เปิดอันดับ 40 ประเทศที่ถูกจัดว่า “ไม่เป็นมิตรต่อผู้เดินทาง” มากที่สุดในโลก เหตุผลไม่ได้อยู่ที่นิสัยคนเพียงอย่างเดียว
คำว่า “ประเทศที่ไม่เป็นมิตร” อาจฟังดูเหมือนกำลังตัดสินนิสัยของประชาชนทั้งประเทศ แต่การจัดอันดับของเว็บไซต์ Insider Monkey ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2025 ไม่ได้หมายถึงว่าผู้คนในประเทศเหล่านั้นไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวเสมอไป เพราะหลายอันดับพิจารณาจากปัจจัยอย่างความปลอดภัย อาชญากรรม ความขัดแย้งทางการเมือง การก่อการร้าย ข้อจำกัดในการเดินทาง และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้วย
หลายประเทศในลิสต์นี้มีวัฒนธรรมที่น่าสนใจและประชาชนขึ้นชื่อเรื่องการต้อนรับแขก แต่สถานการณ์ด้านความมั่นคงหรือข้อจำกัดบางอย่างทำให้การเดินทางมีความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้นอันดับต่อไปนี้ควรอ่านในฐานะ “ประเทศที่มีความท้าทายต่อผู้เดินทาง” มากกว่าการตีตราว่าคนในประเทศนั้นไม่เป็นมิตร
40. ซูดานใต้ (South Sudan)
ซูดานใต้เผชิญความขัดแย้งทางการเมืองและปัญหาความไม่มั่นคงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นระยะทำให้การเดินทางในหลายพื้นที่มีความเสี่ยง และเป็นเหตุผลสำคัญที่ประเทศนี้ติดอันดับ
39. เอสวาตินี (Eswatini)
เอสวาตินีเผชิญทั้งปัญหาความยากจนและภาระด้านสาธารณสุข ขณะที่ความปลอดภัยบนท้องถนนยังเป็นประเด็นที่นักเดินทางควรระวัง ทั้งจากโครงสร้างพื้นฐาน สภาพถนน และพฤติกรรมการขับขี่ในบางพื้นที่
38. หมู่เกาะโซโลมอน (Solomon Islands)
แม้หมู่เกาะโซโลมอนจะมีธรรมชาติสวยงาม แต่ผู้เดินทางอาจต้องระวังอาชญากรรมเล็กน้อย ความไม่สงบทางการเมือง และภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะในกรุงโฮนีอารา ขณะที่เหตุรุนแรงแม้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่ยังมีรายงานในบางพื้นที่และช่วงเวลากลางคืน
37. กัวเตมาลา (Guatemala)
กัวเตมาลามีทั้งป่าฝน ภูเขาไฟ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น แต่ยังเผชิญปัญหาอาชญากรรมและความยากจน มีรายงานการปล้นและชิงทรัพย์ในบางพื้นที่ รวมถึงจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไป
36. บราซิล (Brazil)
บราซิลเป็นจุดหมายยอดนิยมจากวัฒนธรรมที่มีสีสันและธรรมชาติอันหลากหลาย แต่ปัญหาการหลอกลวง การแลกเงินผิดกฎหมาย และการฉ้อโกงบัตรเครดิตยังเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวควรระมัดระวัง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
35. เอลซัลวาดอร์ (El Salvador)
ประเทศนี้เคยเผชิญปัญหาอาชญากรรมจากแก๊งมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีรากจากความขัดแย้งในอดีต อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังรัฐบาลดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อลดอาชญากรรมรุนแรง ทำให้ภาพด้านความปลอดภัยในหลายพื้นที่เปลี่ยนไปอย่างมาก
34. ปาปัวนิวกินี (Papua New Guinea)
ปาปัวนิวกินีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางภาษามากที่สุดในโลก แต่ด้วยภูมิประเทศที่ห่างไกลและปัญหาความไม่สงบในบางพื้นที่ การเดินทางจึงอาจมีข้อจำกัด นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องตรวจสอบสถานการณ์ในแต่ละภูมิภาคก่อนออกเดินทาง
33. ทาจิกิสถาน (Tajikistan)
โดยทั่วไปทาจิกิสถานสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ แต่ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา ทำให้การคมนาคมในบางเส้นทางมีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ รวมถึงพื้นที่ใกล้ชายแดนบางแห่งที่อาจมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย
32. อิสราเอล (Israel)
อิสราเอลมีทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญจำนวนมาก แต่ความขัดแย้งในภูมิภาค โดยเฉพาะสงครามและสถานการณ์ในฉนวนกาซา ส่งผลให้หลายประเทศออกคำแนะนำด้านการเดินทาง และทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนัก
31. ฮอนดูรัส (Honduras)
ฮอนดูรัสมีวัฒนธรรมเก่าแก่และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ แต่บางพื้นที่ยังมีปัญหาแก๊งและอาชญากรรมรุนแรง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทั้งประเทศมีความเสี่ยงเท่ากัน เพราะหลายพื้นที่ยังเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม
30. แอฟริกาใต้ (South Africa)
แอฟริกาใต้โดดเด่นทั้งธรรมชาติ สัตว์ป่า และวัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่ปัญหาการโจรกรรม อาชญากรรมรุนแรงบางประเภท รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะที่มีข้อจำกัดในบางพื้นที่ ทำให้นักท่องเที่ยวต้องเพิ่มความระมัดระวัง
29. ซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia)
ในอดีตซาอุดีอาระเบียเปิดรับผู้เดินทางต่างชาติในวงจำกัด โดยเน้นผู้แสวงบุญเป็นหลัก แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศได้เร่งเปิดตลาดท่องเที่ยว ออกวีซ่านักท่องเที่ยว และโปรโมตสถานที่ใหม่ ๆ นอกเหนือจากนครมักกะฮ์และเมดินา
28. เซาตูเมและปรินซิปี (São Tomé and Príncipe)
ประเทศหมู่เกาะแห่งนี้กลับมีภาพลักษณ์ของคนท้องถิ่นที่เป็นมิตรและผ่อนคลาย จึงเป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนว่าอันดับ “unfriendly” ของต้นฉบับไม่ได้วัดจากความเป็นมิตรของประชาชนเพียงอย่างเดียว หากนักท่องเที่ยวเคารพวัฒนธรรมและปฏิบัติตามกฎทั่วไป การเดินทางมักไม่มีปัญหาใหญ่
27. คีร์กีซสถาน (Kyrgyzstan)
คีร์กีซสถานถือเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียกลางที่มีนโยบายวีซ่าค่อนข้างเปิดกว้าง และรัฐบาลพยายามผลักดันการท่องเที่ยวมากขึ้น ความท้าทายส่วนใหญ่จึงอยู่ที่ภูมิประเทศ การเดินทาง และสถานการณ์เฉพาะพื้นที่ มากกว่าความไม่เป็นมิตรของประชาชน
26. ปารากวัย (Paraguay)
ปารากวัยมีประวัติศาสตร์ที่ผ่านทั้งสงครามและการปกครองแบบเผด็จการมายาวนาน แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภาษาของตนไว้ได้ ปัจจุบันการท่องเที่ยวกำลังเติบโต โดยมีนักเดินทางจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก
25. เม็กซิโก (Mexico)
เม็กซิโกมีทั้งชายหาด ภูเขา หุบเขา เมืองโบราณ และวัฒนธรรมอาหารที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยแตกต่างกันมากในแต่ละรัฐ บางพื้นที่มีปัญหาอาชญากรรมรุนแรง ขณะที่หลายเมืองยังเป็นจุดหมายยอดนิยมและต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
24. เปอร์โตริโก (Puerto Rico)
เปอร์โตริโกเป็นดินแดนของสหรัฐอเมริกาที่มีรัฐบาลท้องถิ่นของตนเอง แต่ยังอยู่ภายใต้กฎหมายและอำนาจของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สถานะทางการเมืองนี้ส่งผลต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และการรับรู้ของผู้เดินทางจากต่างประเทศ
23. บาห์เรน (Bahrain)
บาห์เรนเป็นประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กในอ่าวเปอร์เซีย และมีบทบาททางการค้ามาตั้งแต่สมัยโบราณ แม้จะมีพื้นที่ไม่มาก แต่ตำแหน่งที่ตั้งทำให้ประเทศนี้เป็นศูนย์กลางการค้าและคมนาคมสำคัญของภูมิภาค
22. โคลอมเบีย (Colombia)
โคลอมเบียมีธรรมชาติและเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ยังเผชิญปัญหาอาชญากรรมและขบวนการค้ายาเสพติดในบางพื้นที่ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อทั้งภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักเดินทาง
21. ปากีสถาน (Pakistan)
ปากีสถานได้รับผลกระทบจากการก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง โดย Global Terrorism Index 2025 จัดให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้ายสูงที่สุดในโลก นอกจากนี้ ปัญหาอาชญากรรมและความไม่มั่นคงในบางพื้นที่ยังเป็นเหตุผลที่นักท่องเที่ยวต้องตรวจสอบคำเตือนก่อนเดินทาง
20. สหรัฐอเมริกา (United States)
สหรัฐฯ ถูกจัดอยู่ในลิสต์นี้ด้วยเหตุผลด้านนโยบายมากกว่าความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวโดยตรง โดยต้นฉบับอ้างถึงนโยบายภาษีและการควบคุมคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งทำให้ภาพความสัมพันธ์กับต่างประเทศถูกมองว่าตึงเครียดมากกว่าเดิม
19. เลบานอน (Lebanon)
แม้ชาวเลบานอนจะขึ้นชื่อเรื่องการต้อนรับแขก แต่ประเทศต้องเผชิญทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนทางการเมือง และความตึงเครียดในภูมิภาค ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
18. เบนิน (Benin)
บางพื้นที่ของเบนินมีความเสี่ยงจากอาชญากรรม การประท้วง และภัยจากกลุ่มติดอาวุธ โดยเฉพาะบริเวณชายแดน ทำให้ผู้เดินทางจำเป็นต้องตรวจสอบคำแนะนำด้านความปลอดภัยก่อนเดินทางเข้าสู่พื้นที่ห่างไกล
17. กายอานา (Guyana)
กายอานามีธรรมชาติที่โดดเด่น โดยเฉพาะป่าฝนและน้ำตก แต่ปัญหาอาชญากรรมและการประท้วงในบางช่วงยังเป็นปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงสำหรับผู้เดินทางต่างชาติ
16. รัสเซีย (Russian Federation)
รัสเซียอยู่ในอันดับสูงจากผลของความขัดแย้งกับยูเครน ความตึงเครียดกับชาติตะวันตก และข้อจำกัดด้านวีซ่าหรือกฎสำหรับผู้เดินทางบางสัญชาติ สถานการณ์ทางการเมืองทำให้การเดินทางมีความซับซ้อนกว่าปกติอย่างมาก
15. ยูเครน (Ukraine)
สงครามกับรัสเซียทำให้ยูเครนมีความเสี่ยงสูงต่อการเดินทาง โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้แนวรบและพื้นที่ที่ยังมีการโจมตี ผู้เดินทางจึงต้องติดตามคำเตือนจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด
14. เวเนซุเอลา (Venezuela)
เวเนซุเอลายังคงเผชิญปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ อาชญากรรม และโครงสร้างพื้นฐานในบางพื้นที่ ความไม่แน่นอนเหล่านี้ทำให้การเดินทางและการเข้าถึงบริการสำหรับนักท่องเที่ยวมีข้อจำกัด
13. ไนเจอร์ (Niger)
แม้รัฐบาลไนเจอร์พยายามสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศ แต่สถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคซาเฮลยังเปราะบาง ความเสี่ยงจากกลุ่มติดอาวุธและความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงเป็นข้อกังวลสำคัญ
12. ชาด (Chad)
ชาดเผชิญภัยจากกลุ่มหัวรุนแรงและความไม่มั่นคงในภูมิภาค ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อชาวต่างชาติ โดยเฉพาะการเดินทางในพื้นที่ห่างไกลและตามแนวชายแดน
11. บูร์กินาฟาโซ (Burkina Faso)
ภัยก่อการร้าย อาชญากรรม และการลักพาตัวเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บูร์กินาฟาโซถูกจัดอยู่ในอันดับสูง สถานการณ์ความปลอดภัยในบางพื้นที่มีความรุนแรงจนรัฐบาลหลายประเทศเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทาง
10. โซมาเลีย (Somalia)
โซมาเลียยังเผชิญความเสี่ยงจากการก่อการร้าย การลักพาตัว อาชญากรรม และปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้การเดินทางของชาวต่างชาติจำเป็นต้องใช้มาตรการความปลอดภัยระดับสูง
9. เอริเทรีย (Eritrea)
นักเดินทางหลายคนอาจพบว่าคนท้องถิ่นมีความเป็นมิตร แต่ประเทศนี้มีข้อจำกัดด้านเสรีภาพ การเดินทาง และความไม่แน่นอนทางการเมือง ประเด็นเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เอริเทรียถูกจัดอันดับสูงในลิสต์
8. มาลี (Mali)
แม้ผู้ที่เคยเดินทางไปบามาโกจำนวนหนึ่งจะกล่าวถึงการต้อนรับที่อบอุ่นของคนท้องถิ่น แต่ภัยก่อการร้าย อาชญากรรม และการลักพาตัวในบางพื้นที่ยังคงสร้างผลกระทบอย่างหนักต่อภาคการท่องเที่ยว
7. สาธารณรัฐแอฟริกากลาง (Central African Republic)
ประเทศนี้มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภาษา และวัฒนธรรมอย่างมาก แต่ความอ่อนแอของระบบความมั่นคง รวมถึงความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีความเสี่ยงสูง
6. ลิเบีย (Libya)
คนท้องถิ่นในลิเบียอาจให้การต้อนรับนักเดินทางอย่างอบอุ่น แต่ความรุนแรงจากกลุ่มติดอาวุธและโครงสร้างรัฐที่ยังไม่มั่นคง ทำให้ภาพรวมของประเทศยังมีความเสี่ยงต่อการเดินทางอย่างมาก
5. เกาหลีเหนือ (North Korea)
นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่เกาหลีเหนือต้องอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด ทั้งเรื่องเส้นทาง สถานที่ที่สามารถไปได้ และการถ่ายภาพ การเดินทางโดยอิสระแทบเป็นไปไม่ได้ จึงทำให้ประเทศถูกมองว่าไม่เปิดกว้างสำหรับผู้มาเยือน
4. อิรัก (Iraq)
อิรักมีวัฒนธรรมการต้อนรับแขกที่หยั่งรากลึก แต่สถานการณ์ทางการเมืองและความมั่นคงในบางพื้นที่ยังเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แม้รัฐบาลจะพยายามฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะอย่างต่อเนื่องก็ตาม
3. ซีเรีย (Syria)
ซีเรียยังเผชิญผลกระทบจากสงคราม ความขัดแย้งของกลุ่มติดอาวุธ และอาชญากรรมในหลายพื้นที่ ความเสี่ยงจากการลักพาตัวและเหตุรุนแรงทำให้การเดินทางของชาวต่างชาติยังถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงมาก
2. เยเมน (Yemen)
เยเมนยังเผชิญทั้งการก่อการร้าย ความขัดแย้งภายใน อาชญากรรม การลักพาตัวกับระเบิดและทุ่นระเบิดที่ยังไม่ถูกเก็บกู้ รวมถึงระบบสาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ทำให้สภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยอยู่ในระดับวิกฤต
1. อัฟกานิสถาน (Afghanistan)
อัฟกานิสถานถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 1 ของลิสต์จากปัญหาความรุนแรง ความไม่มั่นคงทางการเมือง ภัยก่อการร้าย และข้อจำกัดด้านสิทธิเสรีภาพ ภาพรวมของสถานการณ์ทำให้ประเทศยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดสำหรับผู้เดินทางต่างชาติ
อันดับ “ไม่เป็นมิตร” ไม่ได้หมายความว่าคนในประเทศนั้นไม่ต้อนรับ
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ประเทศที่อยู่ในอันดับสูงไม่ได้หมายความว่าประชาชนมีนิสัยไม่เป็นมิตร เพราะหลายประเทศในลิสต์ เช่น เลบานอน มาลี ลิเบีย หรือเซาตูเมและปรินซิปี ล้วนมีรายงานว่าคนท้องถิ่นให้การต้อนรับนักเดินทางเป็นอย่างดี
สิ่งที่ Insider Monkey นำมาใช้ประกอบการจัดอันดับส่วนใหญ่เป็นภาพรวมของความปลอดภัย การเมือง อาชญากรรม การก่อการร้าย การควบคุมผู้เดินทาง และสภาพแวดล้อมที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว ดังนั้นคำว่า “Unfriendly” ในที่นี้จึงควรตีความอย่างระมัดระวัง
ก่อนเดินทาง ควรดูสถานการณ์ล่าสุดมากกว่าอาศัยอันดับเพียงอย่างเดียว
สถานการณ์ของแต่ละประเทศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ประเทศที่เคยถูกมองว่าอันตรายอาจมีความปลอดภัยดีขึ้น ขณะที่บางพื้นที่ที่เคยสงบอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นภายหลัง นักเดินทางจึงควรตรวจสอบประกาศจากกระทรวงการต่างประเทศและคำแนะนำด้านการเดินทางของประเทศปลายทางก่อนทุกครั้ง
ท้ายที่สุด ลิสต์ 40 ประเทศนี้จึงสะท้อนมากกว่าคำว่า “เป็นมิตรหรือไม่เป็นมิตร” เพราะเบื้องหลังแต่ละอันดับมีทั้งประวัติศาสตร์ สงคราม เศรษฐกิจ นโยบายของรัฐ และปัญหาความมั่นคงที่แตกต่างกัน และทั้งหมดล้วนมีผลต่อประสบการณ์ของนักเดินทางในโลกที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
- 10 ประเทศ “มีความสุขที่สุดในโลก” ปี 2026 แชมป์เจ้าเดิม 8 สมัยซ้อน มีเหตุผลเงินซื้อไม่ได้!
- 5 บุคคลสำคัญ "ตายยากที่สุดในโลก" รอดการลอบสังหาร โดนเป็นร้อยครั้งก็ทำอะไรไม่ได้


8 hours ago
3




English (US) ·