โลกแตกเมื่อไหร่? เปิดจดหมายลับ "ไอแซก นิวตัน" เคยคำนวณปีสิ้นยุคไว้!

13 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

นิวตันทำนายโลกจบปี 2060? เปิดที่มาจดหมายโบราณ กับความจริงที่หลายคนอาจเข้าใจผิด

จากแรงโน้มถ่วงสู่คำทำนายวันสิ้นโลก นิวตันเคยเขียนถึงปี 2060 ไว้อย่างไร

เซอร์ไอแซก นิวตัน (Sir Isaac Newton) เป็นหนึ่งในนักคิดผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก จากผลงานด้านกฎการเคลื่อนที่ แรงโน้มถ่วง และคณิตศาสตร์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขายังให้ความสนใจอย่างลึกซึ้งกับศาสนา คัมภีร์ไบเบิล และคำทำนายเกี่ยวกับจุดสิ้นสุดของยุคสมัย

หนึ่งในเอกสารที่ถูกพูดถึงมาก คือจดหมายของนิวตันในปี ค.ศ. 1704 ซึ่งมีการคำนวณเกี่ยวกับ “จุดสิ้นสุดของยุค” โดยตัวเลขที่ถูกโยงมากที่สุดคือปี ค.ศ. 2060 อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำยืนยันว่าโลกจะแตกจริงในปีดังกล่าว

นิวตันไม่ได้เป็นแค่นักวิทยาศาสตร์ในความหมายปัจจุบัน

แม้ทุกวันนี้นิวตันจะถูกจดจำในฐานะนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ในยุคของเขา คำว่า “วิทยาศาสตร์” ยังไม่ได้ถูกใช้ในความหมายเดียวกับปัจจุบัน นิวตันถูกมองว่าเป็น “นักปรัชญาธรรมชาติ” ผู้ศึกษาธรรมชาติ คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ ศาสนา และประวัติศาสตร์ควบคู่กันไป

สำหรับนิวตัน การทำความเข้าใจโลกธรรมชาติและการตีความคัมภีร์ศาสนาไม่ใช่เรื่องที่แยกขาดจากกัน เขาเชื่อว่าความจริงเกี่ยวกับพระเจ้าอาจค้นพบได้ทั้งจากธรรมชาติและจากพระคัมภีร์

จดหมายปี 1704 และตัวเลข 2060

ในจดหมายปี ค.ศ. 1704 นิวตันได้เขียนการคำนวณเกี่ยวกับช่วงเวลาในคำทำนาย โดยอ้างอิงตัวเลขจากหนังสือดาเนียล (Book of Daniel) และหนังสือวิวรณ์ (Book of Revelation) ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่ถูกเชื่อมโยงกับคำทำนายเรื่องจุดสิ้นสุดของยุคสมัย

ตัวเลขสำคัญที่นิวตันใช้คือ 1,260 วัน โดยเขาตีความตามหลัก “หนึ่งวันแทนหนึ่งปี” ซึ่งเป็นแนวทางการตีความคำทำนายทางศาสนาที่พบในกลุ่มคริสเตียนบางนิกายในยุคนั้น

ทำไมจึงเริ่มนับจากปี ค.ศ. 800?

นิวตันเชื่อมโยงปี ค.ศ. 800 เข้ากับเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ศาสนาและการเมืองในยุโรป โดยปีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการสถาปนาจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

เมื่อนิวตันนำปี ค.ศ. 800 มาบวกกับช่วงเวลา 1,260 ปี ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นปี ค.ศ. 2060 ซึ่งเป็นที่มาของกระแสว่า “นิวตันทำนายวันสิ้นโลกไว้ที่ปี 2060”

นิวตันไม่ได้ฟันธงว่าโลกจะแตกในปี 2060

ประเด็นสำคัญคือ นิวตันไม่ได้เขียนในลักษณะยืนยันแบบเด็ดขาดว่าโลกจะสิ้นสุดลงในปี 2060 ตรงกันข้าม เขาระบุด้วยว่าเหตุการณ์อาจเกิดช้ากว่านั้นได้ แต่ไม่เห็นเหตุผลว่าจะเกิดเร็วกว่านั้น

นอกจากนี้ นิวตันยังระมัดระวังอย่างมากต่อการกำหนดวันสิ้นโลก เพราะเขากังวลว่าการทำนายผิดพลาดซ้ำ ๆ ของมนุษย์จะทำให้คำทำนายทางศาสนาถูกมองว่าไม่น่าเชื่อถือ

“วันสิ้นโลก” ในความหมายของนิวตัน อาจไม่ใช่โลกแตกแบบภาพยนตร์

คำว่า “วันสิ้นโลก” ในบริบทของนิวตัน อาจไม่ได้หมายถึงโลกถูกทำลายแบบภาพยนตร์ภัยพิบัติ แต่เกี่ยวข้องกับการสิ้นสุดของยุคสมัยหนึ่ง และการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคใหม่ตามความเชื่อในคัมภีร์ไบเบิล

ตามแนวคิดทางศาสนาที่นิวตันศึกษา เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเสด็จกลับมาของพระคริสต์ การล่มสลายของศาสนจักรที่เขามองว่าเสื่อมทราม และการสถาปนายุคแห่งสันติภาพใหม่

เหตุใดนักวิทยาศาสตร์อย่างนิวตันจึงสนใจคำทำนาย?

ในมุมมองปัจจุบัน อาจดูแปลกที่นักวิทยาศาสตร์ระดับนิวตันจะสนใจคำทำนายทางศาสนาอย่างจริงจัง แต่ในศตวรรษที่ 17-18 ความรู้ด้านธรรมชาติ ศาสนา และปรัชญายังเกี่ยวพันกันอย่างแนบแน่น

นิวตันจึงไม่ได้มองว่าการศึกษาคัมภีร์เป็นสิ่งตรงข้ามกับการศึกษาธรรมชาติ แต่เห็นว่าทั้งสองอย่างเป็นเส้นทางในการค้นหาความจริงเกี่ยวกับโลก จักรวาล และพระเจ้า

ควรอ่านคำทำนายปี 2060 อย่างไร?

เรื่อง “นิวตันทำนายโลกจบปี 2060” ควรอ่านในฐานะประวัติศาสตร์ความคิดและการตีความทางศาสนา มากกว่าจะมองว่าเป็นคำพยากรณ์ที่ยืนยันได้จริง

แม้ตัวเลข 2060 จะชวนให้เกิดความสนใจ แต่หลักฐานที่มีสะท้อนว่า นิวตันเองก็ไม่ได้ต้องการให้ผู้คนตื่นตระหนกกับวันสิ้นโลก ตรงกันข้าม เขาต้องการหยุดยั้งการคาดเดาแบบบุ่มบ่ามที่อาจทำให้คำทำนายทางศาสนาเสื่อมความน่าเชื่อถือ

ท้ายที่สุด จดหมายของไอแซก นิวตันในปี 1704 มีการคำนวณที่โยงไปถึงปี ค.ศ. 2060 จริง แต่ไม่ควรสรุปว่าเขาฟันธงว่าโลกจะแตกในปีนั้น เพราะบริบทของเอกสารเกี่ยวข้องกับการตีความคัมภีร์และแนวคิดเรื่องการสิ้นสุดของยุคสมัย

เรื่องนี้จึงน่าสนใจไม่ใช่เพียงเพราะตัวเลข 2060 แต่เพราะทำให้เห็นอีกด้านของนิวตัน ผู้ไม่ได้ค้นหาคำตอบเฉพาะจากกฎธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังพยายามทำความเข้าใจชะตาของโลกผ่านศาสนา ประวัติศาสตร์ และความเชื่อของยุคสมัยด้วย

 

Read Entire Article