เปิดภาษาดอกไม้ ที่ซ่อนอยู่ใน "มาลัยรัดเกล้า" ร้อยประดับเรือนผมเจ้านายฝ่ายใน

15 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

 เปิดความลับ "มาลัยรัดเกล้า" รู้หรือไม่... ดอกไม้ที่ใช้ร้อยในอดีตมีความหมายซ่อนอยู่!

เมื่อเอ่ยถึงความงดงามตามแบบฉบับสตรีไทยโบราณ โดยเฉพาะเจ้านายฝ่ายในในพระบรมมหาราชวัง ภาพที่หลายคนนึกถึงคือการแต่งกายด้วยผ้าสะพักประณีต และการรวบมวยผมเรียบร้อยพร้อมประดับด้วย "มาลัยรัดเกล้า" หรือมาลัยวงกลมขนาดพอดีที่สวมครอบลงบนมวยผมอย่างละมุนตา

แต่ทราบหรือไม่ว่า งานประณีตศิลป์ชิ้นจิ๋วบนเรือนผมนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับเพื่อความสวยงามหรือกลิ่นหอมเท่านั้น ทว่าการเลือกร้อย "ดอกไม้สด" แต่ละชนิดลงในมาลัยรัดเกล้าของชาววังในอดีต ยังถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันและซ่อน "ภาษาดอกไม้" รวมไปถึงความหมายมงคลไว้อย่างลึกซึ้ง!


กำเนิด "มาลัยรัดเกล้า" งานฝีมือชั้นสูงแห่งฝ่ายใน

ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์และตำรากรองดอกไม้ไทย ศิลปะการร้อยมาลัยของไทยมีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัยและอยุธยา จนกระทั่งมารุ่งเรืองถึงขีดสุดในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ที่พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในทรงประดิษฐ์คิดค้นลวดลายและรูปแบบการร้อยมาลัยให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น

"มาลัยรัดเกล้า" จัดอยู่ในกลุ่มมาลัยวงกลมหรือมาลัยครอบมวย มีหน้าที่หลักคือการใช้ครอบหรือรัดฐานมวยผมของสตรี เพื่อปิดร่องรอยการขมวดผมให้เรียบร้อยสวยงาม อีกทั้งกลิ่นหอมของดอกไม้สดยังทำหน้าที่เสมือน "น้ำหอมธรรมชาติ" ที่โชยกลิ่นเย้ายวนยามสตรีเยื้องกราย


ถอดรหัสความหมาย... ดอกไม้สดบนมาลัยรัดเกล้า

ในการร้อยมาลัยรัดเกล้า ข้าหลวงฝ่ายในจะคัดเลือกดอกไม้ตูมและกลีบดอกไม้ที่มีขนาดสมดุลกัน นำมาร้อยสลับลายอย่างพิถีพิถัน ซึ่งดอกไม้หลักๆ ที่นิยมใช้ในอดีตมีความหมายซ่อนอยู่ดังนี้:

1. ดอกมะลิ (ความบริสุทธิ์ สดชื่น และความรักอันแท้จริง)

ดอกมะลิคือหัวใจสำคัญของการร้อยมาลัยด้วยสีขาวบริสุทธิ์และกลิ่นหอมเย็น ในอดีตสื่อถึงความนุ่มนวล ความบริสุทธิ์ผุดผ่องของสตรีเพศ รวมถึงความรักที่เปี่ยมด้วยความจริงใจ บริสุทธิ์ และไร้การปรุงแต่ง

2. ดอกพุด / ดอกพุดตาน (ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคง)

คำว่า "พุด" มีเสียงพ้องกับคำว่า "พุธ" หรือ "พุทโธ" อีกทั้งดอกพุดยังเป็นดอกไม้ที่มีเนื้อกลีบแน่น สีขาวสะอาด นิยมนำมาจับเป็น "ตัวมาลัย" หรือทำเป็นเขี้ยวร้อยลวดลาย สื่อความหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์ และความมั่นคงในชีวิต

3. ดอกรัก (ความรักที่ยั่งยืน และความจงรักภักดี)

ที่นำมาใช้ส่วนใหญ่คือ "ดอกรักพลาสติกธรรมชาติ" หรือส่วนตัวดอกรักสีขาว-ม่วง นิยมนำมาใช้ทำยอดหรือร้อยสลับกับดอกไม้อื่น สื่อถึงความรักที่ยั่งยืน เหนียวแน่น และความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์หรือผู้เป็นสามี

4. ดอกกระดังงา / กลีบดอกจำปา-จำปี (ชื่อเสียงลาภยศ ที่เลื่องลือระเบ็งเซ็งแซ่)

เกร็ดโบราณเชื่อว่า ดอกกระดังงาเมื่อนำมาลนไฟจะมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจยิ่งขึ้น การนำกลีบกระดังงาหรือจำปามาแทรกในมาลัยรัดเกล้า เป็นสัญลักษณ์สื่อถึง "ชื่อเสียงลาภยศที่โด่งดัง" เหมือนโบราณประเพณีที่ว่า "เกียรติศัพท์หอมฟ้องเหมือนกระดังงาลนไฟ"

5. ดอกกุหลาบ / กลีบกุหลาบมอญ (ความเสน่หา และความสง่างาม)

กุหลาบมอญเป็นดอกไม้ที่นิยมมากในราชสำนักรัชกาลที่ 5 ด้วยสีชมพูระเรื่อและกลิ่นหอมหวาน การนำกลีบกุหลาบมาร้อยเป็น "สลัก" หรือ "ยกดอก" ในมาลัยรัดเกล้า สื่อถึงความรักอันแสนอ่อนหวาน ความเสน่หา และความสง่าผ่าเผยของสตรีสูงศักดิ์


จากศิราภรณ์ฝ่ายใน สู่เสน่ห์เรือนผมเจ้าสาวไทยยุคปัจจุบัน

แม้ในปัจจุบันการร้อยมาลัยด้วยดอกไม้สดจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย มีการใช้ดินปั้นหรือผ้าประดิดประดอยเข้ามาแทนที่เพื่อความคงทน แต่ "มาลัยรัดเกล้าดอกไม้สด" ก็ยังคงได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดเครื่องประดับเรือนผมที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา

ในพิธีแต่งงานแบบไทยปัจจุบัน เรายังคงได้เห็นเจ้าสาวสวมชุดไทยศิวาลัยหรือชุดไทยบรมพิมาน ปรุงแต่งเรือนผมด้วยมาลัยรัดเกล้าดอกไม้สดเพื่อความงดงาม เสริมออร่าความเลอค่า และเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันประณีตของไทยที่ตกทอดมาจากเจ้านายฝ่ายในในอดีตอย่างน่าภาคภูมิใจ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล:

  1. หนังสือมรดกวัฒนธรรมผ้าและเครื่องแต่งกายไทย สำนักพระราชวัง
  2. ตำราศิลปะการผูกห่อและกรองดอกไม้สด โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
  3. เอกสารประวัติศาสตร์ *ชีวิตในพระบรมมหาราชวัง (ฝ่ายใน)* โดย หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช
Read Entire Article