ช่วงหลังมานี้ “สายรัดข้อมือไร้หน้าจอ” เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น โดยจุดเด่นคือเก็บข้อมูลสุขภาพและการออกกำลังกายได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีการแจ้งเตือนกวนสมาธิ ไม่มีแสงหน้าจอรบกวน เหมาะกับคนรักสุขภาพที่อยากโฟกัสกับสุขภาพร่างกายเป็นหลักโดยเฉพาะ
บทความนี้ทีมงาน DroidSans ได้รวบรวมสายรัดข้อมือไร้หน้าจอ 5 รุ่นจากแบรนด์ดัง Garmin Cirqa, POLAR Loop, Fitbit Air, Amazfit Helio และ Whoop ปี 2026 ที่น่าสนใจ มาให้เลือกกันว่าแต่ละตัวน่าสนใจยังไงบ้าง !
Garmin CIRQA Smart Band ราคา 6,990 บาท
Garmin แบรนด์สัญชาติสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งเมื่อปี 1989 โดย Gary Burrell และ Min H. Kao ซึ่งเริ่มต้นด้วยการพัฒนาอุปกรณ์นำทางด้วย GPS สำหรับอุตสาหกรรม ปัจจุบัน Garmin ได้ต่อยอดแบรนด์จนโดดเด่นในแง่ “อุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพ” ตั้งแต่สมาร์ทวอทช์ไปจนถึง Garmin CIRQA สายรัดข้อมือไร้หน้าจอเพื่อสุขภาพรุ่นแรกของแบรนด์ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือน ก.ค. 2026 ที่ผ่านมา และมีวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (รับประกัน 2 ปี)+

ดีไซน์เรียบหรู ไม่มีหน้าจอ
Garmin CIRQA Smart Band มากับดีไซน์ไร้หน้าจอ น้ำหนักเฉพาะโมดูลประมาณ 14.8 กรัม น้ำหนักรวมสายประมาณ 20.7 – 21.2 กรัม โมดูลที่เป็นเซนเซอร์เก็บข้อมูล (Case) ใช้วัสดุโพลิเมอร์เสริมใยแก้วเพื่อความทนทานแข็งแรง
มีปุ่มกดด้านข้างสำหรับควบคุม Session การออกกำลังกาย สายรัดทำจากวัสดุผ้า ComfortFit เหมาะสำหรับใส่ออกกำลังกายหรือใส่ในชีวิตประจำวัน
ตัวสายมีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่
- S – M รองรับข้อมือขนาด 120 – 200 มม.
- L – XL รองรับข้อมือขนาด 145 – 240 มม.
Garmin CIRQA Smart Band รองรับมาตรฐานกันน้ำระดับ 5ATM สำหรับกิจกรรมพื้นที่น้ำตื้น แต่ไม่กับกิจกรรมที่มีแรงดันน้ำสูง
มีสีให้เลือกทั้งหมด 4 สี คือมีสีให้เลือกทั้งหมด 4 สี คือ
- สี Black
- สี Captain Blue
- สี French Gray
- สี Mauve

ฟีเจอร์เด่นของ Garmin CIRQA Smart Band
เบื้องต้น Garmin CIRQA Smart Band สามารถบันทึกข้อมูลสุขภาพได้ตลอด 24 ชั่วโมง เช่น อัตราการเต้นหัวใจ, พลังงานร่างกาย, ระดับความเครียด, ออกซิเจนในเลือด, การนอนหลับ และอุณหภูมิร่างกายเป็นต้น
โดยทั้งหมดนี้สามารถใช้งานได้ฟรีเลยทันที เมื่อเริ่มต้นเชื่อมอุปกรณ์เข้ากับแอปพลิเคชัน Garmin Connect ไม่มีแพ็กเกจสมาชิกรายเดือนให้สมัคร และรองรับทั้งอุปกรณ์ Android หรือ iOS


- ติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง สามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจสูงหรือต่ำกว่าระดับที่กำหนด รวมถึงรองรับการวัดระดับออกซิเจนในเลือดด้วย Pulse Ox, อัตราการหายใจ, ความเครียด, อุณหภูมิผิวหนัง และการประมาณการเวลาตกไข่ในอดีตของคุณผู้หญิง
- รองรับกิจกรรมออกกำลังกายมากกว่า 80 ประเภท สามารถเลือกติดตามผ่านแอป Garmin Connect ครอบคลุมทั้งการเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ โยคะ พิลาทิส และอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามตำแหน่งของผู้ใช้ระหว่างทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ เมื่อเชื่อมต่อกับ GPS ของสมาร์ทโฟน
- การติดตามการนอนหลับขั้นสูง รองรับการติดตามตลอดคืน พร้อมแบ่งรายละเอียดแต่ละช่วงการนอน เช่น หลับตื้น หลับลึก อีกทั้งสามารถตรวจสอบเพื่อปรับสมดุลกับจังหวะการทำงานของร่างกายได้
- เช็กความพร้อมในการฝึก ช่วยให้รู้ว่าเมื่อใดควรเพิ่มความเข้มข้นในการออกกำลังกาย หรือวันไหนที่ควรพักผ่อน รวมถึงรองรับ VO2 Max เพื่อประเมินผลลัพธ์และระยะเวลาที่ร่างกายควรใช้ในการฟื้นตัว

ข้อมูลสเปค Garmin CIRQA Smart Band
- วัสดุตัวเรือน: โพลิเมอร์เสริมใย
- วัสดุสาย: ผ้า ComfortFit
- ขนาด (ไม่รวมเซ็นเซอร์): 27 x 42 x 9 มม.
- ขนาดสาย S – M: รองรับข้อมือ 120–200 มม.
- ขนาดสาย L – XL: รองรับข้อมือ 145–240 มม.
- น้ำหนักรวมสาย S – M: ประมาณ 20.7 กรัม
- น้ำหนักรวมสาย L – XL: ประมาณ 21.2 กรัม
- เซนเซอร์: ตรวจสอบความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด / ตรวจจับการเคลื่อนไหว
- แบตเตอรี่: ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 10 วัน
- การเชื่อมต่อ: Bluetooth, ANT+
- มาตรฐานการกันน้ำ: 5 ATM
- ค่าสมาชิกรายเดือน/ปี: ไม่มี
- สี: Black / Captain Blue / French Gray / Mauve
เหมาะกับ : ผู้ที่อยากติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง ใช้สายรัดวัสดุผ้า หรือผู้ใช้งานอุปกรณ์ Garmin ที่ใช้แอป Garmin Connect อยู่แล้ว
Polar Loop (GEN 2) ราคา 6,790 – 7,990 บาท
Polar เป็นแบรนด์เทคโนโลยีกีฬาสัญชาติฟินแลนด์ ก่อตั้งโดย Seppo Säynäjäkangas โดย Polar ได้จดสิทธิบัตรครั้งแรกในปี 1977 และพัฒนา Sport Tester PE 2000 ซึ่งเป็นอุปกรณ์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบไร้สายรุ่นบุกเบิกของอุตสาหกรรม หลังจากนั้นแบรนด์ได้ต่อยอดไปสู่อุปกรณ์สวมใส่สุขภาพ จนมาถึง POLAR Loop ที่ถือเป็นการนำองค์ความรู้เกือบ 50 ปีของ Polar มาอยู่ในรูปแบบสายรัดสุขภาพไร้หน้าจอ

ดีไซน์เรียบง่าย กะทัดรัด


ดีไซน์ Polar Loop ภายนอกดูเรียบง่ายคล้ายสายรัดข้อมือทั่วไปมากกว่าสมาร์ทวอทช์ สายรัดใช้วัสดุแบบ SoftWeave ตัวเรือนมีน้ำหนักรวมสายรัดเพียง 29 กรัม ไม่มีระบบสั่นแจ้งเตือน และไม่มีปุ่มควบคุม จึงไม่รบกวนสมาธิระหว่างวันหรือขณะนอนหลับ
รองรับมาตรฐานกันน้ำ WR30 (Water Resistant 30 เมตร) และสามารถสวมว่ายน้ำได้ แต่เหมาะกับกิจกรรมในน้ำทั่วไปมากกว่าการดำน้ำลึกหรือกิจกรรมทางน้ำที่มีแรงดันสูง


มีสีหลักให้เลือก 3 สี + สีพิเศษ (มีบวกราคาเพิ่มเติม)
- สี Night Black
- สี Greige Sand
- สี Brown Copper
- สี Soft Pink (สีพิเศษ)
- สี Nordic Teal (สีพิเศษ)
- สี Orange Flame (สีพิเศษ)
- สี Forest Green (สีพิเศษ)
- สี Ocean Blue (สีพิเศษ)
- สี Night Black (สีพิเศษ)
- สี Greige Sand (สีพิเศษ)
- สี Brown Copper (สีพิเศษ)
ฟีเจอร์เด่นของ Polar Loop
Polar Loop เป็นสายรัดข้อมือไร้หน้าจอที่เน้นการติดตามกิจกรรม การออกกำลังกาย การนอนหลับ และการฟื้นตัว โดยข้อมูลทั้งหมดสามารถดูได้ผ่านแอป Polar Flow และไม่มีค่าสมาชิก อีกทั้งมีแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 8 วัน

- ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง และความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจตอนกลางคืน
- นับจำนวนก้าวจากการทำกิจกรรมประจำวันต่างๆ
- แจ้งเตือนเมื่ออยู่นิ่งนานเกินไป
- กำหนดเป้าหมายการเคลื่อนไหวรายวันส่วนบุคคล ออกแบบโดยอิงจากข้อมูล อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง และเพศ
- Training Load Pro ช่วยประเมินว่าการออกกำลังกายแต่ละครั้งสร้างภาระให้กับระบบหัวใจและร่างกายมากเพียงใด เพื่อช่วยรักษาสมดุลระหว่างการออกกำลังกายและการพักฟื้น ลดโอกาสฝึกหนักเกินไป
- ตรวจจับการฝึกซ้อมอัตโนมัติ โดยไม่ต้องเริ่มบันทึกด้วยตนเองผ่านแอป Flow
- Nightly Recharge วัดการฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าในแต่ละวัน
- SleepWise วัดคุณภาพการนอนหลับโดยอัตโนมัติ
ข้อมูลสเปค Polar Loop
- วัสดุตัวเรือน: สเตนเลสสตีล
- ขนาด (ไม่รวมเซ็นเซอร์): 27 x 42 x 9 มม.
- น้ำหนัก: 29 กรัม
- เซนเซอร์: Precision Prime / OHR Gen 3.5 / Accelerometer
- แบตเตอรี่: ใช้งานสูงสุดประมาณ 8 วัน
- การเชื่อมต่อ: Bluetooth LE
- มาตรฐานการกันน้ำ: WR30
- ค่าสมาชิกรายเดือน/ปี: ไม่มี
- สี: Night Black / Greige Sand / Brown Copper
เหมาะกับ: คนชอบออกกำลังกายที่มีตารางฝึกซ้อมเป็นประจำ ต้องการรู้ว่าการออกกำลังกายแต่ละครั้งสร้างภาระต่อร่างกายมากแค่ไหน โดยมี Training Load Pro เป็นจุดเด่นที่ช่วยวิเคราะห์ความหนักของการฝึก และไม่มีค่าสมาชิก
Google Fitbit Air ราคา 5,690 – 6,990 บาท
ในปี 2007 Fitbit ก่อตั้งโดย James Park และ Eric Friedman ที่ต้องการนำเทคโนโลยีอุปกรณ์ติดตามใช้ช่วยผู้คนมีสุขภาพดีขึ้น ต่อมาในปี 2021 Google ประกาศซื้อกิจการ Fitbit เพื่อนำมาต่อยอดกับเทคโนโลยีและ AI ของ Google จนปัจจุบัน Fitbit กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสินค้าสุขภาพและอุปกรณ์สวมใส่ของ Google รวมถึงสายรัดข้อมือสุขภาพไร้หน้าจออย่าง Fitbit Air

ดีไซน์บางเบา มีให้เลือกหลายสี
Google Fitbit Air เป็นสายรัดข้อมือไร้หน้าจอที่เน้นความเรียบง่าย ตัวเซนเซอร์มีขนาดเล็กและน้ำหนักรวมสายประมาณ 12 กรัม จึงเหมาะกับการสวมติดตามสุขภาพทั้งกลางวันและกลางคืน และมีหลายดีไซน์วัสดุให้เลือก
Performance Loop : ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ปรับขนาดได้อย่างละเอียดเพื่อให้กระชับและระบายอากาศได้ดี
Active Band : ทำจากซิลิโคนกันเหงื่อและกันน้ำ ได้ลุคสปอร์ต
สีรุ่น Performance Loop / Active: Lavender, Obsidian, Berry, Fog


Elevated Modern Band : ดีไซน์เรียบหรูและมีสไตล์แฟชันที่มีความคลาสสิก
สีรุ่น Elevated Modern: Obsidian, Moonstone, Porcelain
รุ่นพิเศษดีไซน์โดย Stephen Curry แชมป์ NBA โดยมาในสีน้ำตาลสุดหรูและสีส้มสดใส และลายพิมพ์ด้านในแบบนูนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลายเส้นบนชุดแข่ง



ฟีเจอร์เด่น Google Fitbit Air
Google Fitbit Air รองรับกิจกรรมการออกกำลังกายที่หลากหลาย โดยข้อมูลจะถูกส่งไปยังแอป Google Health ซึ่งรองรับทั้ง Android และ iOS รวมถึงไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกเพื่อใช้ฟังก์ชันพื้นฐาน
แต่ฟีเจอร์ขั้นสูงอย่าง Health Coach มี Ai Gemini สรุปข้อมูลต่าง ๆ เพื่อรับคำแนะนำ ต้องสมัครสมาชิก Google Health Premium (ประมาณ 320 บาท/เดือน)
- ติดตามกิจกรรมตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็น จำนวนก้าว, ระยะทาง, แคลอรีที่เผาผลาญ, โซนอัตราการเต้นหัวใจ และอื่น ๆ
- ตรวจวัด SpO2 ระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นหัวใจขณะพัก, ความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวหนัง
- ตรวจสอบจังหวะการเต้นของหัวใจขณะที่ผู้ใช้อยู่นิ่งหรือนอนหลับ (AFib) ค้นหาสัญญาณที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจ



- ระบบ Sleep Stages สามารถแบ่งช่วงการนอนออกเป็นระยะต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจคุณภาพการพักผ่อนของตัวเองได้ละเอียดขึ้น
- ระบบ Sleep Score จะสรุปภาพรวมการนอนให้อยู่ในรูปแบบคะแนนที่ดูได้ง่าย
- Google Health Coach โค้ช AI Gemini สุขภาพส่วนตัว (พรีเมียม) ช่วยสร้างแผนออกกำลังกายรายสัปดาห์ แนะนำการนอน พร้อมปรับคำแนะนำตามสถานการณ์จริง, การเดินทางข้าม Time Zone, หรือต้องการเพิ่ม/ลดความหนักของการฝึก


Google Health แบ่งฟีเจอร์เป็น 2 ระดับ
โดย Base ที่ใช้งานร่วมกับ Google Fitbit Air ครอบคลุมการติดตามกิจกรรม เช่น จำนวนก้าว, แคลอรี, ระยะทาง Cardio Load, การนอน, อัตราการเต้นหัวใจ HRV, อัตราการหายใจ SpO₂ ตลอดจนการบันทึกน้ำหนัก อาหาร น้ำดื่ม อารมณ์
ส่วน Premium จะรวมฟีเจอร์ Base ทั้งหมด พร้อมเพิ่ม Google Health Coach ที่ใช้ Gemini ช่วยตอบคำถามสุขภาพ วางแผนออกกำลังกาย วิเคราะห์การนอน ให้คำแนะนำ สรุปข้อมูล และเข้าถึงการออกกำลังกายกับกิจกรรมฝึกสมาธิแบบเฉพาะบุคคล
ข้อมูลสเปค Google Fitbit Air
- วัสดุ: พลาสติกโพลีคาร์บอเนต / PBT รีไซเคิล / ผ้า (ขึ้นอยู่รุ่น)
- ขนาด (ไม่รวมเซ็นเซอร์): 34.7 x 17 x 8.3 มม.
- น้ำหนัก: 12 กรัม
- เซนเซอร์: เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคอล / เซ็นเซอร์วัดความเร่ง 3 แกน + ไจโรสโคป / เซ็นเซอร์วัดออกซิเจน (SpO2) / เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิของอุปกรณ์
- แบตเตอรี่: ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 7 วัน ระยะเวลาการชาร์จ (0-100%) ใน 90 นาที
- การเชื่อมต่อ: Bluetooth 5.0
- มาตรฐานการกันน้ำ: 5 ATM
- ค่าสมาชิกรายเดือน/ปี: มีให้เลือกสมัครแบบ Premium
- สีรุ่น Performance Loop / Active: Lavender, Obsidian, Berry, Fog
- สีรุ่น Elevated Modern: Obsidian, Moonstone, Porcelain
- สีพิเศษ: Stephen Curry
เหมาะกับ: ผู้ใช้ที่ต้องการสายรัดน้ำหนักเบา สามารถเชื่อมต่อกับระบบ Google ได้ และไม่ต้องการจ่ายค่าสมาชิกเพื่อใช้ฟังก์ชันพื้นฐาน
Amazfit Helio Strap ราคา 2,890 บาท (ราคาเปิดตัว)
Amazfit เป็นแบรนด์อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 ภายใต้บริษัท Huami และพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะให้กับ Xiaomi ก่อนที่บริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น Zepp Health ในปี 2021 ปัจจุบัน Amazfit มีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่สมาร์ทวอทช์และสายรัดข้อมือสุขภาพอย่าง Amazfit Helio Strap ที่ให้ฟีเจอร์สุขภาพและการออกกำลังกายค่อนข้างครบ ในราคาที่เข้าถึงง่าย และไม่เสียค่าสมาชิก

ดีไซน์สีดำสุดเท่ แมทช์ได้ทุกลุค

Amazfit Helio Strap มาด้วยดีไซน์สีดำ มีวัสดุตัวเรือนเป็นโพลีเมอร์เสริมใยไฟเบอร์ ตัวสายเป็นวัสดุไนลอน ให้ความทนทาน น้ำหนัก 20 กรัม มีความกระชับกับแขนเพื่อช่วยลดการรบกวนจากการเคลื่อนไหวเมื่อมีการงอข้อมือ, จับสิ่งของ, เหงื่อออก หรือเคลื่อนไหวในระหว่างการฝึกซ้อม
มีมาตรฐานกันน้ำระดับ 5 ATM แต่ไม่เหมาะสำหรับการดำน้ำหรือกิจกรรมทางน้ำที่มีแรงดันสูง


Amazfit Helio Strap มีแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 10 วัน และชาร์จด้วยหัวชาร์จแม่เหล็ก (ในกล่องไม่รวมสายชาร์จ USB-C)
ฟีเจอร์เด่น Amazfit Helio Strap
- ฟีเจอร์ BioCharge จะนำข้อมูลจากการพักผ่อน, ทำกิจกรรม, ความเครียด และการออกกำลังกายมาวิเคราะห์ ช่วยวางแผนและแนะนำให้ผู้ใช้ว่าควรออกกำลังกายหรือพักฟื้นแบบใดเพิ่มเติม
- ติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเซนเซอร์ BioTracker 6.0 PPG เพื่อเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง



- รองรับโหมดกีฬามากกว่า 50 แบบ ไม่ว่าจะเป็น การวิ่งและการเดิน, การปั่นจักรยาน, การออกกำลังกายในร่ม, กีฬาประเภทลูกบอล, กีฬาประเภทลูกบอล และ HYROX Race Mode โดยจะเก็บข้อมูลเรียลไทม์ตลอดการฝึก ไม่ว่าจะเป็น อัตราการเต้นของหัวใจระหว่างวิ่ง สามารถการจับเวลาแต่ละด่านของการฝึก HYROX ไปจนถึงติดตามระยะเวลาช่วงฟื้นตัวและอัตราการฟื้นตัวของร่างกาย

- แอป Zepp ทำงานได้ทั้งบน Android และ iOS โดยจะแสดงข้มูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะค่า VO2 max, อัตราการเต้นหัวใจ, ปริมาณการฝึก, ผลของการฝึก และเวลาพักฟื้น เพื่อเก็บข้อมูลและวิเคราะห์การออกกำลังกายของผู้ใช้ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไปยังแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Strava, TrainingPeaks, adidas Running, Runna, komoot, Relive, Apple Health เพื่อให้ข้อมูลการออกกำลังกายของผู้ใช้เชื่อมถึงกันเสมอ
ข้อมูลสเปค Amazfit Helio Strap
- วัสดุตัวเรือน:โพลีเมอร์เสริมใยไฟเบอร์
- วัสดุสายรัด: ไนลอน
- ขนาด (ไม่รวมเซ็นเซอร์): 33.97 x 24.3 x 10.59 มม.
- น้ำหนัก: 20 กรัม
- เซนเซอร์: BioTracker 6.0 PPG
- แบตเตอรี่: ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 10 วัน
- การเชื่อมต่อ: Bluetooth 5.2, BLE
- มาตรฐานการกันน้ำ: 5 ATM
- ค่าสมาชิกรายเดือน/ปี: ไม่มี
- สี: ดำ
เหมาะกับ: ผู้ที่มองหาความคุ้มค่า เล่นกีฬาหลายประเภท โดยเฉพาะการฝึก HYROX และอยากติดตามการฝึกซ้อมโดยไม่มีค่าสมาชิกรายเดือน/ปี
สำหรับราคาเปิดตัวปี 2025 ของ Amazfit Helio Strap อยู่ที่ 2,890 บาท แต่ปัจจุบันปี 2026 มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วง 4,290 – 5,200 บาท (ขึ้นอยู่กับร้านค้าตัวแทนจำหน่าย)
WHOOP 5.0 ONE ราคา 9,990 บาท – 10,990 บาท (รวม Membership 12 เดือน)
WHOOP เป็นบริษัทเทคโนโลยีสวมใส่จากสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 จุดเริ่มต้นจากประสบการณ์ของ William Ahmed (ผู้ก่อตั้ง) เคยเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัย และต้องการรู้ว่าการฝึกหนัก การนอนหลับ และการพักฟื้นส่งผลต่อร่างกายอย่างไร เขาจึงศึกษางานวิจัยทางการแพทย์ และพบว่าการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจและความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ ตลอด 24 ชม. สามารถช่วยประเมินความพร้อมและลดความเสี่ยงจากการฝึกหนักเกินไปได้ แนวคิดดังกล่าวถูกพัฒนามาเป็นสายรัด WHOOP 5.0 ONE ไร้หน้าจอ ในปัจจุบัน


ดีไซน์สวยหรู มีให้เลือกหลายสไตล์
WHOOP 5.0 ONE มาในรูปแบบสายรัดข้อมือไร้หน้าจอ ไม่มีปุ่ม ตัวเรือนมีน้ำหนักประมาณ 26.5 กรัม รองรับมาตรฐานกันน้ำ IP68 สามารถอยู่ในน้ำได้ลึกถึง 10 เมตร วัสดุใช้เป็น CoreKnit เป็นผ้ายืดหยุ่นสีดำ
แต่สามารถเลือกดีไซน์ สี และวัสดุอื่น ๆ ได้เพิ่มเติมเพื่อให้สามารถแมทช์กับลุคของแต่ละคนได้ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
- CoreKnit: ผ้าถักเนื้อนุ่ม ยืดหยุ่นได้ดี (มาพร้อมกับ WHOOP One)
- SuperKnit: แข็งแรงทนทานเพื่อการใช้งานประสิทธิภาพสูง
- SuperKnit Luxe: ผิวสัมผัสระดับพรีเมียม
- SportFlex: ซิลิโคน เหมาะสำหรับการออกกำลังกายอย่างหนัก
- CloudKnit / CloudKnit Luxe: เหมาะลุคแฟชันในชีวิตประจำวัน
- LeatherLuxe: ดีไซน์หนังแท้หรูหรา ไม่กันน้ำ/เหงื่อ
- CoreKnit Bicep: สำหรับสวมใส่บริเวณต้นแขน (เช่น กีฬาที่ต้องมีการปะทะ)

ฟีเจอร์เด่นของ WHOOP 5.0 ONE
WHOOP 5.0 ONE ออกแบบมาสำหรับคนชอบดูข้อมูลสุขภาพเชิงลึก โดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ และต้องการรู้ว่าในแต่ละวันร่างกายพร้อมซ้อมหนักแค่ไหน โดยรุ่นนี้เป็นแพ็กเกจเริ่มต้น โดยข้อมูลทั้งหมดจะแสดงผ่านแอป WHOOP ใช้ได้ทั้ง Android และ iOS และตัวเรือนมีแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 14 วัน
อีกทั้งจำเป็นต้องสมัครค่าสมาชิกรายเดือนเพื่อใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ($199 ต่อปี ประมาณ 6,653 บาท)



- ติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง วัด VO2 Max, โซนอัตราการเต้นหัวใจ, HRV, การนอน, ความเครียด
- Haptic Alarm หรือระบบปลุกแบบสั่น ช่วยให้ผู้ใช้ตื่นด้วยแรงสั่นจากอุปกรณ์แทนเสียงปลุกจากโทรศัพท์
- Sleep Tracking
- Sleep Stages วิเคราะห์ช่วงหลับตื้น, หลับลึก (Deep Sleep) และ REM Sleep
- Wake Events บันทึกการตื่นกลางดึกกี่ครั้งอย่างละเอียด
- Sleep Performance ให้คะแนนประสิทธิภาพการนอน
- Strain Score วัดระบบหัวใจและหลอดเลือดและกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกาย ใช้ประเมินความหนักที่ร่างกายได้รับจากการออกกำลังกายและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
- Recovery ช่วยประเมินว่าวันนี้เหมาะกับการซ้อมหนัก ออกกำลังกายระดับปานกลาง หรือควรพักฟื้น
- รองรับการติดตามรอบเดือน
ข้อมูลสเปค WHOOP 5.0 ONE
- วัสดุสาย: CoreKnit (รุ่นหลัก) / SuperKnit / SuperKnit Luxe / SportFlex CloudKnit / CloudKnit Luxe / LeatherLuxe / CoreKnit Bicep
- ขนาด: 34.7 x 24. x 10.6 มม.
- น้ำหนัก: 26.5 กรัม
- เซนเซอร์: เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ / เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (Accelerometer)
- แบตเตอรี่: ใช้งานสูงสุดถึง 14 วัน
- การเชื่อมต่อ: Bluetooth
- มาตรฐานการกันน้ำ: IP68 สามารถอยู่ในน้ำได้ลึกถึง 10 เมตร
- ค่าสมาชิกรายเดือน/ปี: $199 ต่อปี ประมาณ 6,653 บาท
- สี: สีดำ Jet Black
เหมาะกับ: ผู้ที่รักในการออกกำลังกาย พัฒนาประสิทธิภาพการฝึกอย่างจริงจัง และอยากเริ่มต้นใช้งาน WHOOP ในงบเข้าถึงได้
เทียบสเปค Garmin Cirqa, POLAR Loop, Fitbit Air, Amazfit Helio, Whoop
| Garmin CIRQA Smart Band | Polar Loop | Google Fitbit Air | Amazfit Helio Strap | WHOOP 5.0 ONE | |
| ขนาดตัวเรือน (ไม่รวมเซนเซอร์) | 27 x 42 x 9 มม. | 27 x 42 x 9 มม. | 34.7 x 17 x 8.3 มม. | 33.97 x 24.3 x 10.59 มม. | 34.7 x 24 x 10.6 มม |
| น้ำหนัก | 20.7 – 21.2 กรัม | 29 กรัม | 12 กรัม | 20 กรัม | 26.5 กรัม |
| การออกแบบ และวัสดุ | โพลีเมอร์เสริมใยไฟเบอร์ (ตัวเรือน) / ผ้า ComfortFit (สายรัด) | สเตนเลสสตีล (ตัวเรือน) SoftWeave (สายรัด) | พลาสติกโพลีคาร์บอเนต (สายรัด) / PBT รีไซเคิล (สายรัด) / ผ้า (สายรัด) | โพลีเมอร์เสริมใยไฟเบอร์ (ตัวเรือน) ไนลอน (สายรัด) | CoreKnit SuperKnit SuperKnit Luxe SportFlex CloudKnit CloudKnit Luxe LeatherLuxe CoreKnit Bicep |
| เซนเซอร์ | ออกซิเจนในเลือด + ตรวจจับการเคลื่อนไหว | Precision Prime + OHR Gen 3.5 + Accelerometer | อัตราการเต้นของหัวใจ + วัดความเร่ง 3 แกน + ไจโรสโคป + วัดออกซิเจน (SpO2) + วัดอุณหภูมิของอุปกรณ์ | BioTracker 6.0 PPG | อัตราการเต้นของหัวใจ + ตรวจจับการเคลื่อนไหว |
| แบตเตอรี่ | ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 10 วัน | ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 8 วัน | ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 7 วัน | ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 10 วัน | ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 14 วัน |
| การเชื่อมต่อ | Bluetooth, ANT+ | Bluetooth LE | Bluetooth 5.0 | Bluetooth 5.2, BLE | Bluetooth |
| มาตรฐานการกันน้ำ | 5 ATM | WR30 | 5 ATM | 5 ATM | IP68 |
| ค่าสมาชิกรายเดือน/ปี | ไม่มี | ไม่มี | มีให้เลือกสมัครแบบ Premium (ประมาณ 320 บาท/เดือน) | ไม่มี | $199 ต่อปี (ประมาณ 6,653 บาท) |
| ราคา | 6,990 บาท | 6,790 – 7,990 บาท | 5,690 – 6,990 บาท | 2,890 บาท (ราคาเปิดตัว) 4,290 – 5,990 บาท (ราคาปัจจุบัน ) | 9,990 บาท – 10,990 บาท (รวม Membership 12 เดือน) |
เลือกสายรัดข้อมือไร้หน้าจอรุ่นไหนดี?
- มีจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
- Garmin CIRQA Smart Band (ราคา 6,990 บาท) รับประกัน 2 ปี
- มีหลากหลายดีไซน์ให้เลือก
- Google Fitbit Air ราคา 5,990 – 6,990 บาท
- POLAR Loop (ราคา 6,790 – 7,990 บาท)
- WHOOP 5.0 ONE (ราคา 9,990 บาท – 10,990 บาท)
- ไม่ต้องการเสียค่าสมัครสมาชิก
- Amazfit Helio Strap (ราคา 4,290 – 5,200 บาท)
- POLAR Loop (ราคา 6,790 – 7,990 บาท)
- Garmin CIRQA Smart Band (ราคา 6,990 บาท)
- แบตเตอรี่ใช้ได้ยาวนานที่สุด
- WHOOP 5.0 ONE ใช้ได้นานสูงสุด 14 วัน (ราคา 9,990 บาท – 10,990 บาท)
- ต้องการฝึกแบบ HYROX
- Amazfit Helio Strap มีโหมด HYROX (ราคา 4,290 – 5,200 บาท)

13 hours ago
1






English (US) ·