ใกล้ตัวกว่าที่คิด! แพทย์เปิดเผย "5 กลิ่นที่ทำลายไตมากที่สุด" ควันธูปยังได้แค่ที่ 2

9 hours ago 2
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

แพทย์เผย "5 กลิ่นหอมอันตราย" ทำลายไตไม่รู้ตัว! ควันธูปแค่ที่ 2 ส่วนอันดับ 1 อบอุ่นที่สุดแต่เสี่ยงที่สุด

หลายคนทราบดีว่าการปกป้องไตต้องเริ่มต้นจากการ "ลดเค็ม ลดหวาน" ในมื้ออาหาร แต่รู้หรือไม่ว่า "กลิ่นหอม" ที่เราสูดดมอยู่ทุกวัน ก็อาจเป็นเพชฌฆาตเงียบที่ทำลายไตได้เช่นกัน

นพ.หง หย่งเสียง อายุรแพทย์โรคไต จากไต้หวัน ได้ออกมาเตือนผ่านแฟนเพจว่า กลิ่นหอมหลายชนิดในชีวิตประจำวันแฝงไปด้วยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs), สารกลุ่มพลาสติไซเซอร์ (Plasticizer), สารคงสภาพกลิ่น หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยคุณหมอได้จัดอันดับ "5 กลิ่นหอมทำลายไต" ที่พบได้บ่อยที่สุด ดังนี้

จัดอันดับ 5 กลิ่นหอมอันตรายที่เป็นภัยเงียบต่อไต

  • อันดับ 5: กลิ่นน้ำหอมราคาถูก
    ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Research (2021) ระบุว่า น้ำหอมและเครื่องสำอางตามท้องตลาดมักเติมสารพลาสติไซเซอร์ เช่น DEP เพื่อช่วยให้กลิ่นติดทนนาน สารเหล่านี้ไม่เพียงแต่รบกวนระบบต่อมไร้ท่อ แต่เมื่อสารเมแทบอไลต์ถูกขับออกทางปัสสาวะ ก็อาจทำให้เซลล์ท่อไตบุบสลายและเกิดความเสียหายได้
  • อันดับ 4: กลิ่นหอมฟุ้งจากเสื้อผ้า (น้ำยาปรับผ้านุ่ม/น้ำยาซักผ้าสูตรกลิ่นติดทน)
    กลิ่นหอมที่ติดทนบนเสื้อผ้านานหลายวันมักเกิดจากการใช้สารเคมีคงสภาพกลิ่น งานวิจัยจาก University of Washington พบว่า ลมร้อนที่ปล่อยออกมาจากเครื่องอบผ้าที่ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม มีสารระเหยที่เป็นพิษหลายชนิด (เช่น อะเซทาลดีไฮด์) การสูดดมสารเคมีสังเคราะห์เหล่านี้เป็นเวลานานจะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบเรื้อรัง และเพิ่มภาระในการขับสารพิษของไต
  • อันดับ 3: น้ำหอมปรับอากาศในรถยนต์หรือห้องน้ำ
    การใช้สิ่งเหล่านี้ในพื้นที่ปิดจะทำให้ความเข้มข้นของสารพิษสูงขึ้น งานวิจัยจาก UC Berkeley ยืนยันว่า น้ำหอมปรับอากาศในอาคารหลายชนิดมีสาร "เทอร์พีน (Terpenes)" ในปริมาณสูง ซึ่งเมื่อทำปฏิกิริยากับโอโซนในอากาศ จะเกิดเป็นอนุภาคขนาดเล็กมากและสารฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งการรับสารเหล่านี้ในระยะยาวไม่เพียงทำลายระบบทางเดินหายใจ แต่ยังส่งผลพิษต่อตับและไตอย่างชัดเจน
  • อันดับ 2: กลิ่นธูปศักดิ์สิทธิ์ (ธูปเส้น/ไม้จันทน์หอม)
    งานวิจัยระยะยาวในวารสาร Environment International พบว่า การเผาธูปจะปล่อยฝุ่นละออง PM2.5 สารกลุ่มโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) และโลหะหนักในความเข้มข้นสูง การสูดดมควันธูปขณะไหว้พระจะทำให้อนุภาคขนาดเล็กเหล่านี้ผ่านถุงลมเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดแข็งตัว และนำไปสู่ความเสื่อมของฟังก์ชันไตในทางอ้อม
  • อันดับ 1: กลิ่นหอมของกับข้าวฝีมือแม่ (ควันน้ำมันในห้องครัว)
    กลิ่นที่อบอุ่นที่สุดแต่กลับอันตรายที่สุด! กลิ่นหอมจากการผัดไฟแรงหรือการปิ้งย่าง แท้จริงแล้วคือผลผลิตจากการสลายตัวของไขมันภายใต้ความร้อนสูง วารสาร Occupational and Environmental Medicine ระบุว่า ควันน้ำมันในห้องครัวอุดมไปด้วยสาร PAHs ซึ่งคุณหมอเน้นย้ำว่า สารพิษชนิดนี้ไม่ว่าจะเข้าสู่ร่างกายด้วยการ "กิน" หรือ "ดม" ต่างก็สร้างความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) รุนแรงในร่างกาย และเป็นเพชฌฆาตเงียบที่ก่อให้เกิดโรคไตเรื้อรัง

iStockphoto

คำแนะนำจากแพทย์: ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัยของไต

นพ.หง หย่งเสียง ทิ้งท้ายว่า การชื่นชอบในกลิ่นหอมไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ต้องให้อากาศถ่ายเทและลดความเข้มข้นของกลิ่นลง" เช่น การเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรไม่มีน้ำหอม (無香配方) รวมถึงในขณะทำอาหารหรือจุดธูปไหว้พระ จะต้องเปิดเครื่องดูดควันหรือเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศทุกครั้ง เพื่อไม่ให้กลิ่นหอมที่สร้างความสุขกลายมาเป็นภาระหนักหน่วงที่ทำลายไตโดยไม่รู้ตัว

สรุป 5 กลิ่นหอมเสี่ยงโรคไต

สารเคมีและมลพิษที่แฝงมากับกลิ่นหอมรอบตัวสามารถซึมเข้าสู่ร่างกายและสะสมจนทำลายระบบหลอดเลือดและเซลล์ไตได้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่โปร่งโล่งและลดการใช้สารเคมีแต่งกลิ่นสังเคราะห์ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการชะลอความเสื่อมของไตที่หลายคนมักมองข้าม

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
Read Entire Article