ไม่ไปเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เสียสิทธิอะไรบ้าง? เช็ก 6 ข้อจำกัดการเมือง ก่อนถูกล็อกนาน 2 ปี

12 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

ไม่ไปเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เสียสิทธิอะไรบ้าง? เปิด 6 ข้อจำกัดทางการเมือง และวิธีแจ้งเหตุรักษาสิทธิตามกฎหมาย

เข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของชาวกรุงเทพมหานคร สำหรับการออกไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อย่างไรก็ตาม อาจมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางท่านที่ติดภารกิจจำเป็น เจ็บป่วย หรือมีเหตุสุดวิสัยจนไม่สามารถเดินทางไปยังคูหาเลือกตั้งได้ จึงเกิดคำถามตามมาว่า "หากไม่ไปเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จะส่งผลกระทบหรือต้องเสียสิทธิตามกฎหมายในอนาคตอย่างไรบ้าง?"

กรณีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ถือเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยผู้ว่าฯ กทม. อยู่ในกลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น ส่วน ส.ก. อยู่ในกลุ่มสมาชิกสภาท้องถิ่น จึงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เรื่องการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ และการจำกัดสิทธิตามกฎหมายเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

ในทางกฎหมาย หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้ไปใช้สิทธิ และไม่ได้แจ้งเหตุจำเป็นล่วงหน้าหรือย้อนหลังภายในเวลาที่กำหนด จะส่งผลให้ถูกจำกัดสิทธิตามกฎหมายรวมทั้งหมด 6 ประการ วันนี้เราสรุปข้อควรรู้ แนวทางการนับระยะเวลาจำกัดสิทธิ และช่องทางแจ้งเหตุเพื่อรักษาสิทธิไว้ให้เช็กกันชัด ๆ ค่ะ

สรุปประเด็นสำคัญ

  1. เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น: จึงใช้หลักเกณฑ์การแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ และการจำกัดสิทธิตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น
  2. จำกัดสิทธิลงสมัครเลือกตั้ง: ผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่แจ้งเหตุอันสมควร จะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส., ส.ว., สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น รวมถึงตำแหน่งกำนันและผู้ใหญ่บ้านได้
  3. จำกัดสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมือง: หมดสิทธิได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง เช่น รัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรี รวมถึงตำแหน่งในทีมผู้บริหารท้องถิ่นบางประเภท
  4. จำกัดสิทธิครั้งละ 2 ปี: การจำกัดสิทธิมีกำหนดครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ หากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปยังไม่ไปใช้สิทธิอีก จะเริ่มนับระยะเวลาจำกัดสิทธิใหม่อีกครั้ง

เปิด 6 สิทธิทางการเมืองที่จะถูกจำกัด หากไม่ไปเลือกตั้ง

พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระบุถึงการจำกัดสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และไม่ได้แจ้งเหตุอันสมควรไว้ โดยจะถูกจำกัดสิทธิในเรื่องดังต่อไปนี้

  • ข้อที่ 1: เสียสิทธิในการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส., ส.ว., สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
  • ข้อที่ 2: เสียสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส., ส.ว., สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
  • ข้อที่ 3: เสียสิทธิในการสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
  • ข้อที่ 4: เสียสิทธิในการดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง เช่น รัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี หรือเลขานุการรัฐมนตรี
  • ข้อที่ 5: เสียสิทธิในการดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
  • ข้อที่ 6: เสียสิทธิในการดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น รองประธานสภาท้องถิ่น และเลขานุการสภาท้องถิ่น

ระยะเวลาการจำกัดสิทธิ: การจำกัดสิทธิมีกำหนดครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปยังไม่ไปใช้สิทธิอีก จะเริ่มนับระยะเวลาจำกัดสิทธิใหม่ตั้งแต่วันเลือกตั้งครั้งนั้นอีกครั้ง

วิธีแจ้งเหตุจำเป็น เพื่อรักษาสิทธิเลือกตั้ง

สำหรับผู้ที่มีเหตุจำเป็นจริง ๆ กฎหมายเปิดโอกาสให้ยื่นเรื่องแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ โดยต้องดำเนินการ ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของตนเอง

ช่องทางการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

  • แจ้งผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ในบริการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น
  • แจ้งผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
  • แจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
  • แจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรตรวจสอบช่องทางที่เปิดให้บริการในช่วงการเลือกตั้งนั้น ๆ อีกครั้ง เพราะในแต่ละรอบเลือกตั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจประชาสัมพันธ์ช่องทางการใช้งานจริงเพิ่มเติมหรือปรับเปลี่ยนรายละเอียดได้

7 เหตุจำเป็นที่กฎหมายรับฟัง

ตัวอย่างเหตุจำเป็นที่สามารถใช้ประกอบการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ มีดังนี้

  1. มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล และไม่สามารถกลับมาใช้สิทธิได้ทัน
  2. มีอาการเจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุ หรือเป็นผู้สูงอายุ/ทุพพลภาพที่ไม่สะดวกเดินทางไปใช้สิทธิ
  3. เป็นผู้พิการที่ไม่สามารถเดินทางไปคูหาเลือกตั้งได้ด้วยตนเอง
  4. อยู่ระหว่างการเดินทางไปทำงานหรือพักอาศัยอยู่ในต่างประเทศ
  5. มีถิ่นที่อยู่หรือทำงานห่างไกลจากคูหาเลือกตั้งที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกินกว่า 100 กิโลเมตร
  6. ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง
  7. เกิดเหตุสุดวิสัย หรือเหตุอื่นที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด

ดังนั้น หากใครรู้ตัวว่าไม่สามารถไปแสดงตนรับบัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ได้จริง ๆ ควรรีบแจ้งเหตุจำเป็นผ่านช่องทางที่หน่วยงานกำหนดภายในกรอบเวลาตามกฎหมาย เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของตนเองไว้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลจากสายด่วน กกต. 1444 ในเวลาราชการ

แหล่งข้อมูล

  1. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.): คู่มือสิทธิและหน้าที่พลเมืองในการเลือกตั้งท้องถิ่น
  2. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน): บริการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"
Read Entire Article