คนงานจีนขุดลึก 1 เมตร เจอไหปริศนา 2 ใบ เปิดดูพบสมบัติโบราณ พร้อมเบาะแสจากปี 1933
คนงานจีนขุดดินลึกกว่า 1 เมตร พบไหโบราณ 2 ใบ ซ่อนเครื่องลายคราม เครื่องหยก และเหรียญจำนวนมาก พร้อมหนังสือพิมพ์ปี 1933 ที่อาจไขปริศนาสมบัติ
เกิดเหตุค้นพบสมบัติโบราณโดยบังเอิญในประเทศจีน เมื่อคนงานก่อสร้างในมณฑลเจียงซูใช้รถขุดดินลงไปลึกกว่า 1 เมตร ก่อนพบภาชนะขนาดใหญ่คล้ายไหฝังอยู่ใต้ดิน เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าภายในมีเครื่องลายครามและวัตถุเก่าแก่จำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์ต้องเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ นอกจากภาชนะโบราณและเหรียญจำนวนมากแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบหนังสือพิมพ์เก่าที่ระบุปี ค.ศ. 1933 ถูกใช้ห่อวัตถุบางชิ้น กลายเป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า สมบัติเหล่านี้อาจถูกซ่อนไว้ในช่วงที่ประเทศจีนกำลังเผชิญความไม่สงบเมื่อหลายสิบปีก่อน
รถขุดเจอไหปริศนาใต้ดินลึกกว่า 1 เมตร ในไซต์ก่อสร้างที่จีน
เว็บไซต์ China Jiangsu Network รายงานเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2017 ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันที่ 25 ตุลาคม 2017 บริเวณพื้นที่ก่อสร้างทางทิศตะวันตกของโบสถ์เก่าแห่งหนึ่งในตำบลพีเฉิง เมืองพีโจว มณฑลเจียงซู ประเทศจีน
ระหว่างที่คนงานกำลังใช้รถขุดปรับพื้นที่ก่อสร้าง พวกเขาพบวัตถุขนาดใหญ่ฝังอยู่ใต้ดินลึกประมาณ 1 เมตรกว่า เมื่อนำดินออกจึงพบว่าเป็นภาชนะลักษณะคล้ายไหขนาดใหญ่ สูงประมาณครึ่งเมตร
เมื่อสำรวจเบื้องต้น คนงานพบว่าภายในภาชนะมีเครื่องใช้หลายชนิด ทั้งแจกัน จานกระเบื้อง และชามที่มีลวดลายแตกต่างกัน โดยเครื่องลายครามบางชิ้นยังมีอักษรจีนปรากฏอยู่บริเวณก้นภาชนะ
การค้นพบดังกล่าวทำให้ผู้คนในบริเวณใกล้เคียงให้ความสนใจ ก่อนมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบว่า สิ่งของเหล่านี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากเพียงใด
ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เข้าตรวจสอบ พบไหเพิ่มอีก 1 ใบ
หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นและบุคลากรจากพิพิธภัณฑ์เมืองพีโจวเดินทางมายังพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุที่พบอย่างระมัดระวัง
ผลการสำรวจพบว่าไม่ได้มีไหขนาดใหญ่เพียงใบเดียว แต่ยังพบไหอีก 1 ใบที่มีขนาดใกล้เคียงกัน พร้อมภาชนะกระเบื้องเคลือบอีก 2 ใบ โดยภาชนะบางส่วนยังคงมีส่วนปิดบริเวณปากไหอยู่
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบเหรียญจำนวนมากกระจายอยู่ในดินรอบบริเวณจุดค้นพบ เหรียญบางส่วนหลุดออกจากมัดเดิมและมีร่องรอยการเกิดสนิมเพียงเล็กน้อย ขณะที่อีกหลายมัดยังคงอยู่ในลักษณะเป็นม้วนอย่างเป็นระเบียบ
จากภาพและข้อมูลที่เผยแพร่ในรายงานข่าว พบว่าวัตถุที่ค้นพบมีทั้งเครื่องลายคราม เครื่องหยก และเหรียญหลายประเภท ซึ่งสะท้อนว่าบริเวณดังกล่าวอาจเคยถูกใช้เป็นสถานที่เก็บซ่อนทรัพย์สินจำนวนหนึ่งมาก่อน
พบข้อความ เฉียนหลงเหนียนจื้อ บนเครื่องลายคราม เป็นของยุคราชวงศ์ชิงหรือไม่?
หนึ่งในรายละเอียดที่ได้รับความสนใจคือ เครื่องลายครามบางชิ้นมีตัวอักษรจีนระบุว่า 乾隆年制 อ่านว่า เฉียนหลงเหนียนจื้อ ซึ่งหมายถึง ผลิตในรัชสมัยเฉียนหลง
จักรพรรดิเฉียนหลงเป็นหนึ่งในจักรพรรดิสำคัญของราชวงศ์ชิง ครองราชย์ระหว่างปี ค.ศ. 1735–1796 โดยเป็นยุคที่ศิลปกรรมและการผลิตเครื่องลายครามของจีนมีพัฒนาการอย่างโดดเด่น
อย่างไรก็ตาม การพบข้อความดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเครื่องลายครามชิ้นนั้นต้องผลิตขึ้นในรัชสมัยจักรพรรดิเฉียนหลงเสมอไป เพราะเครื่องลายครามในยุคหลังอาจใช้ตราประทับเลียนแบบหรืออ้างอิงรูปแบบจากยุคก่อนหน้าได้เช่นกัน
ดังนั้น การระบุอายุที่แท้จริงของเครื่องลายครามจึงต้องอาศัยการศึกษาลักษณะเนื้อดิน น้ำเคลือบ ลวดลาย เทคนิคการผลิต และข้อมูลทางโบราณคดีประกอบ ไม่สามารถตัดสินจากข้อความใต้ภาชนะเพียงอย่างเดียว
หนังสือพิมพ์เก่าปี 1933 อาจเป็นกุญแจไขปริศนาสมบัติใต้ดิน
นอกจากไหและวัตถุโบราณแล้ว ผู้เกี่ยวข้องกับการค้นพบยังเปิดเผยว่า สิ่งของบางชิ้นถูกห่อด้วยหนังสือพิมพ์เก่าจากยุคสาธารณรัฐจีน โดยบนกระดาษระบุปีที่ 22 แห่งสาธารณรัฐจีน ซึ่งตรงกับปี ค.ศ. 1933
เบาะแสนี้ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า ทรัพย์สินดังกล่าวอาจถูกนำมาฝังไว้ในช่วงปี 1933 หรือหลังจากนั้น เนื่องจากผู้ที่ฝังสิ่งของน่าจะใช้หนังสือพิมพ์ที่มีอยู่ในเวลานั้นมาห่อเพื่อป้องกันความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ปี 1933 เป็นเพียงหลักฐานที่ช่วยกำหนดช่วงเวลาเก่าแก่ที่สุดที่เป็นไปได้ของการห่อสิ่งของ ไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าทรัพย์สินทั้งหมดถูกฝังในปีเดียวกัน เพราะหนังสือพิมพ์อาจถูกเก็บไว้และนำมาใช้ในภายหลัง
จึงยังต้องมีการตรวจสอบหลักฐานอื่นเพิ่มเติม ก่อนสรุปวันที่ฝังและอายุของวัตถุแต่ละชิ้นอย่างเป็นทางการ
ทำไมสมบัติจำนวนมากจึงถูกนำมาฝังไว้ใต้ดิน?
หลังข่าวการค้นพบแพร่ออกไป ชาวบ้านและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้ตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับเหตุผลที่มีการนำทรัพย์สินจำนวนมากมาฝังไว้ใต้ดิน โดยมีความเป็นไปได้ว่าเจ้าของเดิมอาจต้องการซ่อนสิ่งของมีค่าเพื่อป้องกันการสูญหายหรือถูกปล้น
ข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่ระบุว่า ในยุคสาธารณรัฐจีน ตำบลพีเฉิงเคยเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอพี ก่อนหน่วยงานราชการจะย้ายไปยังพื้นที่เมืองพีโจวในเวลาต่อมา ขณะที่บริเวณจุดค้นพบเคยเป็นพื้นที่บ้านเรือนของครอบครัวหนึ่ง
จึงมีการคาดเดาว่า ในช่วงที่เกิดสงครามหรือความไม่สงบ เจ้าของบ้านอาจนำทรัพย์สินที่ขนย้ายได้ยากมาฝังซ่อนไว้ในบริเวณบ้าน ก่อนอพยพไปยังสถานที่อื่นเพื่อความปลอดภัย
แต่ด้วยเหตุผลบางประการ เจ้าของเดิมอาจไม่ได้กลับมาขุดทรัพย์สินเหล่านี้ขึ้นมาอีก และเมื่อเวลาผ่านไป พื้นที่ดังกล่าวก็เปลี่ยนมือผู้ครอบครองหลายครั้ง จนไม่มีใครทราบว่ามีสิ่งของฝังอยู่ใต้ดิน
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานจากผู้ที่อยู่ในบริเวณจุดค้นพบ ไม่ใช่ข้อสรุปอย่างเป็นทางการจากนักโบราณคดี และยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันว่าใครเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือมีเหตุการณ์ใดทำให้ต้องนำสิ่งของมาฝังไว้
พื้นที่พีเฉิงเคยเป็นศูนย์กลางสำคัญในสมัยราชวงศ์ชิงและยุคสาธารณรัฐจีน
ข้อมูลที่อ้างอิงจากบันทึกประวัติศาสตร์ท้องถิ่นพีเซี่ยนจื้อ หรือบันทึกประวัติศาสตร์อำเภอพี ซึ่งตีพิมพ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 1995 ระบุว่า พื้นที่ตำบลพีเฉิงในปัจจุบันเคยมีความสำคัญด้านการปกครองและการค้า
ช่วงปลายราชวงศ์ชิง พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งหน่วยงานปกครองของโจวพี และต่อมาเป็นศูนย์กลางการปกครองระดับอำเภอในสมัยสาธารณรัฐจีน
ด้วยบทบาททางประวัติศาสตร์ดังกล่าว จึงไม่น่าแปลกใจที่บริเวณนี้อาจมีร่องรอยการอยู่อาศัยและสิ่งของจากยุคต่าง ๆ หลงเหลืออยู่ใต้ดิน แต่การค้นพบไหบรรจุทรัพย์สินครั้งนี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเกี่ยวข้องกับครอบครัวขุนนาง พ่อค้า หรือผู้มีฐานะในอดีตหรือไม่
สมบัติทั้งหมดถูกส่งให้พิพิธภัณฑ์เมืองพีโจวตรวจสอบ
หลังดำเนินการเก็บกู้ เจ้าหน้าที่ได้นำวัตถุที่พบทั้งหมดส่งไปยังพิพิธภัณฑ์เมืองพีโจว เพื่อจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับประเภท อายุ และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสิ่งของแต่ละชิ้น
ในรายงานของ China Jiangsu Network เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2017 เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ยืนยันว่ามีการนำวัตถุทั้งหมดกลับไปยังพิพิธภัณฑ์แล้ว และขณะนั้นยังอยู่ระหว่างการจัดข้อมูลและตรวจสอบรายละเอียด จึงยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมได้
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ควรสรุปว่าสิ่งของทั้งหมดเป็นโบราณวัตถุจากรัชสมัยเฉียนหลง หรือมีมูลค่าทางการเงินสูงเพียงใด เพราะจำเป็นต้องอาศัยผลการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญก่อน
กฎหมายจีนกำหนดว่าโบราณวัตถุที่พบใต้ดินเป็นของใคร?
การค้นพบวัตถุโบราณระหว่างก่อสร้างในประเทศจีนอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองโบราณวัตถุของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดูแลสิ่งของและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พบในพื้นที่ต่าง ๆ
ตามมาตรา 5 ของกฎหมายคุ้มครองโบราณวัตถุจีนฉบับแก้ไขปี 2024 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2025 กำหนดให้โบราณวัตถุที่หลงเหลืออยู่ใต้ดิน ภายในน่านน้ำภายใน และทะเลอาณาเขตของจีน อยู่ในกรรมสิทธิ์ของรัฐตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ การพบสิ่งของเก่าระหว่างขุดดินไม่ได้หมายความว่าผู้ขุดค้นจะสามารถนำกลับไปครอบครองหรือจำหน่ายได้ตามต้องการ หากเข้าข่ายเป็นโบราณวัตถุจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สรุป เปิดปริศนาไหโบราณ 2 ใบ ที่ถูกฝังไว้ใต้ดินในประเทศจีน
เหตุการณ์คนงานก่อสร้างในเมืองพีโจว มณฑลเจียงซู ขุดพบไหโบราณ 2 ใบ พร้อมเครื่องลายคราม เครื่องหยก และเหรียญจำนวนมาก เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2017 กลายเป็นการค้นพบที่น่าสนใจ เพราะสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ซึ่งถูกใช้ประโยชน์ในปัจจุบันอาจยังมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่
โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ปี 1933 ที่พบใช้ห่อสิ่งของบางชิ้น ซึ่งอาจเป็นเบาะแสเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ทรัพย์สินถูกนำมาฝัง แต่ยังไม่สามารถระบุเหตุผลที่แท้จริงหรือเจ้าของเดิมได้อย่างแน่ชัด
แม้การค้นพบจะเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน แต่เรื่องราวนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของการรักษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพราะการแจ้งเจ้าหน้าที่และให้ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการเก็บกู้อย่างเหมาะสม ช่วยให้สิ่งของที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ดินมีโอกาสได้รับการศึกษาและอนุรักษ์ต่อไป
- อาม่าเจอสมุดบัญชีเก่า "เขียนไว้" เมื่อปี 1967 ลองเอาไปถอนที่ธนาคาร รู้ยอดเงินซึ้งทั้งโซเชียลฯ
- ผู้เฒ่าขุดเจอ "ชามทองคำ" คนขอซื้อ 3 ล้านไม่ขาย สุดท้ายนั่งซึม ชวดทั้งเงิน-ทั้งชาม!


21 hours ago
3





English (US) ·