื่องจากมันรวมทุกความถี่เสียงที่หูมนุษย์สามารถได้ยินเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงเสียงความถี่สูงด้วย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เสียงซ่าของสัญญาณทีวีหรือวิทยุในอดีต (Static Hiss)
ข้อดีของ White Noise คือมันสามารถ "กลบเสียงรบกวนรอบข้าง" ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เหมาะสำหรับการใช้เปิดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจตอนจะนอนหรือตอนที่ต้องการสมาธิขั้นสุด ทว่าเสียงซ่าที่แหลมและนิ่งเกินไปของมันก็แฝงข้อเสีย เพราะสำหรับบางคน มันกลายเป็นเสียงที่สร้างความรำคาญและทำลายสมาธิแทน คนทำงานจำนวนมากจึงปันใจมาให้ Brown Noise มากกว่า เพราะฟังแล้วสบายหู ไม่น่ารำคาญ และไม่ดึงความสนใจไปจากงานตรงหน้า
กลไกการทำงาน: ตัวช่วยสยับอาการ "สมองล้า" และโรค ADHD
เสียงสีเหล่านี้ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมันเข้าไปทำหน้าที่ "กระตุ้นสมองในระดับที่พอดี" พร้อมกับบล็อกสิ่งเร้าภายนอกอื่น ๆ ไม่ให้เข้ามาทำลายสมาธิในการทำงาน นี่คือเหตุผลว่าทำไม Brown Noise ถึงมีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อกลุ่มคนที่มีภาวะประสาทรับรู้ไวเกินไป (Sensory Overload) กลุ่มคนที่เป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD) หรือผู้ที่มีสภาวะสารโดพามีนในสมองต่ำ
ไม่ว่าสุดท้ายแล้วคุณจะชอบ White Noise หรือ Brown Noise การเปิดเสียงบำบัดเหล่านี้ผ่านเครื่องสร้างเสียงหรือแอปพลิเคชัน สามารถพลิกโฉมบรรยากาศบนโต๊ะทำงานของคุณให้เงียบสงบขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนเสียงสีไหนจะช่วยกู้ Productivity ได้ดีที่สุดนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลและการตอบสนองของสมองของแต่ละคน
- จริงหรือ? เว็บนอกเผย "คน EQ สูง" มักจะวางสิ่งของ 3 อย่างนี้ไว้บนโต๊ะทำงาน ใครมีครบบ้าง!
- ทำไมไม่ควรมี "กระจก" ตรงข้ามโต๊ะทำงาน? วิจัยเฉลยเหตุผล ไม่เกี่ยวกับเรื่องดวง!

ที่มาข้อมูล: รายงานวิจัยด้านอาชีวอนามัยและพฤติกรรมศาสตร์ จากคลังข้อมูลสุขภาพและการแพทย์อโดบี

10 hours ago
1





English (US) ·