เปิดรายชื่อ 4 ของใช้เด็กที่ "ไม่ควรใช้ต่อ" แม้เป็นของมือสองจากญาติสนิท ก็ควรปฏิเสธ!

12 hours ago 4
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

เตือนพ่อแม่ยุคประหยัด ของใช้เด็ก 4 สิ่งนี้ห้ามใช้มือสอง เสี่ยงเชื้อโรคสะสมและกระทบสรีระ

เปิดรายชื่อของใช้เด็กที่ไม่ควรใช้ต่อ แม้เป็นของมือสองจากญาติสนิทก็ควรปฏิเสธ

การที่ญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงส่งต่อของใช้เด็กเล็กมาให้ ถือเป็นเรื่องปกติและพบได้ทั่วไปโดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกวัยใกล้เคียงกัน ทว่า ไม่ใช่ของใช้มือสองทุกชิ้นจะมีความปลอดภัยสำหรับการนำมาใช้งานต่อกับเด็กเล็ก

ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ระบุว่า เสื้อผ้ามือสองหากนำมาซักทำความสะอาดและจัดเก็บเป็นอย่างดีก็ยังสามารถใช้งานได้ ในทางตรงกันข้าม ยังมีของใช้บางประเภทที่แฝงไปด้วยความเสี่ยงต่อสุขอนามัยและพัฒนาการของเด็ก ซึ่งพ่อแม่ควรพิจารณาปฏิเสธอย่างนุ่มนวล โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกเกรงใจผู้ให้

เสื้อผ้ามือสองสะอาดๆ ยังคงมีประโยชน์หลายประการ

ในอดีตมีความเชื่อโบราณว่าการให้เด็กใส่เสื้อผ้ามือสองจากหลายๆ บ้านจะช่วยเสริมสิริมงคลให้เด็กเลี้ยงง่ายและแข็งแรง แม้ในปัจจุบันความเชื่อดังกล่าวจะลดลงไป แต่ในเชิงปฏิบัติ เสื้อผ้ามือสองที่ผ่านการซักสะอาดแล้วยังมีข้อดีอยู่มาก:

  1. ผ้านุ่มขึ้น และสารเคมีลดลง: เสื้อผ้าใหม่มักมีสารเคมี สีย้อม หรือสารป้องกันรอยยับตกค้าง การผ่านการซักหลายครั้งจะช่วยลดปริมาณสารเคมีเหล่านี้ ทำให้ผ้านุ่มลงและลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิวเด็ก

  2. ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: เด็กเล็กเติบโตไวมาก เสื้อผ้าบางชุดสวมใส่เพียงไม่กี่ครั้งก็เล็กลง การใช้เสื้อผ้าส่งต่อช่วยลดค่าใช้จ่าย และทำให้ผู้ปกครองไม่ต้องกังวลเมื่อเด็กทำเลอะเทอะขณะเรียนรู้

  3. สอนให้เด็กรู้จักแบ่งปัน: การใช้ของส่งต่อจากผู้ใหญ่เป็นการสร้างค่านิยมในการเห็นคุณค่าของสิ่งของ และลดการเปรียบเทียบหรือติดค่านิยมต้องใช้ของใหม่เสมอ

4 สิ่งที่ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำกับเด็กเด็ดขาด

1. เสื้อผ้าชั้นในและของใช้แนบเนื้อ

เสื้อชั้นใน กางเกงใน เสื้อลองจอน กางเกงลองจอน ผ้ากันเปื้อน และผ้าเช็ดน้ำลาย เป็นของใช้ที่สัมผัสกับผิวหนังและจุดซ่อนเร้นโดยตรง แม้จะผ่านการซักสะอาดแล้ว แต่เส้นใยผ้ายังอาจสะสมคราบไขมัน คราบไคล หรือจุลินทรีย์ฝังลึก หากเด็กคนก่อนเคยมีปัญหาโรคผิวหนังหรือเชื้อรา ก็อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ นอกจากนี้ ผ้าชั้นในที่ผ่านการใช้งานมักจะย้วยและสูญเสียประสิทธิภาพในการรักษาความอบอุ่น

2. อุปกรณ์ที่ต้องนำเข้าปาก

ขวดนม จุกนม ยางกัด ช้อน ชาม และแก้วน้ำเด็ก เป็นกลุ่มของใช้ที่มีความเสี่ยงสูงในการเป็นพาหะนำเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส การล้างด้วยน้ำธรรมดาหรือการต้มน้ำร้อนอาจทำความสะอาดได้เพียงแค่พื้นผิวภายนอก แต่ไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคในซอกเล็กๆ หรือรอยขีดข่วนจากการใช้งานได้ทั้งหมด อีกทั้งวัสดุซิลิโคนและพลาสติกมีอายุการใช้งาน เมื่อผ่านความร้อนซ้ำๆ อาจเสื่อมสภาพ กรอบ หรือปล่อยสารที่ไม่ปลอดภัยออกมา

3. แพมเพิสที่เปิดบรรจุภัณฑ์ทิ้งไว้นานแล้ว

หากผ้าอ้อมสำเร็จรูปถูกเปิดถุงทิ้งไว้เป็นเวลานานเกินกว่าหลายเดือน ไม่แนะนำให้นำมาใช้กับเด็ก เนื่องจากแผ่นซึมซับภายในสามารถดูดซับความชื้นในอากาศ พร้อมทั้งสะสมฝุ่นละออง เชื้อรา และแบคทีเรียที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ผ้าอ้อมที่เก็บไว้นานมักสูญเสียความนุ่ม ความยืดหยุ่นของยางยืดลดลง เสี่ยงต่อการรั่วซึม และอาจก่อให้เกิดผื่นผ้าอ้อมและการระคายเคืองต่อผิวเด็กได้ง่าย

4. รองเท้ามือสอง

รองเท้าเป็นของใช้ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์ (กระดูกและข้อ) ไม่แนะนำให้ใช้ซ้ำ เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีสรีระเท้า น้ำหนักการลงเท้า และความสูงของอุ้งเท้าที่แตกต่างกัน เมื่อผ่านการใช้งาน รองเท้าจะบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปทรงไปตามโครงสร้างเท้าของเจ้าของเดิม หากนำมาให้เด็กคนอื่นสวมใส่ต่อ โดยเฉพาะในช่วงที่กระดูกเท้ารวมถึงโครงสร้างร่างกายกำลังพัฒนา อาจส่งผลกระทบต่อท่านั่ง ท่าเดิน และพัฒนาการของรูปเท้าได้ นอกจากนี้ สภาพภายในรองเท้ายังเป็นแหล่งสะสมความชื้น เชื้อรา และคราบไคลที่ทำความสะอาดได้ยาก

ข้อแนะนำสำหรับพ่อแม่ในการรับของส่งต่อ

ของใช้มือสองไม่ได้แย่ไปเสียทั้งหมด สิ่งของประเภทเสื้อผ้าชั้นนอก เสื้อโค้ต กางเกง หมวก หรือผ้าห่ม หากยังมีสภาพใหม่ สะอาด และจัดเก็บอย่างดี สามารถนำมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ต่อได้ แต่สำหรับของใช้ที่สัมผัสกับผิวหนังโดยตรง อุปกรณ์นำเข้าปาก และสิ่งของที่มีผลต่อพัฒนาการทางร่างกาย ควรเลือกซื้อของใหม่เพื่อสุขอนามัยและความปลอดภัยสูงสุดของเด็ก หากได้รับของส่งต่อที่ไม่เหมาะสม การปฏิเสธอย่างสุภาพพร้อมคำขอบคุณจะช่วยรักษาน้ำใจและปกป้องสุขภาพของลูกน้อยไปพร้อมกัน

Read Entire Article