ไดโนเสาร์เดินยังไง? ทำไม "รอยตีน" ยังคงประทับอยู่นานนับร้อยล้านปี

6 hours ago 2
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

ไดโนเสาร์เดินยังไง? ทำไม "รอยตีน" ยังคงอยู่มาได้นานนับร้อยล้านปี กรมทรัพยากรธรณีไขคำตอบ

จากกรณีรายงานการค้นพบร่องรอยปริศนาที่มีลักษณะคล้ายรอยตีนไดโนเสาร์ในพื้นที่อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพลงในกลุ่ม "นี่ตัวอะไร" พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า ร่องรอยที่พบตามบริเวณลำธารในป่าอาจเป็นรอยตีนไดโนเสาร์หรือไม่ จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์

กรมทรัพยากรธรณีเปิดเผยว่า จากการพิจารณาภาพเบื้องต้น พบว่าร่องรอยดังกล่าวมีลักษณะคล้ายรอยตีนของไดโนเสาร์กินเนื้อ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์จริงหรือไม่ เนื่องจากจำเป็นต้องตรวจสอบลักษณะทางธรณีวิทยาและรายละเอียดของรอยประทับในพื้นที่จริง

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณีได้ประสานข้อมูลกับผู้ค้นพบแล้ว และเตรียมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่จากกองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ และสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เพื่อพิจารณาว่าร่องรอยดังกล่าวเป็นรอยตีนไดโนเสาร์จริงหรือเป็นร่องรอยที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติ

รอยตีนไดโนเสาร์บนหิน เกิดขึ้นได้อย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมรอยเท้าที่เราเหยียบลงบนหาดทรายจึงถูกคลื่นซัดหายไปภายในเวลาไม่นาน แต่รอยตีนไดโนเสาร์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบหรือหลายร้อยล้านปีก่อน กลับยังคงปรากฏอยู่บนแผ่นหินให้เราเห็นในปัจจุบัน หรือไดโนเสาร์ต้องมีน้ำหนักมหาศาลขนาดไหน ถึงสามารถเหยียบหินแข็งจนกลายเป็นรอยเท้าได้?

ล่าสุด กรมทรัพยากรธรณี โดยกองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ และสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 ได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเกิดรอยตีนไดโนเสาร์ พร้อมอธิบายว่า ความจริงแล้วไดโนเสาร์ไม่ได้เหยียบลงบนหินแข็งจนเกิดรอย แต่ร่องรอยเหล่านี้เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติที่ต้องอาศัยสภาพแวดล้อมเหมาะสม และใช้เวลานานหลายล้านปีกว่าจะกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์

กรมทรัพยากรธรณีอธิบายว่า รอยตีน (Footprint) ในทางธรณีวิทยาหมายถึงรอยประทับที่เกิดจากการเหยียบย่ำของสิ่งมีชีวิตบนพื้นตะกอน ซึ่งหากได้รับการเก็บรักษาไว้ตามธรรมชาติก็สามารถกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ประเภทร่องรอย หรือ Trace Fossil ได้ แตกต่างจากฟอสซิลกระดูกหรือฟัน เพราะเป็นหลักฐานของกิจกรรมที่สิ่งมีชีวิตเคยทำขณะยังมีชีวิตอยู่

ในอดีต เมื่อไดโนเสาร์เดินผ่านบริเวณริมแม่น้ำ ทะเลสาบ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีดินโคลนและทรายอ่อนนุ่ม น้ำหนักตัวจะกดให้เกิดรอยประทับบนพื้นผิว แต่รอยเหล่านั้นไม่ได้กลายเป็นหินทันที หากต้องผ่านกระบวนการสะสมตัวของตะกอนและการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาเป็นเวลายาวนาน

กรมทรัพยากรธรณี

4 ขั้นตอนที่ทำให้รอยตีนไดโนเสาร์อยู่ได้นานนับล้านปี

กระบวนการเกิดรอยตีนไดโนเสาร์ที่กลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ สามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายได้เป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้

1. ไดโนเสาร์เหยียบลงบนดินโคลนที่เปียกชื้น

เมื่อไดโนเสาร์เดินผ่านพื้นที่ที่มีตะกอนอ่อนนุ่ม เช่น ริมแม่น้ำหรือแอ่งโคลน น้ำหนักของเท้าจะกดพื้นดินจนเกิดเป็นรอยประทับ โดยพื้นดินต้องไม่แข็งหรือเหลวเกินไป เพราะหากแข็งเกินไปก็จะไม่เกิดรอยชัดเจน แต่หากเหลวเกินไป รอยอาจพังทลายหรือถูกน้ำชะล้างก่อนที่จะคงรูปได้

2. ตะกอนแห้งและรอยตีนเริ่มแข็งตัว

หลังจากไดโนเสาร์เดินผ่านไป สภาพอากาศที่แห้งขึ้นอาจทำให้น้ำในตะกอนระเหยออก ส่งผลให้พื้นดินแข็งตัวและรักษารูปร่างของรอยตีนเอาไว้ได้ ในช่วงเวลานี้รอยประทับยังเปราะบางและอาจถูกทำลายจากฝน กระแสน้ำ หรือสัตว์อื่นที่เดินผ่านได้ จึงต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อให้ร่องรอยคงอยู่

3. ตะกอนชุดใหม่ทับถมและกลายเป็นหิน

เมื่อเวลาผ่านไป ตะกอนจากแม่น้ำหรือแหล่งน้ำธรรมชาติจะค่อย ๆ สะสมทับลงบนรอยตีน โดยต้องไม่รุนแรงจนทำลายรอยเดิม จากนั้นชั้นตะกอนจะถูกทับถมต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน ก่อนจะแข็งตัวและเชื่อมประสานกันจนกลายเป็นหินตะกอน เช่น หินทราย ทำให้รูปร่างของรอยตีนได้รับการเก็บรักษาไว้ภายในชั้นหิน

4. ชั้นหินถูกยกตัวและกัดเซาะจนรอยตีนปรากฏอีกครั้ง

หลังจากถูกฝังอยู่ใต้ชั้นหินเป็นเวลาหลายล้านปี การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกอาจทำให้ชั้นหินถูกยกตัวขึ้น ขณะที่ลม ฝน และกระแสน้ำค่อย ๆ กัดเซาะชั้นหินที่ปิดทับออกไป จนรอยตีนไดโนเสาร์กลับมาปรากฏบนพื้นผิวโลกอีกครั้ง โดยอาจพบเป็นรอยพิมพ์เว้าลงไปในหิน (Mold) หรือเป็นรอยหล่อที่เกิดจากตะกอนเข้าไปเติมเต็มรอยเดิม (Cast)

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อหรือกินพืช?

รอยตีนไดโนเสาร์แต่ละกลุ่มมีลักษณะแตกต่างกัน นักบรรพชีวินวิทยาจึงสามารถศึกษาจากจำนวนและรูปร่างของนิ้วเท้า ขนาดรอยประทับ ลักษณะส้นเท้า รวมถึงร่องรอยของกรงเล็บ เพื่อประเมินว่าไดโนเสาร์ที่เดินผ่านบริเวณนั้นน่าจะอยู่ในกลุ่มใด

ตัวอย่างเช่น ไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มเทอโรพอด (Theropod) จำนวนมากเดินด้วยสองขาหลังและมีรอยตีนสามนิ้ว โดยปลายนิ้วอาจปรากฏรอยกรงเล็บแหลม ขณะที่ไดโนเสาร์กินพืชบางกลุ่ม เช่น ซอโรพอด (Sauropod) เดินด้วยสี่ขาและทิ้งรอยตีนขนาดใหญ่ที่มีรูปทรงแตกต่างออกไป อย่างไรก็ตาม การพบรอยตีนสามนิ้วไม่ได้ยืนยันว่าเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อเสมอไป เพราะไดโนเสาร์กินพืชบางกลุ่มก็มีลักษณะรอยตีนคล้ายกัน

นอกจากนี้ รูปร่างของรอยตีนยังอาจเปลี่ยนแปลงไปตามความชื้นของตะกอนและแรงกดขณะเดิน ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องศึกษารอยประทับร่วมกับอายุชั้นหินและหลักฐานแวดล้อมอื่น ๆ จึงจะสามารถประเมินชนิดหรือกลุ่มของไดโนเสาร์ได้อย่างมีเหตุผล

ไดโนเสาร์เดินหรือวิ่งเร็วแค่ไหน? รอยตีนช่วยไขคำตอบ

หนึ่งในความน่าสนใจของรอยตีนไดโนเสาร์ คือการเป็นหลักฐานที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาการเคลื่อนไหวของสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วได้ โดยพิจารณาจากระยะห่างระหว่างรอยเท้า ความยาวช่วงก้าว และขนาดของรอยตีน ซึ่งสามารถนำมาประเมินขนาดร่างกาย ความสูงบริเวณสะโพก และความเร็วในการเคลื่อนที่ได้โดยประมาณ

หากพบรอยเท้าหลายรอยเรียงต่อเนื่องกัน นักวิทยาศาสตร์อาจประเมินได้ว่าไดโนเสาร์กำลังเดินหรือวิ่ง รวมถึงศึกษาลักษณะการลงน้ำหนักและทิศทางการเคลื่อนที่ ขณะที่รอยลากหางซึ่งพบได้ไม่บ่อยนักก็เป็นหลักฐานสำคัญในการศึกษาท่าทางการเคลื่อนไหวของไดโนเสาร์

ยิ่งไปกว่านั้น หากพบรอยตีนจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน ก็อาจช่วยตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับพฤติกรรมการรวมกลุ่ม เส้นทางการเคลื่อนที่ และสภาพแวดล้อมในอดีตได้ อย่างไรก็ตาม การพบรอยตีนหลายแนวทางเดินไม่ได้หมายความว่าไดโนเสาร์เหล่านั้นเดินร่วมกันเป็นฝูงเสมอไป เพราะรอยอาจเกิดจากสัตว์ที่ผ่านบริเวณเดียวกันในช่วงเวลาต่างกัน

ประเทศไทยมีรอยตีนไดโนเสาร์อายุนับร้อยล้านปีด้วย

ประเทศไทยมีการค้นพบแหล่งรอยตีนไดโนเสาร์หลายแห่ง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น แหล่งรอยตีนไดโนเสาร์ภูแฝก จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งพบรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อประทับอยู่บนชั้นหินทราย และเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้ด้านธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษารอยตีนไดโนเสาร์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยกรมทรัพยากรธรณีเคยเผยแพร่ข้อมูลรอยตีนที่มีอายุประมาณ 140 ล้านปี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจสภาพแวดล้อมและการดำรงชีวิตของไดโนเสาร์ในดินแดนประเทศไทยเมื่อครั้งอดีต

นักท่องเที่ยวเคยค้นพบที่ภูหินร่องกล้า

เมื่อปี 2567 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nuttorn Daraphongsathaporn โพสต์ภาพในกลุ่ม นี่ตัวอะไร เป็นภาพรอยคล้ายรอยเท้าสัตว์ขนาดใหญ่ ประทับอยู่บนหิน ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โดยสอบถามว่า "ใช่รอยเท้าไดโนเสาร์หรือไม่ครับมีอยู่หลายรอย หลายแบบ พิกัดที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ที่ลานกางเต็นท์ภูหินร่องกล้า" ซึ่งต่อมากรมทรัพยากรธรณี ได้ทำการตรวจสอบรอยดังกล่าว พบว่าเป็นรอยตีนของไดโนเสาร์จริง ประทับอยู่บนลานหินทรายและหินโคลน จัดอยู่ในหมวดหินภูพาน ยุคครีเทเชียสตอนต้น อายุประมาณ 120 ล้านปีก่อน กระจายอยู่บนพื้นที่ประมาณ 2,500 ตารางเมตร รอยตีนไดโนเสาร์ที่พบมีจำนวนมากกว่า 10 รอย และแสดงเป็นแนวทางเดิน จำนวนอย่างน้อย 2 แนว ส่วนใหญ่เป็นรอยตีนของไดโนเสาร์กินเนื้อเดินสองขา กลุ่มเทอโรพอดขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ แสดงรอยประทับของของนิ้วตีนข้างละสามนิ้วชัดเจน 

รอยตีนไดโนเสาร์บนภูหินร่องกล้า

ทำไมต้องอนุรักษ์รอยตีนไดโนเสาร์?

แม้รอยตีนไดโนเสาร์จะอยู่รอดมาได้นานหลายล้านปี แต่เมื่อถูกเปิดเผยขึ้นสู่พื้นผิวโลกแล้ว ก็ยังสามารถผุพังและถูกทำลายจากกระบวนการธรรมชาติหรือกิจกรรมของมนุษย์ได้ กรมทรัพยากรธรณีจึงมีภารกิจสำคัญในการสำรวจ ศึกษา อนุรักษ์ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์และแหล่งซากดึกดำบรรพ์ ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551

รอยตีนไดโนเสาร์จึงไม่ได้เป็นเพียงร่องรอยบนก้อนหินธรรมดา แต่เปรียบเสมือนหลักฐานบันทึกช่วงเวลาที่สัตว์ดึกดำบรรพ์เคยเดินผ่านพื้นที่นั้นจริง ๆ และช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ย้อนศึกษาการเดิน การเคลื่อนไหว ตลอดจนสภาพแวดล้อมของโลกเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อนได้ แม้ไดโนเสาร์จะสูญพันธุ์ไปนานแล้ว แต่รอยตีนที่หลงเหลืออยู่ยังคงบอกเล่าเรื่องราวของพวกมันมาจนถึงทุกวันนี้

Read Entire Article